จากกรณีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์เตือนภัย หลังว่าจ้างแม่บ้านจากกลุ่ม Facebook มาทำความสะอาดบ้าน แต่กลับพบพฤติกรรม นำ“เดทตอล” ผสมใส่ในนมให้ลูก ดื่ม โดยผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นความพยายามทำให้เด็กหมดสติ เพื่อก่อเหตุลักทรัพย์ ผู้เสียหายและแม่บ้านคู่กรณี ได้รับเชิญไปชี้แจงข้อเท็จจริงในรายการ “โหนกระแส” สร้างเสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์
ล่าสุด เวลา 14.10 น. วันที่ 30 ธันวาคม ที่อาคารมาลีนนท์ ช่อง 3 ภายหลังจบการออกอากาศ รายการโหนกระแส นางแอน แม่บ้านคู่กรณี ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า ตนรู้สึกว่าถูกหลอกให้มาร่วมรายการ และเชื่อว่าการมาครั้งนี้เป็นการพามาเพื่อให้ถูกตำรวจควบคุมตัว
นางแอน ชี้แจงถึงเหตุการณ์เดทตอลผสมนมว่า ตนไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเด็ก และยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในขวดฟ็อกกี้เป็นนม เนื่องจากตนเข้าใจมาโดยตลอดว่าเดทตอลมีเพียงสีเดียวคือสีน้ำตาล ส่วนที่ได้นำไปฉีดทำความสะอาดพื้นนั้น ยอมรับว่าในขณะเทไม่ได้กลิ่นของเดทตอล
นางแอน ยังกล่าวขอโทษผู้เสียหาย พร้อมขอร้องให้สังคมให้โอกาส และไม่อยากให้ผู้เสียหายดำเนินคดี เนื่องจากตนมีอายุมากแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดอันตรายกับเด็ก และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ลุกออกจากรายการโดยไม่ได้ขอโทษผู้เสียหาย นางแอนชี้แจงว่า ตนได้ขอโทษผู้เสียหายไปแล้วก่อนเข้ารายการ และเคยขอโทษไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ได้มีเจตนาหนี
นอกจากนี้ นางแอนยังยืนยันถึงพฤติกรรมการทำงานที่ผ่านมา โดยระบุว่า ที่ผ่านมาเคยไปรับจ้างทำความสะอาดบ้านหลายหลัง ไม่เคยมีประวัติลักขโมยทรัพย์สินตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมยกตัวอย่างว่า เคยไปทำความสะอาดบ้านหลังหนึ่งซึ่งเจ้าของบ้านวางเงินสดจำนวนมากไว้ ตนก็ไม่เคยหยิบหรือแตะต้องทรัพย์สินเหล่านั้น

สุดยอดไฮเปอร์คาร์ 2025: ปลุกความเร็วเหนือจินตนาการบนท้องถนน
ในโลกยานยนต์ที่การพัฒนานวัตกรรมไม่เคยหยุดนิ่ง “ไฮเปอร์คาร์” คือนิยามของสุดยอดยนตรกรรมที่ผสานรวมสมรรถนะอันล้ำสมัย ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา และราคาที่บ่งบอกถึงความพิเศษ สำหรับปี 2025 นี้ ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงร้อนแรงด้วยการแข่งขันเพื่อสร้างสถิติความเร็วใหม่ๆ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาใครเปรียบไม่ได้ วันนี้ เราจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของความเร็วขั้นสุด พร้อมเปิดเผย 5 อันดับไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025 ที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง!
SSC Tuatara: สถิติใหม่ที่ถูกท้าทาย
SSC Tuatara ไม่ได้เป็นเพียงไฮเปอร์คาร์ แต่คือปรากฏการณ์แห่งความเร็วที่สร้างสถิติโลกให้ต้องจดจำ ผลิตโดย SSC North America (Shelby SuperCars) ไฮเปอร์คาร์คันนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาประมาณ 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตจำนวนจำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก รูปลักษณ์ภายนอกของ Tuatara สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ เส้นสายที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED รูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่พร้อมจะสูดอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์อย่างไม่ขาดสาย ด้านท้ายจรดด้วยไฟท้าย LED เรียวยาว และสปอยเลอร์หลังที่ทำหน้าที่สร้างแรงกด เพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งความเร็วสูง Tuatara คือภาพจำของไฮเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบ ผสมผสานความหล่อเหลา สมรรถนะ และเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างลงตัว
ขุมพลังและสมรรถนะ:
SSC Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 5.9 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.5 วินาที แต่สิ่งที่ทำให้ Tuatara โดดเด่นอย่างแท้จริงคือความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้สูงถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะเคยมีข้อถกเถียงเรื่องสถิติ แต่ SSC ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์สมรรถนะสูงสุดของ Tuatara และทำให้มันเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย การก้าวข้ามขีดจำกัดความเร็วถือเป็นหัวใจสำคัญของไฮเปอร์คาร์ประเภทนี้ และ Tuatara คือตัวอย่างที่ชัดเจน
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ความเร็วเหนือ 300 ไมล์ต่อชั่วโมง
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือตำนานบทใหม่แห่งวงการไฮเปอร์คาร์ จากค่ายรถยนต์ระดับตำนาน Bugatti ที่ไม่เคยหยุดยั้งการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ทรงพลังที่สุด เปิดตัวในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 30 คันทั่วโลก Chiron Super Sport 300+ ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยความเป็นสปอร์ต แต่ยังมาพร้อมกับความหรูหราภายในห้องโดยสาร การใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์เป็นหัวใจหลัก เบาะนั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อมอบความสบายสูงสุดในขณะที่ต้องรับมือกับแรง G มหาศาลจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือนิยามของความสำเร็จในโลกของซูเปอร์คาร์ และยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ขุมพลังและสมรรถนะ:
ภายใต้ฝากระโปรงหน้าคือขุมพลัง W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ที่สามารถผลิตพละกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ส่งกำลังไปยังล้ออย่างแม่นยำและรวดเร็ว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 2.4 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง แต่จุดเด่นที่สุดของ Chiron Super Sport 300+ คือความเร็วสูงสุดที่สามารถทะลุ 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้มันเป็นรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายบนท้องถนนคันแรกที่สามารถทำความเร็วเกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 483 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
