หลังจากที่นักแสดงหนุ่ม แน็ก ชาลี โพสต์ข้อความเดือดลงในโซเชียลว่า “อายุก็เยอะกันหมดแล้ว คิดกันไม่ได้ รวมกันก็ตั้งหลายหัว อยู่กันเงียบๆ ชีวิตก็ดีอยู่แล้ว ชอบกระแสกันมาก สุดท้าย กระแสคงไม่ได้ดีแบบที่ประชุมกันไว้ เลยทำให้มีเรื่องเครียด พาลโทษคนอื่นไปเรื่อย
ทำไมไม่โทษตัวเอง กับทนายของตัวเองก่อนบ้าง ว่าไม่ต้องพูด หรือคิดดีๆ ว่ารอบนี้ กระแสมันเกิดจากอะไร ที่ทำให้ต้องมาเครียดกันอยู่แบบนี้ จะได้ไม่ต้องมาพาลโทษคนอื่นไปเรื่อย คิดกันให้ได้ แค่นี้เอง คิดได้ก็ไม่ต้องมานั่งนอนเครียดแล้ว มีคําพูดดีๆสวยๆกว่านี้เยอะที่จะพูด แต่ถ้าชอบใช้ชีวิตกันแบบนี้ก็เอาใหม่นะ สลับๆ กันไป กระแสดีบ้างไม่ดีบ้าง
!! เตือน ใครจะพิมพ์อะไร ก็ระวังกันด้วยนะครับ บางคนยิ่งหิวๆ เงินกันอยู่ เดี๋ยวต้องมาเสียเงินเสียเวลาโดยใช่เหตุเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ !! ดูให้เป็นเรื่องตลกๆ ออนไลน์ เสียเวลาชีวิตเล่นๆ กันไปก็พอนะครับ ขออภัยทุกๆ คนด้วย ที่ข่าวไม่มีประโยชน์แบบนี้มารบกวนชีวิตหลายๆ คน….”
ซึ่งทำให้หลายคนโยงไปถึงเรื่องที่ ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ ให้สัมภาษณ์เรื่องความคืบหน้าคดีที่ 4 พี่สาวของแน็กถูกแน็กฟ้อง ซึ่งแน็กไม่ได้ต้องการค่าเสียหายอะไร แต่ต้องการให้โทษถึงจำคุก จนกลายเป็นกระแสดราม่าร้อน
ล่าสุด ตูน รสริน หนึ่งในพี่สาวของแน็ก ชาลี โพสต์ข้อความร่ายยาวถึงประเด็นที่เกิดขึ้นไว้ว่า “ขออนุญาตพิมพ์นะคะ ถ้าใครรำคาญปัดผ่านได้เลยค่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ให้ประโยชน์หรือสำคัญอะไรต่อสังคม
ไม่มีใครรวมหัววางแผนอะไรทั้งนั้นเลย และไม่ได้คิดอยากสร้างกระแสอะไร เพราะไม่รู้จะเอากระแสไปทำอะไร ปีก่อนๆที่ลองไลฟ์กับทำคลิปปักตะกร้า ลองอยู่หน้ากล้อง ก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่งานที่เราอยากทำไปทั้งชีวิต ที่ชอบทำจริงๆ คืองานศิลปะ งานหัตถกรรม กับทำเสื้อผ้า ก็เลยกลับมาตั้งสมาธิทำงานที่เรารัก ถ้าต้องออกข้างนอกยังใส่หมวกและหน้ากากอนามัยตลอดเพราะกันฝุ่น pm 2.5 และไม่อยากให้ใครเห็นหน้า ถึงไม่มีใครจะรู้จักเรา แต่เรารู้สึกไม่อยากมีตัวตนเวลาออกข้างนอก
โซเชียลแทบไม่ได้เล่น แต่เพิ่งมาเล่นเฟซส่วนตัวไม่กี่วัน เพราะน่าจะเครียด เลยโพสต์ไปเรื่อยเปื่อย
และชีวิตช่วงนี้ยุ่งหลายเรื่อง
-ทั้งงานเอกสารการเรียนของลูก
– เลี้ยงลูก สอนหนังสือลูก เล่นบอร์ดเกมกับลูก
-ปัญหาชีวิตส่วนตัวอื่นๆ ที่ต้องใช้เวลาจัดการ
-ชอบเล่นเกมอยู่เกมนึงด้วย เล่นแล้วสบายใจ
-ดูแลสัตว์เลี้ยง และหลงดัมโบ้แรทมาก ต้องหอมแทบทั้งวัน
-ทำงานบ้าน ทำกับข้าว
– ถักโครเชต์
– ทำของขาย
– แยกขยะ
– ทำงานศิลปะกับลูกๆ
-ตามข่าวการเมือง
– มีอีกแต่นึกไม่ออก
แต่ละวันมีสิ่งที่ต้องทำเยอะมากๆ
กับเพื่อนยังแทบไม่ได้คุยเลย ปกติชอบเมาท์กับเพื่อนมาก ยังแชทบอกเพื่อนว่าช่วงนี้ยุ่งจนไม่มีเวลาไปเมาท์
แล้วถ้าว่างก็จะเล่นเกมเกมนึง เป็นเกมที่เล่นแล้วสบายใจไม่ต้องนึกถึงอะไร ใครอย่ามาถามนะว่าเกมอะไร เดี๋ยวติด
แล้วทุกคนพยายามไม่อยากจะนึกถึงเลยจริงๆ อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปเร็วๆ ด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องนึกถึงอีก ทุกวันยังคิดเรื่องเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล ย้ายไปอยู่ ตจว อยู่เงียบๆ กับลูก กับดัมโบ้แรท กับแฟน ปลูกผัก เลี้ยงเป็ด
แล้ววันก่อนมีพี่คนนึงก็ส่งข่าวมาให้อ่าน เรายังงงว่าเป็นข่าวเก่ารึเปล่า ก็ยังงงๆ เพราะเพิ่งตื่น
แล้วเท่าที่ทราบ เรื่องที่พี่ทนายให้สัมภาษณ์เพราะพี่ทนายไปศาลวันที่มีคดีของดาราท่านอื่นๆ จึงมีนักข่าว นักข่าวก็สัมภาษณ์เรื่องอื่นๆ และสัมเรื่องคดีที่พวกเราโดนฟ้อง
