สองนายตำรวจ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องราวความเจ็บปวดที่เก็บงำมานาน เข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อขอให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังอ้างว่าถูกกระทำรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง
เวลา 15.30 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ผู้เสียหายให้การว่า ในช่วงที่ยังปฏิบัติหน้าที่ติดตามใกล้ชิดอดีตผู้บังคับบัญชา มักถูกทำร้ายร่างกายและใช้ถ้อยคำด่าทออย่างรุนแรง หากการทำงานไม่เป็นที่พอใจ โดยเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถานที่ส่วนตัวและสถานที่ทำงานหลายแห่ง ทั้งโรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ บ้านพักย่านวิภาวดี บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี รวมถึงสำนักงานรัชดาวัน
ในส่วนของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ระบุว่า เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ถูกใช้มือตบเข้าที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรงหลายครั้ง ต่อมามีอาการปวดหูและปวดศีรษะอย่างหนัก จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และแพทย์วินิจฉัยว่าแก้วหูซ้ายทะลุ ฉีกขาดเป็นรูขนาดกลาง
ขณะที่ พ.ต.อ.อาริศ ให้การว่า ตนต้องเผชิญการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและการดูหมิ่นศักดิ์ศรีอย่างต่อเนื่อง บางครั้งรุนแรงถึงขั้นด่าทอบุพการี อีกทั้งยังถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด พร้อมถูกข่มขู่ซ้ำ ๆ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
พ.ต.อ.อาริศ ระบุว่า แรงกดดันและความหวาดกลัวที่สะสมมาเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง จนนอนไม่หลับและต้องเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ เพื่อเยียวยาอาการทางจิตใจที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ ยังรายงานอีกว่า กรณีดังกล่าวทำให้สังคมหันมาจับตาอีกด้านหนึ่งของอำนาจในองค์กรตำรวจ และตั้งคำถามถึงระบบการคุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางความคาดหวังว่า กระบวนการยุติธรรมจะสามารถคลี่คลายข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา
ใครคือดาวเด่น? บทสรุปวงการยานยนต์ปี 2025 และการเดิมพันครั้งใหม่ในปี 2026
ปี 2025 เป็นปีทองที่แท้จริงของเหล่าซูเปอร์คาร์ระดับโลก แบรนด์ในตำนานอย่าง Ferrari, Bugatti และ Pagani ไม่เพียงแต่กวาดยอดจองจนทะลุเพดาน แต่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปกลับเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันที่ดุเดือดของค่ายรถยนต์สัญชาติจีน
ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์อย่าง Porsche และ Tesla แม้จะมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและความแข็งแกร่งในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งสองแบรนด์กลับเผชิญกับความยากลำบากทางการเงินและแรงเสียดทานจากปัจจัยภายนอก Porsche พบกับภาวะทางการเงินที่สั่นคลอน จนส่งผลให้หลุดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี ในขณะที่ Tesla ต้องเผชิญกับการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสต่อต้านตัวตนของ Elon Musk ผู้บริหารสูงสุด ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของลูกค้า
แต่แล้ว เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2026 เวทีการแข่งขันกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างน่าจับตามอง การต่อสู้ครั้งใหม่จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องถนนอีกต่อไป แต่จะขยายไปยังสนามแข่ง Formula 1 เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมวงอย่างเป็นทางการ ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการใช้พลังของมอเตอร์สปอร์ตเป็นเครื่องมือในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์ สร้างความตื่นเต้น และดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เปี่ยมด้วยความหลงใหลในสมรรถนะและความเร็ว
ปี 2025: ปีทองของ Luxury Supercar และความท้าทายของยานยนต์ไฟฟ้า
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว หลายคนอาจเคยตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของตลาด “ซูเปอร์คาร์” ว่าเรามาถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมของปี 2025 ที่ผ่านมา ภาพสมมติฐานดังกล่าวได้ถูกพิสูจน์ว่าผิดถนัด
ปี 2025 นี้สมควรได้รับการจารึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ดูเหมือนว่าจะไม่มีเพดานจำกัดสำหรับความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari หรือ Lamborghini ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับ “กำแพง” ที่มองไม่เห็น ทั้งจากมาตรการภาษีที่เข้มงวด ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวลงอย่างน่าใจหาย และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
แต่ในทางกลับกัน แบรนด์หรูเหล่านี้กลับสามารถโกยกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมกับยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอคอยรถยนต์คันโปรดนานข้ามปี สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งแบรนด์เหล่านี้สามารถตอบสนองได้อย่างตรงจุด
ตลาดรถยนต์ Luxury: โตสวนกระแสอย่างน่าทึ่ง
ภาพรวมของตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 ถือว่าเติบโตอย่างโดดเด่นและสวนทางกับแนวโน้มของตลาดโดยรวม ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่ามากกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม ความรู้สึกของการควบคุมรถด้วยตนเองที่สัมผัสได้ถึงกลไกภายใน ไม่ใช่แค่การนั่งสบายๆ หรือพึ่งพาระบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ กระแสของการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการปรับแต่งรถยนต์ให้สะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหารถยนต์เพื่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการรถยนต์ที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและแสดงออกถึงรสนิยม
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็แผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก ค่ายรถยนต์รายใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเข้ามาของ “รถยนต์ EV สัญชาติจีน” ที่มีคุณภาพสูง เทคโนโลยีล้ำสมัย และที่สำคัญคือมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับรถยนต์ EV จากแบรนด์ตะวันตก
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ได้แก่ การสิ้นสุดของมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ทำให้ราคาขายจริงสูงขึ้น และประเด็นทางการเมืองที่ซับซ้อน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ปี 2025: มรสุมครั้งใหญ่ของ Tesla และ Porsche
สำหรับปี 2025 นี้ ถือเป็นปีที่ Tesla ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งในแง่ของยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลงทั่วโลก รวมถึงส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่หดหายไปอย่างน่าใจหาย นอกจากนี้ Tesla ยังต้องรับมือกับคดีความที่เกิดขึ้นจากปัญหาเรื่องระบบประตูรถขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย
ที่น่าสังเกตคือ กระแสต่อต้านตัวตนและพฤติกรรมของผู้บริหารสูงสุดอย่าง Elon Musk ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ระบุไว้ที่ท้ายรถว่า “ซื้อรถคันนี้ก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นคนแบบนี้” สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้บริหาร ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อในอนาคต
ด้าน Porsche ซึ่งเคยเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง กลับเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อน ประกอบกับรถยนต์ EV รุ่นใหม่ของบริษัท ทั้ง Taycan และ Macan ที่แม้จะได้รับการโปรโมทอย่างหนักด้วยการทุ่มงบประมาณการตลาดจ้างดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่กลับไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้
ผลกระทบที่ตามมานั้นรุนแรง Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และที่น่ากังวลที่สุดคือ การเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อลูกค้าประจำของ Porsche เริ่มออกมาแสดงความไม่พอใจกับราคาขายที่สูงเกินจริง และการยัดเยียดระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร จนทำให้รถยนต์ขาด “จิตวิญญาณ” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ที่เน้นการขับขี่เป็นหลัก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งกำลังเผชิญกับอุปสรรคและสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับเป็นแบรนด์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในตลาดซูเปอร์คาร์ บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล และมียอดจองรถยนต์ที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin แบบไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari มาจากการวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด Ferrari พึ่งพาตลาดประเทศจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าหมายการขายรถยนต์ EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 เท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคาของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำลงเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อแบรนด์และความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ประกอบกับรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก ทำให้บัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสังเวียน Formula 1
เมื่อมองไปข้างหน้า สู่ปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การแข่งขันครั้งใหม่ในเวที Formula 1 เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมวงอย่างเป็นทางการ
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ที่จะช่วยลบภาพลักษณ์ “รถยนต์สำหรับผู้สูงอายุ” หรือ “รถสำหรับครอบครัว” ที่เคยติดตัวมานาน โดย Cadillac ได้เลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez เพื่อเรียกกระแสความสนใจจากแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากความนิยมของ Formula 1 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา Cadillac หวังที่จะยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมพร้อมที่จะเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ให้กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตยาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน Formula 1
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยสร้างความฮือฮาในการเปิดตัวที่มิลาน ซึ่งจะเป็นต้นแบบและพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ ที่ผสานรวมความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
คุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตของวงการยานยนต์แล้วหรือยัง?

