ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจ สกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายรายใหญ่ รวม 86 ชีวิต หลังซิ่งรถกระบะพยายามขับหลบหนีเจ้าหน้าที่แต่สุดท้ายไปไม่รอด
วันที่ 19 มกราคม 2569 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชุดปฏิบัติการข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน
จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136, สถานีตำรวจภูธรไทรโยค, ตม.จว.ก.จ., ปส.4, ตำรวจทางหลวง และ ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง
ต่อมา เวลา 14.05 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัด ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย จำนวน 3 คัน ขับหลบหนีเจ้าหน้าที่เข้าไปยังบริเวณวัดแห่งหนึ่ง ม.5 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และรถยนต์ต้องสงสัยอีก จำนวน 1 คัน ขับมุ่งหน้าไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 323 จึงได้จัดกำลังไล่ติดตามรถยนต์ดังกล่าวไป
เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับรถยนต์ได้ทั้งหมด 4 คัน จึงเข้าทำการตรวจค้น พบ นายมอน ซาน อายุ 38 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Isuzu รุ่น D-max สีเทา หมายเลขทะเบียน บห1527 กาญจนบุรี,
นายสมเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Ford รุ่น Ranger สีดำ หมายเลขทะเบียน สร8089 กรุงเทพมหานคร, นายชา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Revo สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ยต7851 ชลบุรี
และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Isuzu รุ่น D-max สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กย9258 สุพรรณบุรี (คนขับหนีไปได้) เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ารถยนต์ทั้ง 4 คัน บรรทุกแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้น 86 คน แบ่งเป็น ชาย 57 คน หญิง 29 คน
โดยทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพว่า พวกตนเดินทางมาจาก รัฐย่างกุ้ง และเมืองพะโค ประเทศเมียนมา ลักลอบหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยด้วยวิธีการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ หลังจากนั้นได้ใช้เส้นทางทางน้ำ
และเดินลัดเลาะอ้อมจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทยตอนใน เพื่อจะเดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยจะเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าคนละ 12,000 – 20,000 บาท เมื่อถึงปลายทาง
แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง ส่ง สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ยานยนต์ปี 2025: มรสุม EV สู่ยุคทองซูเปอร์คาร์ และสงคราม F1 ที่กำลังจะปะทุ
บทสรุปของตลาดรถยนต์ในปี 2025 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดซูเปอร์คาร์ท่ามกลางการชะลอตัวของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่เข้มข้นของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน ในขณะที่แบรนด์ที่เคยแข็งแกร่งอย่าง Porsche และ Tesla กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ
ปี 2025: ยุคทองของซูเปอร์คาร์และรถหรู
หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเคยตั้งคำถามถึงอนาคตของ “ซูเปอร์คาร์” ว่าจะยังคงมีที่ยืนในตลาดที่เทคโนโลยียานยนต์กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมของปี 2025 ภาพสมมติฐานเหล่านั้นก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าผิดถนัด ปี 2025 สมควรได้รับการจารึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ดูเหมือนว่าความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini จะไม่มีเพดานจำกัด
ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายจากหลายทิศทาง ทั้งกำแพงภาษีที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาขาย ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เริ่มชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย แบรนด์ซูเปอร์คาร์หรูเหล่านี้กลับสามารถโกยกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรับรถนานข้ามปี
ตลาดรถยนต์ Luxury เติบโตสวนกระแส: ความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพรวมของตลาดรถยนต์ Luxury ในปี 2025 ถือว่าเติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนถึงความมั่งคั่งที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกาพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท)
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กำลังกลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากลุ่มนี้ ผู้ที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับรถยนต์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการปรับแต่งรถยนต์ให้สะท้อนตัวตนและรสนิยมของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ที่ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตน
EV จีนครองตลาด? การแข่งขันที่ท้าทายแบรนด์ดั้งเดิม
ในทางกลับกัน แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็แผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้หลายค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ทั้ง Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการแข่งขันที่ดุเดือดของ “รถยนต์ EV จากประเทศจีน” ซึ่งมีข้อได้เปรียบทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุดคือราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารถยนต์ EV จากแบรนด์ตะวันตก
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ซึ่งทำให้ราคารถยนต์ EV สูงขึ้นและลดทอนความน่าสนใจทางเศรษฐกิจลง นอกจากนี้ ประเด็นทางการเมืองและความกังวลเกี่ยวกับแหล่งพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่รองรับการใช้งานอย่างแพร่หลาย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว และส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
2025: ปีแห่งมรสุมสำหรับ Tesla และ Porsche
สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla แบรนด์ผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ต้องเผชิญกับความยากลำบากรอบด้าน ทั้งยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่หดหายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Tesla ยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ กระแสต่อต้านซีอีโอ Elon Musk ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์แก้ตัวที่ท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกทางความคิดเห็นและการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
ในขณะที่ Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่เจ็บหนักที่สุดในปี 2025 สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินและการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ของบริษัท ทั้ง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ แม้จะทุ่มงบการตลาดมหาศาลและจ้างดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งขึ้น ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้งติดต่อกัน หุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าประจำของ Porsche เริ่มแสดงความไม่พอใจกับราคาที่สูงเกินจริง และการยัดเยียดระบบดิจิทัลที่ซับซ้อนมากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งทำให้รถยนต์ขาดจิตวิญญาณแห่งความเป็น Porsche ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters จะเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Porsche ในวันที่ 1 มกราคมนี้
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: สูตรสำเร็จแห่งความสำเร็จ
ในขณะที่คู่แข่งสำคัญกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในปี 2025 บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ที่มหาศาลได้อย่างต่อเนื่อง และมียอดจองเต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari อยู่ที่การพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าการขาย EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 เท่านั้น ช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคาขายต่อของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนรถยนต์ EV ของ Porsche Taycan
แม้ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามอง สร้างความมั่นใจว่าบัลลังก์ของม้าลำพองจะยังคงแข็งแกร่งต่อไปในระยะยาว
จับตาปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การแข่งขันในสนาม Formula 1 (F1) เมื่อแบรนด์ Audi และ Cadillac เตรียมกระโดดเข้าร่วมวงอย่างเป็นทางการ
Cadillac: การเข้าสู่ F1 ในฐานะทีมที่ 11 คือก้าวสำคัญของ Cadillac ที่ต้องการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” โดยเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเป็นกำลังหลัก เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างกระแสความนิยม หวังใช้ความนิยมของ F1 ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังพุ่งสูงขึ้น เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่ดูเงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ยาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน F1
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำยุคที่เคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวของ Audi ยุคใหม่ โดยผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายของตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง ทั้งการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด EV การเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของกลุ่มซูเปอร์คาร์ และสงครามในสนามแข่ง Formula 1 ที่จะเขย่าวงการให้คึกคักยิ่งขึ้น หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยี เราขอเชิญชวนให้ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์ที่ดีที่สุดแห่งยุค