พี่ทนายก็ให้สัมภาษณ์กลางๆ ตามปกติทั่วไป ไม่ได้แค่สัมภาษณ์เรื่องพวกเราค่ะ
แต่ก็มีบางสื่อนำเสนอแบบให้ข้อมูลที่เป็นเท็จแต่งเติมคำพูด ที่ตั้งใจทำให้พวกเราโดนรุมด่า ตูนก็จะไปคุยกับสื่อนั้นๆ ให้เค้าลบค่ะ ส่วนสื่อไหนที่ลงคำพูดแบบไม่ได้แต่งเติมหรือชี้นำก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรค่ะ
และไม่ได้หิวเงินค่ะ แต่ชอบเงินนะคะถ้าถูกหวยก็จะดีมาก ทุกวันนี้กินอยู่ประหยัดมากๆ ทำกับข้าวกินเอง อยู่ตามอัตภาพ ช่วงนี้ยังไม่ได้ขยันทำงาน เพราะเน้นพักสภาพจิตใจ และสุขภาพเป็นหลัก ถ้าสุขภาพกายและจิตใจพร้อมก็จะกลับมาขยันทำงาน
แต่สุดท้ายต้องขอโทษที่เรื่องของครอบครัวเรามันทำให้รกโซเชียล ต้องขออภัยจริงๆ”
สมรภูมิยานยนต์ 2025: เมื่อซูเปอร์คาร์ครองบัลลังก์ ท่ามกลางมรสุม EV และการพลิกเกมด้วย Formula 1
ปี 2025 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปนั้น ถือเป็นปีแห่งการพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแท้จริง หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 หลายคนอาจคาดการณ์ว่าตลาดซูเปอร์คาร์กำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัว แต่ความเป็นจริงในปี 2025 กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าสมมติฐานนั้นผิดถนัด ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง หรือ “ซูเปอร์คาร์” กลับทะยานขึ้นอย่างน่าทึ่ง แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ไม่เพียงแต่สร้างยอดขายที่น่าประทับใจ แต่ยังมียอดจองยาวเหยียดข้ามปี สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ไม่เคยลดลงในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก
ในขณะที่แบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากกำแพงภาษีที่สูงขึ้น, การชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการแข่งขันที่ดุเดือดจากค่ายรถยนต์สัญชาติจีน แบรนด์หรูเหล่านี้กลับสามารถสร้างผลกำไรมหาศาลได้ราวกับว่าพวกเขาอยู่คนละสนามการแข่งขันกันเลยทีเดียว
ตลาดรถยนต์หรู: การเติบโตที่สวนกระแสและความต้องการที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ชี้ให้เห็นว่าตลาดรถยนต์หรูในสหรัฐอเมริกามีการเติบโตอย่างโดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยทะลุระดับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อพิจารณาถึงมูลค่าที่แท้จริงและสมรรถนะที่เหนือกว่า
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์กระปุก” หรือเกียร์ธรรมดา กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งโหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่เน้นการควบคุมและความรู้สึกที่เข้าถึงได้โดยตรง นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom Made หรือรถยนต์ที่ถูกปรับแต่งให้สะท้อนตัวตนและความเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าลูกค้าในตลาดบนไม่ได้มองหารถยนต์เพื่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองหาสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงรสนิยมและสถานะทางสังคมได้อีกด้วย
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็กลับชะลอตัวลงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่การแข่งขันจากรถยนต์ EV สัญชาติจีนที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักให้กับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมอย่าง Audi, Ford, GM และ Volvo การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ ประกอบกับปัจจัยทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ตลาด EV เผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น
