ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ EOD เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กก.ภ.จว.สุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมดงรักและฝ่ายปกครองอำเภอพนมดงรัก ได้ร่วมลงตรวจสอบหลุมระเบิดในพื้นที่ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก โดยเริ่มจากพื้นที่หมู่บ้านสีแดง โซนปราสาทตาควาย
เพื่อสำรวจตรวจสอบและเก็บหลักฐานหลุมระเบิดลูกปืนใหญ่ และจรวด BM-21 ของฝั่งกัมพูชาที่ยิงเข้ามาตกในพื้นที่พลเรือนใกล้แหล่งชุมชน เพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยก่อนที่จะให้ชาวบ้านในพื้นสีแดงอพยพกลับเข้าบ้าน พร้อมเก็บชิ้นส่วนและสะเก็ดระเบิดไว้เป็นหลักฐาน
ร.ต.อ.วัชรินทร์ จันทน์หอม หัวหน้าชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ EOD เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กก.ภ.จว.สุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบวัตถุระเบิด เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ ก่อนที่ชาวบ้านจะอพยพกลับเข้ามาอยู่ โดยจะตรวจสอบบริเวณรอบพื้นที่แหล่งชุมชนก่อน จากนั้นจึงจะเข้าไปสำรวจตามพื้นที่ไร่นาของชาวบ้านต่อไป
การตรวจสอบในวันนี้ประมาณ 15 หลุม พบว่าเป็นระเบิดปืนใหญ่ จากการตรวจสอบทำงานทุกลูก และหากพบลูกที่ยังไม่ทำงานก็จะกั้นบริเวณไว้ก่อน ยังไม่สามารถทำลายได้ในเวลานี้ เนื่องจากอาจเกิดความเข้าใจผิดได้
ทั้งนี้หมู่บ้านที่อยู่พื้นที่สีแดง เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ชาวบ้านอพยพกลับเข้ามา จนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ปลอดภัยแล้ว จึงจะให้เข้ามาได้
แน่นอนครับ นี่คือบทความที่ปรับปรุงใหม่ตามที่คุณต้องการ โดยใช้ภาษาไทยสำหรับประเทศไทย อัปเดตข้อมูลให้เป็นปี 2025 และเน้นการปรับปรุง SEO โดยเฉพาะคำหลักที่มี CPC สูงครับ
สุดยอดขุมพลังปี 2025: 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ต้องจับตา

ในวงการยานยนต์ระดับสูงสุด ความเร็วสูงสุดไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือวิศวกรรมศิลป์ที่ไร้ขีดจำกัด การก้าวข้ามขีดจำกัดของฟิสิกส์และเทคโนโลยีคือสิ่งที่ผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์ระดับโลกต่างมุ่งมั่นเพื่อพิสูจน์สมรรถนะอันเหนือชั้น เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2025 ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงร้อนแรงกับการแข่งขันเพื่อครอบครองบัลลังก์ “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ซึ่งแต่ละคันไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะที่มีพลังมหาศาล ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดุดันและหรูหรา วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึก 5 ไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและตัวเลขสมรรถนะที่ชวนให้ต้องทึ่ง
SSC Tuatara: ผู้ท้าบัลลังก์แห่งความเร็วที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
SSC Tuatara ยังคงเป็นชื่อที่ก้องกังวานในวงการไฮเปอร์คาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ราว 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการผลิตที่จำกัดเพียง 125 คัน SSC North America ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะอย่างแท้จริง ดีไซน์ของ Tuatara เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันและอากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างพิถีك สัมผัสแรกคือเส้นสายที่เฉียบคม ไฟหน้า LED รูปทรงเรขาคณิตที่โดดเด่น พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่และช่องดักอากาศที่สอดรับกับรูปทรง ส่วนท้ายได้รับการออกแบบให้เสริมแรงกดลงสู่พื้นด้วยสปอยเลอร์ที่ทรงพลัง
สิ่งที่ทำให้ SSC Tuatara โดดเด่นจริง ๆ คือการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สำหรับปี 2025SSC ได้ทำการปรับปรุงสมรรถนะให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้นไปอีก ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบคู่เทอร์โบชาร์จ ขนาด 5.9 ลิตร แต่ได้รับการปรับแต่งเพื่อรีดกำลังสูงสุดให้ทะลุ 1,750 แรงม้า ด้วยน้ำมัน E85 และแรงบิดสูงสุดที่ 1,617 นิวตัน-เมตร ซึ่งจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ การอัปเกรดนี้ทำให้ Tuatara สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 2.5 วินาที และด้วยการปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์และขุมพลังที่แข็งแกร่งขึ้น SSC Tuatara ได้ตั้งเป้าหมายความเร็วสูงสุดไว้ที่ 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งและทำให้มันยังคงเป็นหนึ่งใน contenders ที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับตำแหน่งรถที่เร็วที่สุดในโลก
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานแห่งความเร็วที่ถูกยกระดับ
Bugatti Chiron Super Sport 300+ ยังคงเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงความเร็วระดับสูงสุด เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาตั้งต้นที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการผลิตที่จำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก Bugatti ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการไฮเปอร์คาร์ ซึ่งยังคงเป็นที่กล่าวขานจนถึงปัจจุบัน รูปลักษณ์ภายนอกของ Chiron Super Sport 300+ สะท้อนถึงพลังอันมหาศาล ด้วยดีไซน์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเสริมด้วยชุดแต่งอากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วสูงโดยเฉพาะ ภายในห้องโดยสารสะท้อนถึงความหรูหราและสมรรถนะ ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเบาะนั่งที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อโอบรับผู้ขับขี่ขณะพุ่งทะยานไปข้างหน้า
