• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

‘วี (คิม แทฮยอง)–จองกุก แห่ง BTS’ ชนะคดีชั้นอุทธรณ์ ศาลสั่ง ‘ยูทูบเบอร์โซจัง’ ชดใช้อีก คนละ 5 ล้านวอน

admin79 by admin79
January 24, 2026
in Uncategorized
0
‘วี (คิม แทฮยอง)–จองกุก แห่ง BTS’ ชนะคดีชั้นอุทธรณ์ ศาลสั่ง ‘ยูทูบเบอร์โซจัง’ ชดใช้อีก คนละ 5 ล้านวอน

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. สำนักข่าว Yonhap News รายงานว่า แผนกคดีแพ่ง 2-1 แห่งศาลเขตโซลตะวันตก ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ “อีจุนชอล” ได้ออกคำสั่งในคดีที่ “วี” หรือ “คิมแทฮยอง” (Kim Tae Hyung) และ “จองกุก” หรือ “จอนจองกุก” (Jeon Jung Kook) สมาชิกวง BTS พร้อมด้วยต้นสังกัด Big Hit Music ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก “นายปาร์ค” ผู้ดำเนินการช่องยูทูปโซจัง หรือ “Taldeok Camp” (탈덕수용소)

ซึ่งศาลชั้นอุทธรณ์ได้พิจารณาแก้คำตัดสินจากศาลชั้นต้น โดยมีคำสั่งให้จำเลยจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมแก่ศิลปินทั้งสอง ดังนี้ สั่งจ่ายเงินชดเชยให้กับ “วี” และ “จองกุก” เพิ่มเติมคนละ 5 ล้านวอน พร้อมดอกเบี้ยจากการชำระล่าช้า สรุปยอดรวมค่าเสียหาย จากเดิมที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จ่าย วี 10 ล้านวอน และ จองกุก 15 ล้านวอน ส่งผลให้ยอดรวมใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านวอน (ประมาณ 3.9 แสนบาท) สำหรับวี และ 20 ล้านวอน (ประมาณ 5.2 แสนบาท) สำหรับจองกุก

ในส่วนของ Big Hit Music ศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิมให้จำเลยชดใช้เป็นจำนวนเงิน 51 ล้านวอน (ประมาณ 1.3 ล้านบาท)

จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 เมื่อ “วี” และ “จองกุก” ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 90 ล้านวอน หลังจากนายปาร์คได้ผลิตและเผยแพร่วิดีโอที่มีเนื้อหาเป็นเท็จ สร้างข่าวลือที่เสื่อมเสีย และจงใจโจมตีศิลปินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งทาง Big Hit Music ระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่หมิ่นประมาทศิลปิน แต่ยังเป็นการขัดขวางการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างร้ายแรง

นายปาร์ค หรือที่รู้จักในนามเจ้าของช่อง “Taldeok Camp” เป็นยูทูบเบอร์ที่สร้างคอนเทนต์โจมตีไอดอลชื่อดังหลายราย ปัจจุบันถูกฟ้องร้องจากศิลปินคนอื่น เช่น “จางวอนยอง” วง IVE และ “คังแดเนียล” และช่องดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว

ยานยนต์ปี 2025: พลิกเกม หักมุม หรือไปต่อ? ภาพรวมตลาดและทิศทางสู่นวัตกรรมยานยนต์ 2026

ปี 2025 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก การแข่งขันที่เข้มข้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้สร้างภูมิทัศน์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่เคยถูกคาดหวังว่าจะครองตลาด กลับเผชิญกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (Supercar) และรถยนต์หรู (Luxury Car) กลับมาเฟื่องฟูอย่างน่าประหลาดใจ โดยมีแบรนด์ชั้นนำอย่าง Ferrari, Bugatti และ Pagani กวดยอดจองจนผลิตไม่ทัน สวนทางกับแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับยอดขายที่ชะลอตัวและแรงกดดันจากคู่แข่งหน้าใหม่จากจีน

เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 หลายคนอาจตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง แต่สำหรับปี 2025 ภาพตรงกันข้ามได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน นี่คือ “ยุคทองของซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ความต้องการรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอดดูเหมือนจะไม่มีขีดจำกัด แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ไม่เพียงแต่รักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ แต่ยังสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มองหาสิ่งที่ดีที่สุดในโลกยานยนต์

ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น มาตรการภาษีที่เข้มงวด การชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่มีราคาเข้าถึงง่ายและคุณภาพที่น่าประทับใจ แบรนด์ซูเปอร์คาร์กลับสามารถทำกำไรได้อย่างงดงาม พร้อมกับยอดสั่งจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรับรถนานข้ามปี ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมายและกลยุทธ์ทางการตลาดที่แต่ละแบรนด์เลือกใช้

