• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

นักวิเคราะห์เขมรชี้ชัด! “พ่อลูกฮุน” ฮุน เซน–ฮุน มาเนต ตันเกมการทูต โลกไม่สนข้อกล่าวหาไทยรุกราน แต่จับตาปัญหาแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา

admin79 by admin79
January 22, 2026
in Uncategorized
0
นักวิเคราะห์เขมรชี้ชัด! “พ่อลูกฮุน” ฮุน เซน–ฮุน มาเนต ตันเกมการทูต โลกไม่สนข้อกล่าวหาไทยรุกราน แต่จับตาปัญหาแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา

วันที่ 21 ม.ค.2569 เว็บไซต์ TFA Khmer ในเครือข่ายวิทยุเอเชียเสรี(Radio Free Asia-RFA) ได้นำเสนอบทความเรื่อง “นักวิเคราะห์ชี้ กัมพูชากำลังเดินเข้าสู่ทางตันด้านการทูต” เขียนโดย เสก บัณฑิต อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ชี้ว่า กัมพูชากำลังเผชิญทางตันด้านความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากรัฐบาลของนายฮุน มาเนต มุ่งให้ความสำคัญกับอำนาจ การเล่นพรรคเล่นพวก และขาดเจตจำนงที่แท้จริงในการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย รวมถึงไม่ให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ส่งผลให้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา–ไทยยังคงติดค้างยืดเยื้อ เพราะไม่มีผู้นำประเทศใดในเวทีโลกเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย

นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชาระบุว่า นับตั้งแต่ไทยเปิดปฏิบัติการทางหารกับกัมพูชา รัฐบาลกัมพูชามักแสดงท่าทีอวดอ้างว่ากัมพูชาได้เปรียบไทยในเวทีการทูตระหว่างประเทศ โดยอ้างว่ามีหลักฐานทางกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศจำนวนมากในการโต้แย้งฝ่ายไทย แต่ในความเป็นจริง ผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกลับไม่ให้ความสนใจต่อข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา–ไทย กลับพูดถึงเพียงปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และผู้ลี้ภัย แทนที่จะชี้ชัดว่าไทย “รุกรานกัมพูชา”
นายเซง วันนลี ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ RFA เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ว่า สาเหตุที่กัมพูชาล้มเหลวด้านการทูตในเวทีนานาชาติ มาจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การถดถอยของประชาธิปไตย ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และการขาดธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ อีกทั้งรัฐบาลยังมุ่งเน้นเรื่องอำนาจและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ยากที่จะช่วยกัมพูชาในข้อพิพาทชายแดนกับไทย

นายเซง วันนลี กล่าวว่า “ปัจจัยที่จะทำให้ยุทธศาสตร์การทูตของนายฮุน มาเนต ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่การเลือกข้างระหว่างสหรัฐฯ หรือจีน แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้กัมพูชาเป็นรัฐที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และเป็นพื้นที่การลงทุนที่ปลอดภัย หากกัมพูชาแสดงให้โลกเห็นถึงความเข้มแข็งและความจริงใจในการจัดการอาชญากรรมข้ามชาติ ประตูการทูตจะเปิดกว้างมากขึ้น และการคุกคามจากการรุกรานใด ๆ จะได้ถูกยับยั้งจากประชาคมโลกผ่านผลประโยชน์ร่วมที่มีอยู่ในกัมพูชา”
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาประสบภาวะชะงักงันในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย แม้กัมพูชาจะยื่นข้อเสนอเจรจาทวิภาคีกับไทยหลายครั้ง แต่ถูกฝ่ายไทยปฏิเสธ โดยอ้างว่าต้องรอให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่งก่อน ขณะเดียวกัน หลังการสู้รบ 21 วันยุติลงเกือบหนึ่งเดือน กองทัพไทยได้ประกาศยึดครองพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชาหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่พลเรือนและบริเวณโบราณสถานของขอม

