เพนกวิน ติงแรง กัน จอมพลัง โพสต์ภาพถืออาร์มทหารเขมร ลั่น ทำป่าเถื่อนแล้วจะหวังให้ประเทศไทยเขามาเห็นใจ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ทำป่าเถื่อนแบบนี้แล้วจะให้ประเทศไหนในประชาคมโลกเขามาเห็นใจ ลำพังที่รบกันอยู่ทุกวันนี้ก็หาความชอบธรรมได้ยากอยู่แล้วในสายตากฎหมายระหว่างประเทศ มาทำอย่างนี้อีกก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ สรุปว่ารักชาติ ทำเพื่อชาติ หรือทำเพื่อหาแสงให้ตัวเอง
ปลุกสัญชาตญาณดิบ: เปิดขุมพลังซูเปอร์คาร์แห่งปี 2025 ที่จะสั่นสะเทือนวงการยานยนต์
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ปี 2025 นี้ถือเป็นยุคทองของซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างขุมพลังดั้งเดิมอันเร้าใจกับนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างระบบไฮบริดและไฟฟ้า ทำให้ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ ไม่เพียงแต่แรงขึ้น แต่ยังฉลาดขึ้น ประหยัดขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอนำทุกท่านดำดิ่งสู่โลกอันน่าหลงใหลของซูเปอร์คาร์แห่งปี 2025 ที่จะปลุกสัญชาตญาณดิบและมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่หาที่เปรียบมิได้
Ferrari 296 GTB: การปฏิวัติแห่งขุมพลัง V6 ไฮบริด
Ferrari 296 GTB ไม่ใช่แค่ซูเปอร์คาร์ธรรมดา แต่คือการประกาศศักดาครั้งสำคัญของ Ferrari ในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งขุมพลังไฮบริด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำเครื่องยนต์ V6 มาพัฒนาให้ทรงพลังจนน่าทึ่ง เปิดตัวในปี 2022 และยังคงเป็นดาวเด่นในปี 2025 ด้วยการเป็นรถปลั๊กอินไฮบริดคันแรกของค่ายที่ใช้เครื่องยนต์ V6 การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 2.9 ลิตร ที่รีดพละกำลังได้ถึง 653 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 167 แรงม้า ส่งผลให้กำลังรวมสูงสุดพุ่งไปถึง 830 แรงม้า (619 กิโลวัตต์) และแรงบิดมหาศาล 740 นิวตันเมตร (546 ฟุต-ปอนด์)
สิ่งที่น่าสนใจคือการจัดการระบบขับเคลื่อนที่ชาญฉลาด มอเตอร์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนล้อหลังโดยตรง ในขณะที่เครื่องยนต์ V6 ทำหน้าที่ปั่นล้อหน้าและหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทำให้ได้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็น การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวสามารถทำได้ระยะทางถึง 25 กิโลเมตร ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างลงตัว
รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ความเป็น Ferrari ไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยและดุดันยิ่งขึ้น ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย กันชนหน้า-หลังที่ได้รับการออกแบบใหม่ และช่องระบายอากาศขนาดใหญ่บริเวณด้านข้างที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการระบายความร้อน ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย ทันสมัย พร้อมด้วยจอแสดงผลดิจิทัลขนาดใหญ่ 16 นิ้วตรงกลางคอนโซล และจอแสดงผลเสริมด้านหลังพวงมาลัย เบาะนั่งสปอร์ตที่โอบกระชับพร้อมรองรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม Ferrari 296 GTB จึงเป็นนิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลัง เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี และยังคงความสง่างามในแบบฉบับอิตาเลียน
Porsche 911 GT3 RS: สุนทรียะแห่งการขับเค้นสมรรถนะในสนามแข่ง
Porsche 911 GT3 RS ถือเป็นตำนานบทใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักขับที่แสวงหาประสบการณ์สุดขั้วในสนามแข่ง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 แต่ยังคงเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกจนถึงปี 2025 นี้ ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน ขนาด 4.0 ลิตร ที่รีดกำลังได้ถึง 520 แรงม้า และแรงบิด 470 นิวตันเมตร แม้สเปคอาจดูไม่หวือหวาเท่ารุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ระบบไฮบริด แต่การถ่ายทอดพละกำลังและความดิบของเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบไร้การปรุงแต่งนั้น สร้างความตื่นเต้นเร้าใจในแบบที่ซูเปอร์คาร์ไฮบริดยากจะเลียนแบบ
การอัปเกรดเพื่อสนามแข่งคือหัวใจหลักของ 911 GT3 RS ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการเข้าโค้งที่เฉียบคม เบรกคาร์บอนเซรามิกที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด และปีกหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) อย่างมีนัยสำคัญ การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแบบ Minimalist เพื่อรีดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด เบาะนั่งแบบ Bucket Seat และพวงมาลัยทรงแบนเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่บ่งบอกถึง DNA ของรถแข่ง
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. เป็นเพียงตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราวบางส่วนของศักยภาพที่แท้จริงของ 911 GT3 RS ประสบการณ์การขับขี่ที่ได้สัมผัสคือการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ขับกับรถทุกจังหวะการเข้าโค้ง การตอบสนองของคันเร่ง และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ปลุกเร้าอะดรีนาลีนทุกครั้งที่กดคันเร่ง Porsche 911 GT3 RS จึงไม่ใช่แค่รถสปอร์ต แต่คือเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสขีดสุดของสมรรถนะการขับขี่
Lamborghini Huracan Tecnica: ความลงตัวระหว่างสมรรถนะและความงามสง่า
Lamborghini Huracan Tecnica ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2022 ได้นำเสนออีกหนึ่งนิยามของซูเปอร์คาร์จากอิตาลี ที่ผสมผสานสมรรถนะอันดุดันเข้ากับความสวยงามสง่าได้อย่างลงตัว หัวใจของ Tecnica คือเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 640 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สร้างอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม.
