เรียกได้ว่า ทำเอานักร้องรุ่นใหญ่ เจ เจตริน เดือดสุดๆ เมื่อมีเพจได้สร้างข่าวลือ เกี่ยวกับตนเองและลูกชาย ทะเาะกันเพราะเรื่องการเมือง โดยทาง เจ ได้โพสต์ว่า คนโพสต์ คนแชร์ คนเลิฟ รอพี่แป๊ปนึงนะจ๊ะ พี่เอ็นจอยสโนบอร์ด แปปนึง
ลักษณะการสร้างโพส fake news แบบนี้ วิญญูชนก็อ่านออกว่า ต้องการเชียร์พรรคการเมืองใด ซึ่งการกระทำแบบนี้คงอยากได้แค่ยอดไลค์ยอดแชร์จากด้อม กลุ่มเดิมๆ แต่ในความเป็นจริง คนทั่วไปอีกจำนวนมากจะยิ่งมองเห็นในความสกปรกและเสื่อมความนิยมจากพรรคนี้ลงไปเรื่อยๆ อย่างที่เป็นอยู่ จากน้ำมือของพวกเค้าเอง
และยังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์เพิ่มเติมว่า ลักษณะการสร้างโพส fake news แบบนี้ วิญญูชนก็อ่านออกว่า ต้องการเชียร์พรรคการเมืองใด ซึ่งการกระทำแบบนี้คงอยากได้แค่ยอดไลค์ยอดแชร์จากด้อม กลุ่มเดิมๆ แต่ในความเป็นจริง คนทั่วไปอีกจำนวนมากจะยิ่งมองเห็นในความสกปรกและเสื่อมความนิยมจากพรรคนี้ลงไปเรื่อยๆ อย่างที่เป็นอยู่ จากน้ำมือของพวกเค้าเอง
และได้มีคนเข้ามาคอมเมนตืกันเพียบ ร่วมไปถึงดาราในวงการ อย่าง ม้า อรนภา และ มัม ลาโคนิค ด้วยนั้นเอง
อุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: สุริยคติแห่งซูเปอร์คาร์ สะเทือนวงการ EV และอนาคต F1
ปี 2025 นี้ ถือเป็นปีทองที่น่าจดจำสำหรับโลกแห่งซูเปอร์คาร์แบรนด์หรูระดับโลกอย่างแท้จริง แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ปรารถนามายาวนาน เช่น Ferrari, Bugatti, Pagani, Koenigsegg และ Lamborghini ต่างมียอดจองที่ทะลุเพดานการผลิต ล้นยาวไปจนถึงปีถัดไป สะท้อนถึงความต้องการที่ไม่เคยเสื่อมคลายในยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับความพิเศษและความหรูหรา ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก รวมถึงรถยนต์นั่งทั่วไป กลับต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันจากการแข่งขันที่ดุเดือดของค่ายรถยนต์จากประเทศจีน ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า
ปี 2025 ยังเป็นปีแห่งมรสุมสำหรับแบรนด์ที่เคยแข็งแกร่งอย่าง Porsche และ Tesla โดยเฉพาะ Porsche ที่เผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนส่งผลให้ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ส่วน Tesla แม้จะเป็นผู้นำในตลาด EV มาอย่างยาวนาน แต่ในปีนี้กลับต้องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งรายใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับกระแสต่อต้านบุคคลของ Elon Musk ซีอีโอของบริษัท ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในวงกว้าง
เมื่อมองไปยังปี 2026 การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกจะเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อสองยักษ์ใหญ่ในวงการยานยนต์หรูอย่าง Audi และ Cadillac ประกาศพร้อมกระโดดเข้าร่วมสังเวียน Formula 1 ด้วยความคาดหวังที่จะใช้เวทมนตร์ของกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับสูงสุดนี้ ในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้แบรนด์ใหม่ และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น
ตลาดรถยนต์หรู: จุดสูงสุดใหม่และความโหยหาประสบการณ์ขับขี่ดั้งเดิม
หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2019 มีนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เราอาจจะเข้าสู่ยุคอิ่มตัวของ “ซูเปอร์คาร์” แล้วหรือยัง? แต่เมื่อมองภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ต้องยอมรับว่าสมมติฐานดังกล่าวได้พิสูจน์แล้วว่าผิดถนัด ตลาดซูเปอร์คาร์ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงเลยแม้แต่น้อย หากแต่กลับเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจในภาพรวม
ปี 2025 จึงสมควรได้รับการจารึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ดูเหมือนว่าไม่มีเพดานจำกัดสำหรับความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari หรือ Lamborghini ต่างก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมหลายแบรนด์กำลังเผชิญกับภาวะ “เมาหมัด” จากกำแพงภาษีที่ซับซ้อน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่สามารถผลิตรถคุณภาพดีในราคาที่แข่งขันได้ แต่ในทางกลับกัน แบรนด์รถหรูเหล่านี้กลับโกยกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมด้วยยอดจองที่ยาวเหยียด จนทำให้ลูกค้าที่ต้องการครอบครองรถยนต์ในฝันเหล่านี้ ต้องรอคอยนานข้ามปี
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษในปี 2025 คือการเติบโตอย่างโดดเด่นของตลาดรถยนต์ Luxury ทั่วโลก โดยราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่เหนือระดับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่สูงและความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก ยิ่งไปกว่านั้น “เกียร์กระปุก” หรือเกียร์ธรรมดา ซึ่งเคยถูกมองว่าล้าสมัย ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากลุ่มนี้ ผู้ที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวรถและสมรรถนะอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการตกแต่งตามความต้องการเฉพาะตัวของผู้ซื้อ เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์และรสนิยมของเจ้าของ
ในทางตรงกันข้าม แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็ต้องยอมรับว่าอัตราการเติบโตได้แผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแข่งขันที่ดุเดือดของ “รถ EV จีน” ที่มาพร้อมกับคุณภาพที่น่าประทับใจและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ รวมถึงประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของครอบครัวจำนวนมาก ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากขึ้นในสังคม
Tesla และ Porsche: ปีแห่งมรสุมและความท้าทายที่ไม่คาดฝัน
