พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานเหตุการณ์กรณีชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดจากกองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ขณะปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่บริเวณเขาสัตตะโสม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ จ.ส.ต. สุจินต์ จิตกรียาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียขาซ้ายและมีบาดแผลบริเวณตาซ้าย ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งปฐมพยาบาลและนำตัวส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุรินทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ฆษกกองทัพบก ระบุเพิ่มเติมว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ายังมีทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาติดตั้งไว้ในพื้นที่อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมก่อนมีการประกาศหยุดยิง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการเก็บกู้ด้วยความยากลำบากเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอันตรายสูง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด ซึ่งกองทัพบกจะส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน พร้อมทั้งรายงานไปยังคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) เพื่อให้ตรวจสอบและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงตามกรอบการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง
กองทัพบกขอยืนยันว่า หลักฐานการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี บ่งชี้ชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดซึ่งถือเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ การสะสม การผลิต และการโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างร้ายแรง ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากลและเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกไม่อาจยอมรับได้

สุดยอดขุมพลังแห่งโลกยานยนต์: 5 อันดับรถที่เร็วที่สุดในโลก 2025
ในยุคที่เทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง คำว่า “ไฮเปอร์คาร์” (Hypercar) ได้กลายเป็นนิยามของสุดยอดสมรรถนะ ความหรูหรา และราคาที่เกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป แต่ในบรรดาสุดยอดรถเหล่านี้ มีคันไหนบ้างที่สามารถทะยานไปข้างหน้าได้อย่างเร็วที่สุด? ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอพาทุกท่านไปสำรวจ 5 อันดับรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ซึ่งจะเป็นการอัปเดตข้อมูลล่าสุด สะท้อนภาพรวมตลาดปัจจุบัน และเผยให้เห็นถึงนวัตกรรมอันน่าทึ่งที่ขับเคลื่อนขีดจำกัดของความเร็วไปอีกขั้น
ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงในปี 2025 ยังคงร้อนแรงด้วยการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตชั้นนำที่ต่างงัดกลยุทธ์เพื่อชิงความเป็นหนึ่งในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านความเร็วสูงสุด อัตราเร่ง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย หรือแม้กระทั่งการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว การก้าวข้ามตัวเลขความเร็วระดับ 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 480 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งขึ้น แต่ก็เป็นเป้าหมายที่ผู้ผลิตหลายรายยังคงมุ่งมั่นบรรลุ การทำความเข้าใจถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง การออกแบบทางอากาศพลศาสตร์ และหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์ที่สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้อย่างเต็มที่ คือสิ่งที่จะทำให้เราเห็นภาพรวมของ “สุดยอดรถที่เร็วที่สุดในโลก” ได้อย่างชัดเจน
SSC Tuatara: ผู้ท้าชิงบัลลังก์ความเร็วสูงสุด
หากจะเอ่ยถึงรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก SSC Tuatara คือชื่อแรกที่ต้องถูกหยิบยกขึ้นมา รถไฮเปอร์คาร์สัญชาติอเมริกันจาก SSC North America นี้ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการด้วยตัวเลขสมรรถนะที่น่าเหลือเชื่อ ราคาก็สมน้ำสมเนื้อกับความเป็นที่สุดอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก
สิ่งที่ทำให้ Tuatara โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นคือการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เส้นสายที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ถูกรังสรรค์มาเพื่อลดแรงต้านอากาศให้ได้มากที่สุด ส่งผลต่อการทำความเร็วสูงสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED รูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงาม แต่ยังช่วยในการระบายความร้อน และช่องดักอากาศที่สำคัญ ด้านหลังโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED เรียวยาวรับกับสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ที่สามารถปรับระดับได้ เพื่อเพิ่มแรงกด (downforce) เมื่อต้องการความเสถียรที่ความเร็วสูง
ภายใต้เรือนร่างอันโฉบเฉี่ยวนี้ คือขุมพลังที่ไม่ธรรมดา SSC Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.9 ลิตร วางกลางลำ มาพร้อมระบบเทอร์โบคู่ (twin-turbocharged) ที่รีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,750 แรงม้า โดยใช้เชื้อเพลิง E85 และสามารถสร้างแรงบิดสูงสุดได้ถึง 1,617 นิวตัน-เมตร แรงม้ามหาศาลนี้ส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ (dual-clutch transmission) ไปยังล้อหลัง ทำให้ Tuatara สามารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และที่สำคัญที่สุด คือการทำความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้ยังคงเป็นสถิติที่ยากจะหาใครมาล้มแชมป์ได้ในเวลานี้
Bugatti Chiron Super Sport 300+: พลังแห่งแดนน้ำหอมที่ทะลุขีดจำกัด
Bugatti แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและสมรรถนะอันไร้ที่สิ้นสุด ก็ไม่พลาดที่จะส่ง Chiron Super Sport 300+ เข้าร่วมสังเวียนแห่งความเร็วนี้ เปิดตัวในปี 2019 ในฐานะรุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 30 คันทั่วโลก มาพร้อมสนนราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Chiron Super Sport 300+ ถูกออกแบบมาเพื่อการพิชิตสถิติความเร็วโดยเฉพาะ การปรับปรุงทางอากาศพลศาสตร์จากรุ่น Chiron ปกติ ทำให้ตัวรถมีรูปทรงที่ยาวขึ้น เพรียวขึ้น และมีการปรับดีไซน์ช่องดักอากาศต่างๆ เพื่อรีดอากาศให้ไหลผ่านตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (drag coefficient) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด การตกแต่งภายในยังคงเอกลักษณ์ของ Bugatti ไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเบาะนั่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ในยามที่ต้องเผชิญกับแรง G มหาศาล
หัวใจของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว (quad-turbocharged) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ที่สามารถสร้างกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นพิเศษ แม้ว่าตัวเลขการเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะอยู่ที่ 2.4 วินาที ซึ่งอาจจะไม่เร็วที่สุดในลิสต์นี้ แต่เมื่อพูดถึงความเร็วสูงสุด Bugatti Chiron Super Sport 300+ ได้บันทึกสถิติไว้ที่ 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (หรือ 317 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งเคยเป็นสถิติโลกอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์การบันทึกสถิติในภายหลัง อย่างไรก็ตาม รถคันนี้ยังคงเป็นตัวแทนของวิศวกรรมยานยนต์ระดับสูงสุดที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงเป็นหลัก
Hennessey Venom F5: สุนัขนักล่าแห่งท้องถนน
Hennessey Special Vehicles ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากสหรัฐอเมริกา ได้สร้างสรรค์ Hennessey Venom F5 ขึ้นมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดของความเร็วอย่างแท้จริง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 24 คันเท่านั้น
Venom F5 มีการออกแบบภายนอกที่เน้นความโฉบเฉี่ยว ลู่ลม และดุดัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ต ตัวถังทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาเป็นส่วนใหญ่ เพื่อลดน้ำหนักรวมของตัวรถให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่น่าทึ่ง การออกแบบห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับนักขับ เบาะนั่งแบบ Bucket Seat ทำจากหนัง Alcantara หุ้มกระชับสรีระ พวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้าน ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว แสดงข้อมูลสำคัญต่างๆ
หัวใจหลักของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ที่เสริมสมรรถนะด้วยระบบเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ตัวเลขแรงม้าที่สูงกว่า 1,800 แรงม้า นี้เอง ที่ทำให้ Venom F5 สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาประมาณ 2.6 วินาที และมีเป้าหมายที่จะทำความเร็วสูงสุดให้เกิน 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วสูงสุดที่ Hennessey ตั้งเป้าไว้ที่ 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ได้รับการทดสอบเบื้องต้นและคาดการณ์) ทำให้ Venom F5 ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง
Bugatti Bolide: จรวดทางเรียบแห่งสนามแข่ง
Bugatti Bolide ไม่ใช่เพียงแค่ไฮเปอร์คาร์ แต่คือการตีความใหม่ของ Bugatti สู่รูปแบบรถแข่งฟอร์มูล่าวัน (Formula 1) ที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง การพัฒนาโดย Bugatti Engineering GmbH จากประเทศเยอรมนี เปิดตัวในปี 2020 ด้วยราคาที่สูงลิ่วถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 40 คันเท่านั้น
Bolide ถูกออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ในสนามแข่ง รูปทรงภายนอกมีความดุดันและโฉบเฉี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไฟหน้าทรงกลม LED เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าขนาดใหญ่พร้อมช่องดักอากาศที่ออกแบบมาเพื่อรีดอากาศและเพิ่มแรงกด ขณะที่ด้านข้างมีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่เพื่อระบายความร้อนจากเครื่องยนต์และระบบเบรก หลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักโดยรวมเพียง 1,240 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบาอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับรถ Bugatti
เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ของ Bolide ให้กำลังที่สูงถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร เมื่อใช้เชื้อเพลิงสำหรับการแข่งขัน (racing fuel) แต่หากใช้เชื้อเพลิงปกติจะให้กำลัง 1,600 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide คือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีของรถแข่ง Formula 1 และความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti เป็นรถที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งที่แท้จริง
Devel Sixteen: ความฝันจากตะวันออกกลาง
Devel Sixteen เป็นไฮเปอร์คาร์ที่ถือกำเนิดจาก Devel Motors ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มุ่งมั่นสร้างรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รูปลักษณ์ภายนอกของ Devel Sixteen มีความดุดัน โฉบเฉี่ยว และดูทรงพลังอย่างชัดเจน ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สวยงาม รับกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงสมรรถนะอันมหาศาล ด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายทรงเรียวยาวและสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ การตกแต่งภายในใช้วัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม เช่น หนังแท้ คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ พร้อมเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตที่โอบกระชับสรีระผู้ขับขี่
หัวใจสำคัญของ Devel Sixteen อยู่ที่การเคลมสมรรถนะที่เกินจริง โดยทางผู้ผลิตอ้างว่ารถคันนี้สามารถทำกำลังได้สูงถึง 5,000 แรงม้า และมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 550 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหากเป็นจริง จะทำให้ Devel Sixteen กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวได้รับการตั้งข้อสงสัยและยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากการทดสอบจริงในสนามแข่งหรือถนนสาธารณะ แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะที่อ้างอิงมา ทำให้ Devel Sixteen ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ถูกจับตามองในกลุ่มไฮเปอร์คาร์
บทสรุปแห่งความเร็วและการพัฒนานวัตกรรม
การจัดอันดับรถที่เร็วที่สุดในโลกในปี 2025 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมยานยนต์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ละคันที่กล่าวมาล้วนเป็นผลผลิตจากการผสมผสานอันลงตัวระหว่างการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย ขุมพลังเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการควบคุมที่แม่นยำ การแข่งขันเพื่อทำลายสถิติความเร็วสูงสุดไม่ได้เป็นเพียงการวัดตัวเลข แต่เป็นการผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปได้ในโลกของยานยนต์
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าใคร การทำความรู้จักกับรถยนต์เหล่านี้ คือก้าวแรกสู่โลกแห่งสุดยอดขุมพลังที่รอให้คุณค้นพบ!

