• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

‘กวีวรรณ’ ส่งบังเกอร์–อุปกรณ์พรางตัว 4 ตัน เสริมแกร่งชายแดน กัมพูชา รับมือโดรนปริศนา

admin79 by admin79
January 20, 2026
in Uncategorized
0
‘กวีวรรณ’ ส่งบังเกอร์–อุปกรณ์พรางตัว 4 ตัน เสริมแกร่งชายแดน กัมพูชา รับมือโดรนปริศนา

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการตรวจพบการใช้งานโดรนปริศนาในบางพื้นที่ จนสร้างความกังวลด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ล่าสุด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด

โดยที่ กอ.รมน. พล.โท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ เป็นตัวแทนรับมอบน้ำใจจากภาคเอกชน นำโดย บริษัท กวีวรรณผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด ที่ยกทัพอุปกรณ์สนับสนุนชุดใหญ่ ประกอบด้วย บังเกอร์สำเร็จรูป จำนวน 50 หลัง วัสดุเสริมแนวกำบัง (ท่อคอนกรีต, เหล็กโครงสร้าง, ตาข่ายอวน, วัสดุพราง) รวมน้ำหนักกว่า 4,000 กิโลกรัม เครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม 2,000 ผืน และกางเกง 400 ตัว เพื่อคลายหนาวให้เหล่านักรบชุดดำ

สำหรับการขนย้ายครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สนับสนุนรถโฟล์คลิฟท์ช่วยขนถ่าย ขณะที่ กอ.รมน. ประสานกองทัพภาคที่ 2 จัดรถโลว์เบด 8 คัน และรถ FTS อีก 2 คัน เร่งลำเลียงวัสดุทั้งหมดมุ่งหน้าสู่ จ.สุรินทร์ เพื่อส่งมอบให้ กองกำลังสุรนารี นำไปติดตั้งเสริมฐานปฏิบัติการให้แข็งแกร่ง ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางอากาศและภาคพื้นดิน

พล.โท ธนาธิป กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือ “พลังแนวหลัง” ที่สำคัญยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ที่แข็งแรงขึ้น แต่คือขวัญและกำลังใจที่ส่งถึงทหารผู้พิทักษ์อธิปไตยทุกคน โดย กอ.รมน. ยังคงเปิดรับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชายแดนไทยเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ยานยนต์ปี 2025: สู่จุดเปลี่ยนที่เหนือกว่าความคาดหมาย ทิศทางปี 2026 กับการแข่งขันที่ดุเดือด

ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการยานยนต์ทั่วโลก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเหนือความคาดหมายของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง หรือที่เรียกกันว่า “ซูเปอร์คาร์” ที่ยังคงครองใจตลาดอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่ได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงของค่ายรถยนต์จากประเทศจีน

ปีทองของซูเปอร์คาร์: เมื่อความต้องการเหนือกว่ากำลังการผลิต

หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 หลายคนอาจตั้งคำถามถึงอนาคตของซูเปอร์คาร์ ว่าถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือไม่ แต่เมื่อมองภาพรวมของปี 2025 คำตอบที่ได้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ปีนี้ได้ถูกจารึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จนมียอดจองยาวข้ามปี ลูกค้าต้องรอรับรถเป็นเวลานาน

ในขณะที่ค่ายรถยนต์แบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ กำแพงภาษี ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัว และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน กลับกลายเป็นว่า แบรนด์ซูเปอร์คาร์เหล่านี้กลับโกยกำไรได้อย่างมหาศาล สะท้อนให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลาด

ตลาดรถหรู: เติบโตสวนกระแส ท่ามกลางความต้องการเฉพาะกลุ่ม

ภาพรวมของตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกาได้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีราคาสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์กระปุก” ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนัก ผู้ที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่มากกว่าแค่การเดินทาง แต่เป็นการแสวงหาอรรถรสและจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการปรับแต่งรถยนต์ให้สะท้อนตัวตนของเจ้าของ ก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงเติบโตอยู่ แต่ก็พบว่าอัตราการเติบโตนั้นแผ่วลงกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายฝ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายค่าย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงของ “รถ EV จีน” ซึ่งนอกจากจะมีคุณภาพที่ดีแล้ว ยังมาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าอีกด้วย

ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ รวมถึงประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ซึ่งทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ถูกถกเถียงและเป็นประเด็นในการตัดสินใจของหลายครอบครัว

