กองทัพไทยปรับฮวงจุ้ย จุดยุทธศาสตร์ช่องอานม้า อัญเชิญพระพุทธรูปปางนาคปรกประดิษฐานบนฐานเดิมเทวรูป 8 แขน ขณะที่กัมพูชาเร่งซ่อมถนนชั่วคราวหลังสะพานหลักขาดสะบั้น
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อมีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในเชิงสัญลักษณ์และยุทธศาสตร์ โดยเฟซบุ๊กแฟนเพจ Army Military Force รายงานการอัพเดตสถานการณ์ล่าสุดบริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เคยมีการปะทะกันอย่างรุนแรง
เมื่อวันที่ 19 มกราคม พระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. (หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปปางนาคปรกขึ้นประดิษฐาน ณ บริเวณช่องอานม้า
ความน่าสนใจอยู่ที่ตำแหน่งการวาง พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานลงบน “ฐานตั้งเดิมของเทวรูป 8 แขนของกัมพูชา” ซึ่งถูกทำลายลงในช่วงการปะทะก่อนหน้านี้ การอัญเชิญพระนาคปรกมาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
- คุ้มครองป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้ร่มเย็นเป็นสุข
- สร้างความเป็นสิริมงคลภายใต้ความเชื่อเรื่อง “การชนะมารและอุปสรรคทั้งปวง”
- เสริมขวัญและกำลังใจขั้นสูงสุดให้แก่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
ทั้งนี้ในวันเดียวกัน มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอจากฝั่งกัมพูชาที่แสดงให้เห็นความเสียหายของสะพาน “จัยจุมเนี้ยะ” ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการส่งกำลังบำรุงและอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเขมร สภาพสะพานขาดสะบั้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย เพื่อตัดวงจรการส่งกำลังอาวุธในพื้นที่ขัดแย้ง ทำให้รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งสร้างถนนชั่วคราวบริเวณข้างสะพานเพื่อใช้สัญจรแทนเส้นทางหลักที่พังทลาย
ปี 2025: คลื่นลูกใหม่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ – ซูเปอร์คาร์รุ่งโรจน์ ตลาด EV ชะลอตัว
ภาพรวมตลาดปี 2025: การแข่งขันที่พลิกผัน
ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาในวงการยานยนต์ จากที่เคยคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเติบโตแบบก้าวกระโดด กลับพบว่าทิศทางตลาดมีการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง หรือ “ซูเปอร์คาร์” กลับทะยานขึ้นสวนทางอย่างน่าอัศจรรย์ สร้างสถิติยอดขายและคำสั่งจองที่ยาวนานเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
ในขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายจีนเริ่มรุกคืบเข้าสู่ตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง ด้วยคุณภาพที่น่าเชื่อถือและราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมในตลาด EV ประสบกับภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยนี้รวมถึงการยุติมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ซับซ้อน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายครอบครัว
“ปีแห่งซูเปอร์คาร์”: เมื่อความหรูหราและสมรรถนะคือคำตอบ
กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิงกับตลาดซูเปอร์คาร์ แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ไม่เพียงแต่รักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่ยังสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ยอดจองที่ยาวเหยียดจนต้องรอรับรถนานข้ามปีไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ไม่ลดน้อยลงสำหรับยานยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเหนือชั้น และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตลาดรถยนต์หรู (Luxury Car Market) โดยรวมในปี 2025 เติบโตอย่างโดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา ทะลุระดับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือ “เกียร์ธรรมดา” (Manual Transmission) ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่กลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม รวมถึงกระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของได้สะท้อนตัวตนและรสนิยมได้อย่างเต็มที่
Tesla และ Porsche: ปีแห่งความท้าทายและแรงกดดัน
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla เผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ การลดลงของยอดขายและผลกำไรทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐฯ ที่หดหาย ประกอบกับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูของรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สร้างแรงกดดันให้กับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำรายนี้ นอกจากนี้ กระแสต่อต้าน CEO Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ถึงขั้นมีลูกค้าบางรายติดสติกเกอร์เพื่อแสดงออกถึงการตัดสินใจซื้อรถก่อนที่จะทราบถึงบุคลิกภาพของผู้นำแบรนด์
สำหรับ Porsche ถือเป็นอีกแบรนด์ที่ประสบปัญหาอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากความท้าทายทางการเงิน และรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ๆ เช่น Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถสร้างผลตอบรับตามที่คาดหวังไว้ได้ แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาด โดยได้ดาราดังระดับฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ผลกระทบนี้ทำให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ของ Porsche ยิ่งเลวร้ายลง เมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกขาด “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ นำไปสู่การแต่งตั้ง Michael Leiters เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เพื่อเข้ามาปรับทิศทางและกอบกู้สถานการณ์ของแบรนด์
Ferrari: ผงาดเหนือคู่แข่งด้วยกลยุทธ์ที่เหนือชั้น
ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ กำลังเผชิญกับอุปสรรค Ferrari กลับโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Aston Martin แบบขาดลอย
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพิงตลาดจีนในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าหมายการขาย EV เพียง 20% ภายในปี 2030 ช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์ และมูลค่ารถยนต์มือสองให้คงที่ แตกต่างจาก Porsche Taycan ที่ราคาตกลงอย่างมาก
แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกกลับมาซื้อซ้ำ และรุ่นใหม่ๆ อย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก ส่งสัญญาณว่าบัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว
ปี 2026: การแข่งขันบนสนาม Formula 1 ที่น่าจับตา
สำหรับปี 2026 ความสนใจของวงการยานยนต์จะพุ่งเป้าไปที่การเข้าร่วมการแข่งขัน Formula 1 ของ Audi และ Cadillac ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่จะสร้างภาพลักษณ์และขยายฐานลูกค้า
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 เป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้สูงวัย” โดยการดึงตัวนักแข่งมากฝีมืออย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม เพื่อสร้างกระแสความนิยมและหวังใช้พลังของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังเติบโต เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับ BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกชีพแบรนด์ที่ค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการแข่งขันรถยนต์กว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้น นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยจัดแสดงในงาน Milan ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญของ Audi ยุคใหม่ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์คาดว่าจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะและความหรูหรา ถึงเวลาแล้วที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดซูเปอร์คาร์ และเตรียมตัวสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่กำลังจะมาถึง!