ดีไซน์ภายนอกของ Huracan Tecnica สะท้อน DNA ของ Lamborghini ได้อย่างชัดเจน แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ช่องดักอากาศที่โอ่อ่า กันชนหน้า-หลังที่ออกแบบใหม่ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดุดันยิ่งขึ้น ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง ตัดเย็บอย่างประณีต เบาะนั่งสปอร์ตโอบกระชับ มอบความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงความสปอร์ต จอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้วสำหรับมาตรวัด และหน้าจอ 8.4 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น
Huracan Tecnica คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการซูเปอร์คาร์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน และดีไซน์ที่ดึงดูดทุกสายตา ถือเป็นซูเปอร์คาร์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในทุกเส้นทาง
McLaren Artura: นวัตกรรมไฮบริดสัญชาติอังกฤษ
McLaren Artura ถือเป็นก้าวสำคัญของ McLaren ในการนำเสนอนวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบไฮบริด โดยเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ MCLA (McLaren Carbon Lightweight Architecture) ที่ออกแบบมาเพื่อความเบาและความแข็งแกร่งสูงสุด พร้อมด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ V6 เทอร์บคู่ ขนาด 3.0 ลิตร ที่ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้มีพละกำลังรวมสูงถึง 680 แรงม้า
ด้วยศักยภาพอันน่าทึ่งนี้ Artura สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทะยานไปถึงความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. สิ่งที่ทำให้ Artura โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดคันแรกที่มาพร้อมกับระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) และระบบเบรกแบบ Regenerative ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและลดการสึกหรอของระบบเบรก
McLaren Artura คือบทพิสูจน์ของวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูง ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการประหยัดพลังงานและสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกขณะ นี่คือซูเปอร์คาร์แห่งอนาคตที่พร้อมแล้วสำหรับปี 2025
Maserati MC20: ความสง่างามที่มาพร้อมขุมพลังดุดัน
Maserati MC20 เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Maserati ในตลาดซูเปอร์คาร์ เครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่งคันนี้เปิดตัวในปี 2020 และเข้าสู่ตลาดในปี 2021 ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จ ขนาด 3.0 ลิตร ที่ Maserati พัฒนาขึ้นเอง โดยให้กำลังสูงถึง 630 แรงม้า และแรงบิด 730 นิวตันเมตร
ศักยภาพของ MC20 นั้นน่าประทับใจ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม. และเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที โครงสร้างตัวถังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน ทำให้น้ำหนักโดยรวมเบาเพียง 1,500 กิโลกรัม ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสมรรถนะการขับขี่ นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนแบบอิสระทั้งสี่ล้อ และระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก ยังช่วยเสริมความมั่นใจในการควบคุมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Maserati MC20 มีให้เลือกหลากหลายรุ่น ได้แก่ MC20 Coupe ที่เป็นรุ่นพื้นฐาน, MC20 Spider รุ่นเปิดประทุนที่มอบอิสระในการสัมผัสลม และ MC20 Trofeo รุ่นสมรรถนะสูงที่ได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์และช่วงล่างให้ดุดันยิ่งขึ้น MC20 จึงเป็นซูเปอร์คาร์ที่ผสานความหรูหรา สไตล์อิตาเลียน และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมได้อย่างลงตัว
Chevrolet Corvette C8: ตำนานบทใหม่ของอเมริกันสปอร์ต
Chevrolet Corvette C8 รุ่นที่แปด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตำนานรถสปอร์ตอเมริกัน ด้วยการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์มาไว้ด้านหลัง (Mid-Engine) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เปิดตัวในปี 2019 และยังคงเป็นที่จับตามองในปี 2025 ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ V8 LT2 ขนาด 6.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 495 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
Corvette C8 สามารถทำอัตราเร่ง 0-96.5 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถสปอร์ตสัญชาติอเมริกัน ดีไซน์ภายนอกมีความสวยงาม ทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงความดุดัน กระจกหลังขนาดใหญ่ช่วยให้มองเห็นเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลังได้อย่างชัดเจน การออกแบบช่องระบายอากาศ 7 ช่อง และท่อไอเสีย 4 ชุด ติดตั้งที่มุมทั้งสองฝั่ง เพิ่มมิติและความสปอร์ตให้กับตัวรถ ไฟท้าย LED แบบ Sequential ที่แสดงทิศทางการเลี้ยวอย่างชัดเจน
Chevrolet Corvette C8 เป็นซูเปอร์คาร์ที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่สง่างาม สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ซูเปอร์คาร์ระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้
บทสรุปแห่งสมรรถนะและความปรารถนา
ปี 2025 นี้เป็นปีที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริงสำหรับผู้ที่หลงใหลในซูเปอร์คาร์ แต่ละรุ่นที่กล่าวมาล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ตั้งแต่ขุมพลังไฮบริดสุดล้ำของ Ferrari และ McLaren ไปจนถึงความดิบเถื่อนในสนามแข่งของ Porsche และ Lamborghini ความหรูหราสง่างามของ Maserati และความคุ้มค่าที่มาพร้อมสมรรถนะของ Chevrolet Corvette C8
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักขับที่ต้องการสัมผัสขีดสุดของสมรรถนะในสนามแข่ง หรือผู้ที่มองหารถยนต์ที่บ่งบอกถึงรสนิยมและสถานะ เหล่าซูเปอร์คาร์แห่งปี 2025 นี้พร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการของคุณ
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณต่อโลกแห่งยานยนต์ไปตลอดกาล?