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำนี้ได้ประสบปัญหาทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญ Tesla ต้องเผชิญกับการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งที่เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูรถยนต์ที่เกิดขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้านบุคคลต่อ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ก็ทวีความรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นมีรายงานว่าลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์บนรถยนต์ของตนเองที่ระบุว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบที่ประเด็นด้านบุคคลมีต่อภาพลักษณ์และยอดขายของแบรนด์
ในขณะที่ Porsche แบรนด์รถยนต์สปอร์ตหรูจากเยอรมนี ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เจ็บหนักในปี 2025 สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อน และความไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan ซึ่งไม่สามารถสร้างยอดขายและกระแสตอบรับได้ตามที่คาดหวัง แม้จะมีการทุ่มงบประมาณการตลาดจำนวนมหาศาล และการดึงตัวนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังมาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ทำให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดประมาณการผลประกอบการถึง 3 ครั้งติดต่อกัน หุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปี โดยมีตัวเลขสูงถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อลูกค้าประจำที่ภักดีต่อแบรนด์มาอย่างยาวนาน เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นและบ่นถึงราคาจำหน่ายที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ที่เน้นการขับขี่และประสบการณ์แบบดั้งเดิม สิ่งเหล่านี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป
Ferrari: การผงาดเหนือคู่แข่งและกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุดขาตัวเองและเผชิญกับความท้าทาย Ferrari แบรนด์รถยนต์ซูเปอร์คาร์ชั้นนำจากอิตาลี กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุดในปี 2025 บริษัทสามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ที่สูงอย่างน่าประทับใจได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการมียอดจองรถยนต์ที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ซึ่งทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญของความสำเร็จของ Ferrari มาจากกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดหลายประการ ประการแรก Ferrari พึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ของยอดขายรวม ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในประเทศจีน ประการที่สอง การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยปรับลดเป้าหมายการขายรถ EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์และราคารถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว เหมือนที่ Porsche Taycan ประสบมา
แม้ว่าราคาจำหน่ายเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกที่จะกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งสะท้อนถึงความภักดีต่อแบรนด์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และเมื่อพิจารณาถึงรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัว เช่น “Amalfi” ที่กำลังเป็นที่จับตามองในตลาด ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าบัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่จะคงอยู่ต่อไปในระยะยาว
การแข่งขัน Formula 1 ปี 2026: สนามใหม่ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ระดับโลกจะจับจ้องไปยังการแข่งขัน Formula 1 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับการเปิดตัวและการพิสูจน์ศักยภาพของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์หรู คือ Audi และ Cadillac ที่เตรียมกระโดดเข้าร่วมสังเวียน Formula 1 อย่างเป็นทางการ
Cadillac: การเข้าร่วม F1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญและเด็ดเดี่ยวที่จะช่วยลบภาพลักษณ์เดิมๆ ของแบรนด์ที่อาจถูกมองว่าเป็น “รถสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “รถสำหรับวัยค่อนคน” โดย Cadillac ได้เลือกนักแข่งชื่อดังระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม เพื่อสร้างกระแสความนิยมและดึงดูดความสนใจของผู้ชมทั่วโลก การใช้ประโยชน์จากความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศสหรัฐอเมริกา จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับแบรนด์ Cadillac ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: ในขณะเดียวกัน Audi ก็เตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่สมรภูมิ F1 ด้วยการเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสให้กับแบรนด์ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยมีประสบการณ์การแข่งขันมายาวนานกว่าศตวรรษ และด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งนี้ จึงมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
ยิ่งไปกว่านั้น Audi ยังเตรียมปล่อย “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำยุคที่เคยสร้างความฮือฮาในการเปิดตัวที่มิลาน ซึ่งรถคันนี้จะทำหน้าที่เป็น “พิมพ์เขียว” หรือต้นแบบสำหรับ Audi ยุคใหม่ ที่ผสานรวมความทันสมัย เทคโนโลยีล้ำสมัย เข้ากับกลิ่นอายของตำนานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ และวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและน่าจับตามองต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสอันยิ่งใหญ่ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว สมรรถนะ และยนตรกรรมสุดหรู หรือกำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า อย่าพลาดที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์เหล่านี้ และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ไม่เหมือนใคร!