Hennessey Venom F5: การตีความใหม่ของความเร็ว
Hennessey Venom F5 คือสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Hennessey Special Vehicles บริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องการปรับแต่งและสร้างสรรค์รถยนต์สมรรถนะสูง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตจำนวนจำกัดเพียง 24 คันทั่วโลก Venom F5 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรา ลื่นไหล และทันสมัย ราวกับจะทะยานไปข้างหน้าตลอดเวลา การออกแบบภายในเน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยการใช้งานที่ยอดเยี่ยม เบาะนั่งแบบ Bucket Seat ทำจากหนัง Alcantara รองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้าน ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมปุ่มควบคุมที่จัดวางอย่างลงตัว แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.1 นิ้ว มอบข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน Hennessey Venom F5 คือตัวอย่างของรถที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความแรงได้อย่างลงตัว
ขุมพลังและสมรรถนะ:
หัวใจของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร ที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,617 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในกลุ่มไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตในปัจจุบัน อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลา 2.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้ถึง 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงแม้ตัวเลขความเร็วสูงสุดอาจจะยังไม่แซงหน้าบางรุ่น แต่การที่ Hennessey ตั้งเป้าที่จะทำให้ Venom F5 เป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถคันนี้เป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในตลาดไฮเปอร์คาร์
Bugatti Bolide: ดุดัน ทรงพลัง และพร้อมลงสนาม
Bugatti Bolide เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก Bugatti Engineering GmbH ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของรถแข่งฟอร์มูล่าวัน ผสมผสานกับความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมของ Bugatti เปิดตัวในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตจำนวนจำกัดเพียง 40 คัน Bolide โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยความก้าวร้าว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง F1 เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วสูงได้อย่างง่ายดาย ไฟหน้าทรงกลม LED เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ช่วยลดแรงดันอากาศและเพิ่มแรงกดลงบนพื้น ด้านข้างมีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่เพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรก หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ Bugatti Bolide คือไฮเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะของรถแข่ง
ขุมพลังและสมรรถนะ:
Bugatti Bolide มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร เมื่อทำงานร่วมกับน้ำหนักตัวรถที่เบาเพียง 1,240 กิโลกรัม ส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงศักยภาพที่แท้จริงของ Bolide ที่พร้อมจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการไฮเปอร์คาร์
Devel Sixteen: สัญลักษณ์แห่งความเร็วมหาศาลจากตะวันออกกลาง
Devel Sixteen คือไฮเปอร์คาร์ที่เกิดจากวิสัยทัศน์อันทะเยอทะยานของ Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Devel Sixteen มีรูปลักษณ์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มเปี่ยมไปด้วยสปอร์ต ดีไซน์ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมสวยงาม ผสานกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ด้านหลังเสริมด้วยไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์สุดเท่ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม อาทิ หนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ เบาะนั่งสปอร์ตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Devel Sixteen ถือเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่มาพร้อมกับความสวยงามและสมรรถนะที่จัดเต็ม
ขุมพลังและสมรรถนะ:
Devel Sixteen นั้นกล่าวกันว่ามาพร้อมกับขุมพลังที่น่าเหลือเชื่อ โดยมีรายงานว่าเครื่องยนต์ V16 Quad-Turbo สามารถผลิตพละกำลังได้สูงถึง 5,000 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกินจินตนาการ แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการในเรื่องตัวเลขความเร็วสูงสุด แต่ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้การออกแบบอันน่าเกรงขามนี้ ทำให้ Devel Sixteen เป็นไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ และเป็นตัวแทนของความทะเยอทะยานในการก้าวข้ามขีดจำกัดของยานยนต์
อนาคตของความเร็ว:
ตลาดไฮเปอร์คาร์ในปี 2025 ยังคงเต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด ผู้ผลิตรถยนต์ต่างมุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและวิศวกรรม เพื่อส่งมอบสุดยอดยนตรกรรมที่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าได้ รถทั้ง 5 รุ่นที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของความก้าวหน้าอันน่าทึ่งในโลกของไฮเปอร์คาร์ และเราคาดหวังว่าจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ และสถิติความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ศิลปะแห่งยานยนต์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย การได้สัมผัสประสบการณ์ไฮเปอร์คาร์เหล่านี้สักครั้งในชีวิต คือการเดินทางสู่ขีดสุดของความฝันที่เป็นจริง หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์ความเร็วเหนือระดับ และต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฮเปอร์คาร์ หรือมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเรา แล้วก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเร็วไปพร้อมๆ กัน!

