เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงพระนครใต้ ขอผัดฟ้องครั้งที่ 1 ป้าแอน รับจ้างทำงานแม่บ้าน ผู้ต้องหา คดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อกายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อเสพหรือใช้ และการปลอมนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขาย สิ่งเช่นว่านั้นเพื่อบุคคลเสพหรือใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 296 และมาตรา 236
พฤติการณ์แห่งคดี คือ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ผู้กล่าวหาได้โพสต์ประกาศหาแม่บ้านรายวันบนกลุ่ม หาแม่บ้าน สแปร์ รายวันบนเฟซบุ๊กของข้าฯชื่อ YOKEY R. ผู้ต้องหา ได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สดใส แอน เข้ามาคอมเมนต์ว่า อายุ 57 ปี
ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ต้องหาทักไลน์มาหาว่า สนใจทำงาน และสนทนาพูดคุยตกลงค่าจ้างและเพิ่มค่าเดินทางด้วยวินมอเตอร์ไซร์รับจ้างทั้งไปและกลับ ผู้ต้องหา ตกลงรับงานแม่บ้านแล้วได้ตกลงกันให้เริ่มมาทำงานในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ค่าจ้างวันละ 500 บาทต่อวัน ต่อมาผู้กล่าวหาทราบว่าเด็กชายอายุ 2 ขวบ 4 เดือน บุตรชายของผู้กล่าวหา ได้ดื่มนมที่มีส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้ออเนกประสงค์ ยี่ห้อ เดทตอล เวลาประมาณ 12.25 น. เนื่องจากมารดาผู้กล่าวหาที่พักอยู่ชั้น 3 กับเด็กชายได้กลิ่นเหมือนน้ำเดทตอล จึงแจ้งให้ผู้กล่าวหาขึ้นมาดู ผู้กล่าวหาจึงได้ขึ้นไปห้องพักชั้น 3 พบเด็กชายนอนหลับอยู่ไม่มีอาการแต่อย่างใด จึงได้พาเด็กชายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล BNH แพทย์ได้ทำการรักษาแล้วไม่ได้ให้พักที่โรงพยาบาล ให้เด็กชายกลับมาสังเกตอาการต่อที่บ้าน
จากนั้นผู้กล่าวหาได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณภายในบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ดังกล่าว พบว่าผู้ต้องหาได้เทขวดน้ำผสมน้ำยาเดทตอล ใส่ขวดนมที่เด็กชายดื่ม หลังจากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากบ้านที่เกิดเหตุ ผู้กล่าวหาจึงเดินทางมา สน.บางโพงพาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
สุดยอดไฮเปอร์คาร์ปี 2025: ประชันความเร็ว สัมผัสสมรรถนะเหนือขีดจำกัด
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง วงการยานยนต์ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ก็เช่นกัน การแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ไม่ใช่เพียงแค่การทำสถิติใหม่ แต่คือการผลักดันขีดจำกัดของวิศวกรรมการออกแบบ สมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่ให้ก้าวไปอีกขั้น ในปี 2025 นี้ ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงคึกคักด้วยการปรากฏตัวของสุดยอดนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำ ที่มาพร้อมขุมพลังอันน่าทึ่ง ดีไซน์ล้ำสมัย และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าที่เคย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 5 อันดับรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงสุดยอดวิศวกรรมที่ทำให้รถยนต์เหล่านี้ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะแห่งความเร็ว
SSC Tuatara: ผู้ท้าชิงความเร็วสูงสุดแห่งยุค
SSC Tuatara ยังคงยืนหยัดในฐานะหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองที่สุดในโลก ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นรถยนต์ที่เร็วที่สุดอย่างเป็นทางการ รถคันนี้ไม่เพียงแต่มีสถิติความเร็วที่น่าประทับใจ แต่ยังมาพร้อมกับการออกแบบที่สะท้อนถึงหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด การผสมผสานเส้นสายที่เฉียบคมกับพื้นผิวที่ลื่นไหล ทำให้ Tuatara สามารถตัดผ่านอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
วิศวกรรมแห่งความเร็ว: Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ซึ่งได้รับการปรับจูนอย่างพิถีพิถันเพื่อให้รีดสมรรถนะได้ถึง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85 และยังคงทรงพลังที่ 1,350 แรงม้าเมื่อใช้น้ำมันเบนซินทั่วไป การทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ ช่วยให้การถ่ายทอดกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ Tuatara สามารถทำได้ ส่วนความเร็วสูงสุดที่ได้รับการบันทึกและยืนยันอย่างเป็นทางการนั้น (ข้อมูล ณ ปี 2025 อาจมีการเปลี่ยนแปลงและอัปเดต) ถือเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านความเร็วของรถคันนี้