ตลาดรถยนต์หรู: เติบโตสวนกระแส ท่ามกลางสมรภูมิ EV

ภาพรวมของตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในกลุ่มนี้ในตลาดสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าเฉลี่ยเกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม และกระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือรถยนต์ที่ตกแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคล ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าในการแสดงออกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ผ่านยานพาหนะของตนเอง

ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ทิศทางกลับแผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ แบรนด์รถยนต์รายใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของ “รถยนต์ EV สัญชาติจีน” ที่มีข้อได้เปรียบด้านราคาและคุณภาพที่น่าดึงดูด ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและมีการถกเถียงกันมากขึ้นในหลายครอบครัว ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ

ปี 2025: มรสุมที่ถาโถมใส่ Tesla และ Porsche

ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วง ทั้งในด้านยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหายลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ Tesla ยังต้องเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของระบบประตูรถยนต์ขัดข้องในขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ กระแสต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นมีรายงานว่าลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์แสดงความเห็นเชิงตัดพ้อเกี่ยวกับตัว CEO ท้ายรถ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจและความกังวลที่เชื่อมโยงกับการบริหารงานของ Tesla

ในส่วนของ Porsche แบรนด์รถสปอร์ตหรูจากเยอรมนี กลับเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด ปัญหาหลักมาจากสถานการณ์ทางการเงินที่ประสบภาวะติดขัด ประกอบกับการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ของบริษัทอย่าง Taycan และ Macan ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง แม้ว่าจะมีการทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการตลาด และดึงดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม

ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งถูกมองว่าทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ Porsche โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026

Ferrari: ผงาดเหนือคู่แข่ง ด้วยกลยุทธ์ที่เหนือชั้น

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

ท่ามกลางความท้าทายที่แบรนด์คู่แข่งกำลังเผชิญ Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับที่น่าประทับใจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างเห็นได้ชัด

กุญแจสำคัญของความสำเร็จนี้คือ Ferrari มีการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายยอดขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์และมูลค่ารถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan

แม้ว่าราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความภักดีและความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้บัลลังก์แห่ง “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว

ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสังเวียน Formula 1

สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์จะจับจ้องไปที่การก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Audi และ Cadillac ซึ่งเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญในการพลิกโฉมภาพลักษณ์ของแบรนด์ จากที่เคยถูกมองว่าเป็น “รถสำหรับผู้ใหญ่” ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น การเลือกนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม เป็นกลยุทธ์ที่หวังใช้กระแสความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: พร้อมที่จะเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสให้กับแบรนด์ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตยาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งเคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week โดยรถต้นแบบคันนี้จะเปรียบเสมือนพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ ที่จะผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi TT และ R8

ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและมีพลวัตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไป การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ก้าวไปข้างหน้า

โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส การทำความเข้าใจทิศทางตลาดอย่างลึกซึ้ง การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และการมองหาโอกาสในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า คือหัวใจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้

คุณพร้อมที่จะก้าวไปกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง? ติดต่อเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่สามารถนำพาธุรกิจยานยนต์ของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคแห่งนวัตกรรม!

Previous Post

ครูกราบศพทั้งน้ำตา เสียใจขับรถชนเด็กหญิงวัย 6 ขวบเสียชีวิต ขณะข้ามทางม้าลาย อ้างแดดแยงตามองไม่เห็น

Next Post

รวบหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนักศึกษายิงกันกลางสถาบันดัง เมือง ระยอง หลังหลบหนีนานกว่า 17 ปี สุดท้ายไม่รอด

Next Post
รวบหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนักศึกษายิงกันกลางสถาบันดัง เมือง ระยอง หลังหลบหนีนานกว่า 17 ปี สุดท้ายไม่รอด

รวบหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนักศึกษายิงกันกลางสถาบันดัง เมือง ระยอง หลังหลบหนีนานกว่า 17 ปี สุดท้ายไม่รอด

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • สลด! เด็ก 14 โดนลูกหลง เศษกระสุนเจาะแก้ม หลังเพื่อนบ้านทะเลาะเดือดยิงปืนขู่
  • อุบาทว์เกินมนุษย์! ทหารกัมพูชาก่อเหตุข่มขืนเพื่อนร่วมหน่วย คดีสะเทือนวงการทหาร
  • ขนลุกทั้งงาน! พระลูกวัดตัวสั่น-เสียงสั่น กลางพิธีรดน้ำศพ อ้างผู้ตายเข้าสิงมาสั่งเสียญาติ
  • ระทึกกลางดึก! ไล่ล่ากระบะตู้ทึบ ขนยาไอซ์ 15 กระสอบ ซิ่งแหกด่าน ก่อนทิ้งรถหนีซ่อนป่าหญ้า
  • ไม่จริง! รมว.สธ. โต้ชัด “อนุทิน” ไม่ได้สั่งปลดหมอสุภัทร เซ่นปมชุดตรวจโควิด

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.