กรณีดังกล่าว กัมพูชายอมรับว่ามีการสูญเสียดินแดนจริง แต่รัฐบาลกัมพูชายังไม่ได้นำคดีฟ้องไทยต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคยพยายามชี้แจงต่อคณะทูตต่างประเทศประจำกัมพูชาเกี่ยวกับการรุกรานของไทยหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผล ขณะที่กองทัพไทยยังคงขยายการวางลวดหนาม ยึดพื้นที่ และรื้อทำลายสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ยึดครองต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณและอุปกรณ์แก่กัมพูชาในเรื่องผู้ลี้ภัย การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน รวมถึงงบประมาณบางส่วนสำหรับปราบปรามการพนันออนไลน์เท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงปัญหาการรุกรานและการเผาทำลายบ้านเรือนของประชาชนกัมพูชาโดยไทยอย่างตรงไปตรงมา นักวิเคราะห์จึงเห็นว่านี่คือความล้มเหลวด้านการทูตของกัมพูชา ทั้งในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค

RFA ไม่สามารถติดต่อ นายแปน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา และนายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อขอความเห็นในประเด็นนี้ได้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ยอมรับถึงความยากลำบาก โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความยากลำบากของชาติในขณะนี้คือความยากลำบากของชาวเขมรทุกคน แต่กุญแจสำคัญคือการเปลี่ยนความยากลำบากและความมุ่งมั่นของประชาชนให้เป็นพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ผ่านความสามัคคีเพื่อปกป้องชาติและแผ่นดิน

ขณะเดียวกัน เขายืนยันว่าการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญเพื่อคุ้มครองความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ผู้สังเกตการณ์มองว่า คำมั่นของฮุน มาเนต สะท้อนการยอมรับความล้มเหลวด้านการทูต หลังจากพยายามขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศในประเด็นข้อพิพาทกัมพูชา–ไทย แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากกัมพูชามีเรื่องอื้อฉาวจำนวนมาก โดยเฉพาะอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์

นายคิม ซก โฆษกของ “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ 23 ตุลาคม” กล่าวว่า สาเหตุที่ปัญหากัมพูชา–ไทยไม่ได้รับความสนใจจากผู้นำโลก เป็นเพราะรัฐบาลตระกูลฮุนไม่ให้ความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างแท้จริง เช่น การเสริมสร้างนิติรัฐและการฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้นำกัมพูชามีลักษณะเผด็จการ มุ่งรักษาอำนาจและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ส่งผลให้การทูตในเวทีโลกยังล้มเหลวต่อเนื่อง

นายคิม ซก กล่าวอีกว่า “ครอบครัวฮุนทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง ไม่ได้ร่วมมือกับนานาชาติในการแก้ปัญหาประเทศ ทั้งปัญหาการรุกรานดินแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนั้นจีนและสหรัฐฯ จึงหันไปสนใจปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตนมากกว่า”

นักวิเคราะห์ด้านสังคมและการเมืองระบุว่า ในขณะที่โลกกำลังสับสนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เช่น อิหร่าน เวเนซุเอลา คิวบา สงครามยูเครน–รัสเซีย และความขัดแย้งญี่ปุ่น–จีนเกี่ยวกับไต้หวัน หากกัมพูชาไม่สามารถแก้ไขปัญหากับไทยด้วยสันติวิธีได้ ก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าทางทหารกับไทยเป็นครั้งที่ 3 อย่างชาญฉลาดและยึดหลักกฎหมาย พร้อมทั้งต้องเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของชาติ และดำเนินการฟ้องไทยต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เป็นต้น

ยุคทองของ Supercar สู่สมรภูมิ Formula 1: บทสรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025 และทิศทางปี 2026

ปี 2025 เป็นปีที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ใครจะคาดคิดว่าตลาด Supercar จะกลับมาเฟื่องฟูถึงขีดสุด ท่ามกลางความชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการแข่งขันที่ดุเดือดจากค่ายรถสัญชาติจีน บทความนี้จะเจาะลึกภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 พร้อมวิเคราะห์ทิศทางในปี 2026 จากมุมมองของผู้คร่ำหวอดในวงการที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ

2025: ปีแห่งความรุ่งโรจน์ของ Supercar และความท้าทายของแบรนด์หรู

สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดในปี 2025 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด Supercar แบรนด์อย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ต่างมียอดจองยาวเหยียดข้ามปี สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายยังคงมีความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงอย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความพิเศษ ความเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญสูงสุด

ในทางกลับกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เคยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด กลับพบกับภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยหลายประการส่งผลกระทบต่อตลาด EV ในปี 2025 ได้แก่:

การแข่งขันที่รุนแรงจากค่ายรถจีน: แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของค่ายรถดั้งเดิมทั่วโลกลดน้อยลง
การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ: หลายประเทศได้ปรับลดหรือยกเลิกมาตรการอุดหนุนการซื้อรถยนต์ EV ทำให้ราคาขายจริงสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
ประเด็นทางการเมืองและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม: รถยนต์ EV กลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายสังคม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ แหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้า และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

Porsche และ Tesla: ปีแห่งมรสุมและบทเรียนราคาแพง

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

ปี 2025 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับแบรนด์รถหรูอย่าง Porsche และ Tesla:

Porsche: เผชิญกับปัญหาสถานะทางการเงินอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากความไม่ประสบความสำเร็จของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ Taycan และ Macan แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการตลาด รวมถึงการดึงดาราฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่ยอดขายกลับไม่เป็นไปตามเป้า ส่งผลให้ Porsche ต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง และถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี นอกจากนี้ การที่ลูกค้าประจำเริ่มบ่นถึงราคาที่สูงเกินจริงและการนำเสนอเทคโนโลยีดิจิทัลที่มากเกินไปจนขาด “จิตวิญญาณ Porsche” ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters เข้ารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ เพื่อมากอบกู้สถานการณ์

Tesla: แม้จะยังคงเป็นผู้นำในตลาด EV บางส่วน แต่ Tesla ก็เผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ ยอดขายและกำไรทั่วโลกลดลง ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐฯ หดหายอย่างต่อเนื่อง ปัญหาด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น ระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาฟ้องร้อง และที่สำคัญคือ กระแสการต่อต้าน Elon Musk ซีอีโอของบริษัท ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บางครั้งถึงขั้นที่ลูกค้าต้องติดสติกเกอร์แก้ตัวท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้”

Ferrari: การผงาดเหนือคู่แข่งและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด

ในขณะที่คู่แข่งต้องเผชิญกับความยากลำบาก Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและรักษาความเป็นผู้นำในตลาด Supercar ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น กุญแจสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือ:

การพึ่งพาตลาดจีนน้อย: Ferrari มีสัดส่วนรายได้จากตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีน
การชะลอแผน EV: Ferrari ตัดสินใจ “ชะลอ” การเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าหมายการขายรถ EV เป็นเพียง 20% ภายในปี 2030 กลยุทธ์นี้ช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคารถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนรถยนต์ EV ของแบรนด์อื่น
ความภักดีของลูกค้า: แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์
การเปิดตัวรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง: การเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ อย่าง “Amalfi” ที่มาพร้อมนวัตกรรมและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับบัลลังก์ม้าลำพอง

ตลาดรถหรู: การฟื้นคืนชีพของ “เกียร์กระปุก” และเทรนด์ Customization

นอกเหนือจาก Supercar ตลาดรถยนต์ Luxury โดยรวมในปี 2025 ก็มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ ราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สิ่งที่น่าสังเกตคือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกดิบและมีส่วนร่วมกับรถมากขึ้น

นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถแบบ Custom (Customization) ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ลูกค้าต้องการรถที่สะท้อนตัวตน รสนิยม และไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การเลือกสี วัสดุ ออปชันพิเศษ ไปจนถึงการปรับแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งแบรนด์รถยนต์ Luxury หลายแบรนด์ได้ตอบรับเทรนด์นี้ด้วยการนำเสนอแพ็กเกจการปรับแต่งที่หลากหลาย

2026: สมรภูมิ Formula 1 จะเป็นบทพิสูจน์ใหม่

เมื่อมองไปข้างหน้า สู่ปี 2026 สนามแข่ง Formula 1 จะกลายเป็นเวทีสำคัญที่แบรนด์รถยนต์จะใช้ในการสร้างภาพลักษณ์และดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Audi และ Cadillac ที่จะก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 อย่างเต็มตัว:

Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการสลัดภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้สูงวัย” ออกไป ด้วยการเลือกนักแข่งระดับแม่เหล็กอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ Cadillac หวังใช้กระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: เตรียมเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการแข่งขันรถยนต์ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้น การเข้าร่วม Formula 1 ถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีของ Audi ที่สืบทอดมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัย ที่จะกลายเป็นพิมพ์เขียวของ Audi ยุคใหม่ โดยผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi TT และ R8 การเคลื่อนไหวเหล่านี้บ่งชี้ว่า Audi พร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ในตลาดรถสมรรถนะสูงอีกครั้ง

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

ปี 2025 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตลาด Supercar ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาล และเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับแบรนด์รถยนต์ระดับบน ในขณะเดียวกัน แบรนด์ที่พึ่งพาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขันใหม่ๆ ได้ อาจเผชิญกับความท้าทายที่ถาโถมเข้ามา

สำหรับปี 2026 การแข่งขันในสนาม Formula 1 จะเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับบนได้อีกครั้ง การลงทุนในมอเตอร์สปอร์ต ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างแบรนด์ แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถถ่ายทอดสู่รถยนต์ที่ผลิตจริงได้

จากทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไป การจับตามองพัฒนาการของแบรนด์ต่างๆ และการปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

คุณล่ะ พร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ หรือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกยานยนต์แล้วหรือยัง?

Previous Post

การทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้ง คือ “โรคเรื้อรัง” ของการเมือง ประเทศไทย ที่ยังไร้วิธีรักษาให้หมดสิ้น

Next Post

มติ ป.ป.ช. ส่งคืนสำนวนคดี ‘บิ๊กโจ๊ก (สุรเชษฐ์ หักพาล)’ ปมสินบนทองคำ ให้ตำรวจสอบต่อ

Next Post
มติ ป.ป.ช. ส่งคืนสำนวนคดี ‘บิ๊กโจ๊ก (สุรเชษฐ์ หักพาล)’ ปมสินบนทองคำ ให้ตำรวจสอบต่อ

มติ ป.ป.ช. ส่งคืนสำนวนคดี ‘บิ๊กโจ๊ก (สุรเชษฐ์ หักพาล)’ ปมสินบนทองคำ ให้ตำรวจสอบต่อ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • สลด! เด็ก 14 โดนลูกหลง เศษกระสุนเจาะแก้ม หลังเพื่อนบ้านทะเลาะเดือดยิงปืนขู่
  • อุบาทว์เกินมนุษย์! ทหารกัมพูชาก่อเหตุข่มขืนเพื่อนร่วมหน่วย คดีสะเทือนวงการทหาร
  • ขนลุกทั้งงาน! พระลูกวัดตัวสั่น-เสียงสั่น กลางพิธีรดน้ำศพ อ้างผู้ตายเข้าสิงมาสั่งเสียญาติ
  • ระทึกกลางดึก! ไล่ล่ากระบะตู้ทึบ ขนยาไอซ์ 15 กระสอบ ซิ่งแหกด่าน ก่อนทิ้งรถหนีซ่อนป่าหญ้า
  • ไม่จริง! รมว.สธ. โต้ชัด “อนุทิน” ไม่ได้สั่งปลดหมอสุภัทร เซ่นปมชุดตรวจโควิด

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.