การออกแบบเพื่อประสิทธิภาพ: ภายนอกของ SSC Tuatara เน้นการใช้งานจริงทางอากาศพลศาสตร์ ตั้งแต่สปอยเลอร์หน้าที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกดที่ล้อหน้า ไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ที่ช่วยจัดการกระแสอากาศที่ไหลจากใต้ท้องรถ เส้นสายตัวถังที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างรถที่เหนือกว่าคู่แข่งทั้งในด้านความเร็วและรูปลักษณ์
มูลค่าการลงทุน: ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 125 คัน และราคาเริ่มต้นที่สูง สะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษและความต้องการในตลาดของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบความเร็วขั้นสูงสุด SSC Tuatara จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานแห่งความเร็วระดับตำนาน
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือผลผลิตจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Bugatti ในการสร้างรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก การเปิดตัวรุ่นพิเศษนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จในการทำลายกำแพงความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 482 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ยานยนต์
ขุมพลัง W16 อันทรงพลัง: หัวใจหลักของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ที่สามารถผลิตพละกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า นี่คือเครื่องยนต์ที่สร้างชื่อให้กับ Bugatti มาอย่างยาวนาน และได้รับการปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในรุ่นนี้ การทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ทำให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างทันท่วงที และช่วยให้รถสามารถทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาประมาณ 2.4 วินาที
การออกแบบที่เน้นอากาศพลศาสตร์: สำหรับรุ่น Super Sport 300+ Bugatti ได้ทำการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์หลายประการ ตัวถังยาวขึ้นเล็กน้อย และมีการออกแบบที่เน้นการลดแรงต้านอากาศ (Drag) เพื่อให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สีดำเงาตัดกับลายแข่งสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้รถดูดุดันและสปอร์ตยิ่งขึ้น การผลิตที่จำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก ทำให้รุ่นนี้กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก
นวัตกรรมและความหรูหรา: นอกเหนือจากสมรรถนะ Bugatti ยังคงรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความหรูหราและการตกแต่งภายใน วัสดุคุณภาพเยี่ยมอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ หนังแท้ และการตัดเย็บที่ประณีต สะท้อนถึงความเป็น Bugatti ที่ผสมผสานความเร็วและความหรูหราได้อย่างลงตัว
Hennessey Venom F5: พลังดิบจากอเมริกา
Hennessey Venom F5 คือการประกาศศักดาของ Hennessey Special Vehicles ในการสร้างไฮเปอร์คาร์ที่มุ่งเน้นไปที่สมรรถนะดิบๆ และความเร็วสูงสุด ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ และการออกแบบที่เน้นความเบาแต่แข็งแกร่ง
ขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ 1,800+ แรงม้า: Hennessey Venom F5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อเป้าหมายในการสร้างกำลังสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยตัวเลข 1,817 แรงม้า (เมื่อใช้น้ำมัน E85) และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ทำให้ Venom F5 กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีพละกำลังมากที่สุดในโลกอย่างแท้จริง การทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างน้ำหนักเบาเพื่อความเร็ว: Venom F5 สร้างขึ้นบนแชสซีส์แบบโมโนค็อกที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ซึ่งให้ความแข็งแกร่งสูงแต่น้ำหนักเบามาก วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ยังถูกนำมาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนตัวถังส่วนใหญ่ เพื่อลดน้ำหนักรวมของรถให้ได้มากที่สุด การออกแบบตัวถังเน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสบการณ์การขับขี่สุดระทึก: ภายในห้องโดยสาร Venom F5 เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งาน เบาะนั่ง Bucket Seat ที่โอบกระชับสรีระ ช่วยให้นักขับรู้สึกมั่นคงขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง พวงมาลัยแบบสปอร์ตที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้รู้สึกราวกับอยู่ในรถแข่ง
Bugatti Bolide: ไฮเปอร์คาร์สำหรับสนามแข่ง