ปี 2025: มรสุมของ Tesla และ Porsche
สำหรับ Tesla ปี 2025 ถือเป็นปีที่หนักหนาสาหัสอย่างแท้จริง ทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาก็หดหายไปไม่น้อย นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือกระแสต่อต้าน Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถเป็นข้อความเชิงประชดประชัน เช่น “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่อาจส่งผลกระทบต่อแบรนด์ในระยะยาว
ในขณะเดียวกัน Porsche ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์หรู ก็เผชิญกับปีที่ยากลำบากไม่แพ้กัน ปัญหาหลักมาจากสถานะทางการเงินที่สั่นคลอน และความคาดหวังที่ไม่เป็นไปตามเป้าของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan แม้จะทุ่มงบการตลาดมหาศาลและได้ดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งทวีความซับซ้อน เมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจกับราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลภายในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนทำให้เสีย “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche ไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters จะเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Porsche ในวันที่ 1 มกราคมนี้
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: ชัยชนะแห่งความคลาสสิกและกลยุทธ์ที่เหนือชั้น
ท่ามกลางความผันผวนของตลาด Ferrari กลับเป็นแบรนด์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด โดยสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทำให้ Ferrari ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari อยู่ที่การพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์และมูลค่าของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงให้ความไว้วางใจและกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง “Amalfi” ที่คาดว่าจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบัลลังก์ของม้าลำพองต่อไปในระยะยาว
จับตาปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ระดับโลกจะจับจ้องไปที่การก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของสองยักษ์ใหญ่อย่าง Audi และ Cadillac ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของแบรนด์ในอนาคต
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ออกไป โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างกระแสความนิยม และหวังใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้เทียบเคียงกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสให้กับแบรนด์ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งได้สร้างความฮือฮาในการเปิดตัวที่มิลาน รถคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายของตำนานอย่าง Audi TT และ R8 ได้อย่างลงตัว
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา ใครจะสามารถปรับตัวเข้ากับยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ และใครจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้ คือคำถามสำคัญที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของแต่ละแบรนด์
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเร้าใจของซูเปอร์คาร์ หรือกำลังมองหาทิศทางการลงทุนที่น่าสนใจในโลกยานยนต์ยุคใหม่ นี่คือช่วงเวลาที่คุณไม่ควรพลาดที่จะศึกษาและติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอนาคตของยานยนต์กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ทุกวัน!