สำหรับปี 2025 Bugatti Chiron Super Sport 300+ ยังคงใช้ขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัวที่ทรงพลัง สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ส่งกำลังไปยังล้ออย่างราบรื่น แม้ว่าตัวเลขสมรรถนะจะยังคงเดิม แต่ Bugatti ก็ยังคงยืนยันถึงความสามารถในการทำความเร็วสูงสุดที่ 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่ทำให้ Chiron Super Sport 300+ กลายเป็นตำนานที่ยังคงถูกกล่าวขานในฐานะหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
Hennessey Venom F5: ศักยภาพที่รอวันพิสูจน์บนถนนจริง
Hennessey Venom F5 จาก Hennessey Special Vehicles เป็นอีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในการแข่งขันเพื่อความเร็วสูงสุด เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการผลิตที่จำกัดเพียง 24 คัน Venom F5 ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยตัวถังที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา และดีไซน์ที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์อย่างเต็มที่ รูปลักษณ์ภายนอกดูหรูหรา ลื่นไหล และทันสมัย สะท้อนถึงความเร็วที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างชัดเจน การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง พร้อมเบาะนั่งทรงสปอร์ตแบบ Bucket Seat ที่ทำจากหนัง Alcantara เพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่อย่างดีเยี่ยม พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมปุ่มควบคุมที่เข้าถึงได้ง่าย และแผงหน้าปัดดิจิทัลพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว
สำหรับปี 2025 Hennessey Venom F5 มาพร้อมกับขุมพลังที่ได้รับการปรับปรุงอย่างมาก ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ที่สามารถรีดกำลังสูงสุดได้ถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ตัวเลขแรงม้าที่สูงกว่าคู่แข่งหลายรุ่นทำให้ Venom F5 มีศักยภาพในการทำความเร็วได้อย่างน่าประทับใจ โดยสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที และมีเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่ 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Hennessey ทำให้ Venom F5 เป็นอีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตาว่าในการทดสอบจริงจะสามารถพิสูจน์สมรรถนะที่เหนือกว่าได้อย่างไร
Bugatti Bolide: ประสิทธิภาพสนามแข่งที่ถูกย่อส่วนลงสู่ท้องถนน
Bugatti Bolide ถือเป็นไฮเปอร์คาร์ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ของ Bugatti อย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบที่มุ่งเน้นสมรรถนะสนามแข่งอย่างแท้จริง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการผลิตที่จำกัดเพียง 40 คัน Bugatti Bolide ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากรถแข่ง Formula 1 โดยมีเป้าหมายหลักคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เฉียบคมและควบคุมได้ง่าย แม้ที่ความเร็วสูง รูปลักษณ์ภายนอกมีความดุดันและเฉียบคมอย่างเห็นได้ชัด ไฟหน้าทรงกลม LED เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าขนาดใหญ่พร้อมช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงปะทะอากาศและเพิ่มแรงกด ส่วนด้านข้างก็มีช่องระบายอากาศที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ หลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถให้เหลือเพียง 1,240 กิโลกรัม เท่านั้น
สำหรับปี 2025 Bugatti Bolide ยังคงใช้เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ทรงพลัง ซึ่งในเวอร์ชันสำหรับสนามแข่งสามารถผลิตกำลังได้ถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักที่เบาอย่างไม่น่าเชื่อนี้ ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์และดีไซน์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบรถแข่งและต้องการสัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับสูงสุด
Devel Sixteen: พลังดิบจากตะวันออกกลางที่พร้อมจะสั่นสะเทือนวงการ
Devel Sixteen คือไฮเปอร์คาร์จาก Devel Motors ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สร้างความฮือฮาตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Devel Sixteen โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และทรงพลังอย่างที่ไม่เหมือนใคร ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สวยงาม ผสานกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ แสดงถึงความต้องการอากาศเพื่อหล่อเลี้ยงขุมพลังอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ ด้านหลังได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตด้วยไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์ที่ดูทรงพลัง ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ พร้อมเบาะนั่งสปอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับปี 2025 Devel Sixteen ยังคงเป็นรถที่ถูกพูดถึงในแง่ของ ศักยภาพความเร็วสูงสุดที่แท้จริง ซึ่งมีรายงานว่าอาจทะลุ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อย่างสบายๆ ด้วยเครื่องยนต์ V16 ที่อาจมีการปรับปรุงให้มีกำลังสูงถึง 5,000 แรงม้า (ในรุ่นพิเศษ) หรือ 3,000 แรงม้า (ในรุ่นหลัก) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อและเกินกว่าที่รถไฮเปอร์คาร์ทั่วไปจะทำได้ แม้ว่าข้อมูลสเปคอย่างเป็นทางการอาจยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ Devel Sixteen ก็ถือเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่มีความทะเยอทะยานสูงสุด และพร้อมที่จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการยานยนต์
ในปี 2025 การแข่งขันเพื่อเป็น “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ยังคงเข้มข้นและน่าติดตามอย่างยิ่ง ไฮเปอร์คาร์ทั้ง 5 รุ่นนี้คือตัวแทนของเทคโนโลยีล้ำสมัย ความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด และความหลงใหลในความเร็วระดับสูงสุด พวกมันไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงวิวัฒนาการของยนตรกรรม
คุณพร้อมที่จะสัมผัสกับอนาคตแห่งความเร็วแล้วหรือยัง? หากคุณต้องการทราบข้อมูลเชิงลึก หรือกำลังมองหาที่สุดแห่งสมรรถนะที่แตกต่าง อย่าพลาดโอกาสที่จะสำรวจโลกของไฮเปอร์คาร์เหล่านี้!