Bugatti Bolide เป็นไฮเปอร์คาร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างออกไป โดยเน้นสมรรถนะในสนามแข่งเป็นหลัก แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวิ่งบนถนนสาธารณะโดยตรง แต่ Bolide ก็แสดงให้เห็นถึงขีดสุดของ Bugatti ในการสร้างรถที่เร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สมรรถนะที่เหนือกว่ารถแข่ง: Bolide ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ที่ได้รับการปรับแต่งให้รีดพละกำลังได้สูงถึง 1,850 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูง (เช่นเดียวกับในรถแข่ง) และแรงบิดสูงสุด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 1,240 กิโลกรัม ทำให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักของ Bolide สูงอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งผลให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Formula 1: รูปลักษณ์ภายนอกของ Bugatti Bolide ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากรถแข่ง Formula 1 โดยมีจุดเด่นที่การออกแบบตัวถังที่เน้นการสร้างแรงกด (Downforce) สูงสุด เพื่อให้ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ สปอยเลอร์หลังที่โดดเด่น และการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในทุกส่วนของตัวถัง ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างรถที่เร็วที่สุดในสนามแข่ง
สุดยอดวิศวกรรมแห่ง Bugatti: Bolide คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการผสมผสานระหว่างสมรรถนะขั้นสุด ความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี และการออกแบบที่เน้นการใช้งานจริง แม้จะเป็นรถที่ผลิตจำนวนจำกัด และมีราคาที่สูงลิ่ว แต่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของ Bugatti ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของยนตรกรรม
Devel Sixteen: พลังมหาศาลจากตะวันออกกลาง
Devel Sixteen คืออีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์ที่สร้างความฮือฮาในวงการยานยนต์ ด้วยการอ้างสิทธิ์ในการเป็นรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยตัวเลขสมรรถนะที่เหนือจินตนาการ แม้จะยังคงเป็นที่ถกเถียงและรอการพิสูจน์อย่างเป็นทางการ แต่ศักยภาพของ Devel Sixteen ก็ไม่สามารถมองข้ามได้
เครื่องยนต์ V16 ระดับ Hypercar: Devel Sixteen ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V16 ขนาด 12.3 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จคู่ 4 ตัว ซึ่งเป็นขุมพลังที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏในไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่ ขุมพลังนี้ถูกเคลมว่าสามารถรีดกำลังได้สูงถึง 5,000 แรงม้า (ในรุ่นสำหรับสนามแข่ง) หรือประมาณ 3,000 แรงม้าในรุ่นที่ผลิตเพื่อใช้งานทั่วไป ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งจนแทบไม่น่าเชื่อ
ดีไซน์ดุดัน สไตล์ซูเปอร์คาร์: รูปลักษณ์ภายนอกของ Devel Sixteen มีความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ดุดัน และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรถแข่ง ด้านหน้ามีการออกแบบที่ดุดันด้วยไฟหน้าทรงกลม กระจังหน้าขนาดใหญ่ และช่องดักอากาศที่ดูทรงพลัง ด้านข้างมีดีไซน์ที่บ่งบอกถึงความลู่ลม ส่วนด้านหลังโดดเด่นด้วยไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่ง
การผสมผสานความหรูหราและสมรรถนะ: ภายในห้องโดยสาร Devel Sixteen ได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม เช่น หนังแท้ คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ เพื่อให้ได้ความรู้สึกหรูหรา ผสมผสานกับการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่ เบาะนั่งสปอร์ตช่วยรองรับสรีระขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
บทสรุปแห่งความเร็ว:
ปี 2025 นี้ ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก SSC Tuatara, Bugatti Chiron Super Sport 300+, Hennessey Venom F5, Bugatti Bolide และ Devel Sixteen คือสุดยอดตัวแทนของเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ ที่ผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ให้ก้าวไปอีกขั้น รถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและสมรรถนะระดับสูงสุด
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบและใฝ่ฝันถึงสุดยอดแห่งยนตรกรรมเหล่านี้ การศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจในเทคโนโลยี และการติดตามข่าวสารในวงการไฮเปอร์คาร์อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว และอาจเป็นจุดเริ่มต้นสู่การเป็นเจ้าของความฝันบนท้องถนนที่เร็วที่สุดในโลกนี้
สัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดสมรรถนะ สู่โลกแห่งไฮเปอร์คาร์กับเรา พร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหนือจินตนาการแล้วหรือยัง?