ปีแห่งความท้าทายของ Tesla และ Porsche: เมื่อผู้นำตลาดต้องเผชิญมรสุม

ปี 2025 ถือเป็นปีที่แบรนด์ Tesla ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแท้จริง ยอดขายและกำไรทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหรัฐอเมริกา ที่ส่วนแบ่งการตลาดของ Tesla ได้หดหายไปพอสมควร

นอกจากนี้ Tesla ยังต้องรับมือกับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูรถยนต์ขัดข้องในขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแง่ของความปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น กระแสการต่อต้าน CEO ของ Tesla อย่าง Elon Musk ก็ทวีความรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นมีลูกค้านำสติกเกอร์ไปติดท้ายรถเพื่อแสดงออกว่า “ซื้อรถคันนี้ก่อนที่จะทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของ Elon Musk” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาพลักษณ์ของแบรนด์กับบุคคลผู้บริหารที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

ในขณะที่ Porsche ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงิน และความไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่คาดหวังของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan แม้จะทุ่มงบการตลาดมหาศาลด้วยการจ้างดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม

สถานการณ์ที่ย่ำแย่ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร

ความท้าทายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกว่าขาด “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตำแหน่งผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา

Ferrari: ผงาดเหนือคู่แข่ง รักษาบัลลังก์ผู้นำตลาดไฮเอนด์

ในขณะที่คู่แข่งหลายแบรนด์กำลังเผชิญกับอุปสรรค Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล พร้อมด้วยยอดจองที่ยาวเหยียดไปจนถึงปี 2027 ส่งผลให้ Ferrari ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (โดยปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030) ยังช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์และมูลค่าของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan

แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง “Amalfi” ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว

ปี 2026: การเดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1

สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ นั่นคือ Audi และ Cadillac

Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเข้าร่วมทีม เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างกระแสความนิยม โดยหวังที่จะใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ของตนเองให้เทียบชั้นกับแบรนด์รถหรูอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: เตรียมที่จะเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสให้กับแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบที่มีการออกแบบที่ล้ำสมัย ซึ่งได้จัดแสดงไปแล้วในงาน Milan Design Week แนวคิดการออกแบบนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยจะผสมผสานความเป็นสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายของรถรุ่นตำนานอย่าง Audi TT และ R8

ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์: การปรับตัวสู่ยุคใหม่

ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เผยให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ การแข่งขันที่เข้มข้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ทุกแบรนด์ต้องปรับตัว

สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ความหรูหรา และสมรรถนะที่เหนือระดับ ตลาดซูเปอร์คาร์ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่าย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังจะมีการพัฒนาที่น่าจับตามองในปีต่อๆ ไป

ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการเดิมพันครั้งใหม่ในสนามแข่งที่ร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และกลยุทธ์ทางการตลาด แบรนด์ที่สามารถปรับตัว เรียนรู้ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในโลกแห่งยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นความหรูหรา ประสิทธิภาพ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าพลาดที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะพัฒนาไปสู่จุดที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมในปี 2026 นี้!

Previous Post

ยิ่งเศร้าเมื่อรู้อายุจริง “น้องเนย” ถึงกับเสียดาย จากไปเร็วเหลือเกิน

Next Post

ชาวเน็ตขำท้องแข็ง! กัมพูชา ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน?

Next Post
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง! กัมพูชา ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน?

ชาวเน็ตขำท้องแข็ง! กัมพูชา ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน?

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • สลด! เด็ก 14 โดนลูกหลง เศษกระสุนเจาะแก้ม หลังเพื่อนบ้านทะเลาะเดือดยิงปืนขู่
  • อุบาทว์เกินมนุษย์! ทหารกัมพูชาก่อเหตุข่มขืนเพื่อนร่วมหน่วย คดีสะเทือนวงการทหาร
  • ขนลุกทั้งงาน! พระลูกวัดตัวสั่น-เสียงสั่น กลางพิธีรดน้ำศพ อ้างผู้ตายเข้าสิงมาสั่งเสียญาติ
  • ระทึกกลางดึก! ไล่ล่ากระบะตู้ทึบ ขนยาไอซ์ 15 กระสอบ ซิ่งแหกด่าน ก่อนทิ้งรถหนีซ่อนป่าหญ้า
  • ไม่จริง! รมว.สธ. โต้ชัด “อนุทิน” ไม่ได้สั่งปลดหมอสุภัทร เซ่นปมชุดตรวจโควิด

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.