เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 31 ธ.ค.2568 พ.ต.ต.สุพจน์ แก้วเจริญ สว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุยิงกันบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ชุมชนหน้าพระราม 6 หรือชุมชนกัลยาณมิตร ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม.
หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.ชัยนาม นักไร่ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วิทวัส แสงเพิ่ม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส.สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าเล้าไก่ ใต้สะพานพระราม6 พบผู้ถูกยิงบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อคือ
นายสาธร อายุ 48 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ท้อง 1 นัด หายใจรวยริน กู้ภัยรีบนำส่งรพ.เกษมราษฎร์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกรายคือนายกำธร อายุ 53 ปี พี่ชายนายสาธร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเฉี่ยวศีรษะและแผ่นหลัง ได้บาดเจ็บสาหัส กู้ภัยนำส่ง รพ.บางโพ เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว

จากการตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. กระจายเกลื่อน รวม 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับตำรวจ ทราบชื่อคือนายสุนทร อายุ 39 ปี
มีบาดแผลที่หัวเข่าขวา โดยมีของกลาง เป็นอาวุธปืนยี่ห้อ GLOCK ขนาด 9 มม. ซองกระสุนขนาด 9 มม. 1 อัน ซองอาวุธปืนพก 1 ซอง และกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลเข้ม 1 ใบ
นายสุนทรให้การว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่าได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงใส่นายสาธร ทองเอี่ยม และนายกำธร ทองเอี่ยม พี่น้อง ทั้งคู่เป็นลูกจ้างรับซื้อของเก่าอีกร้าน มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันกับตน และมีบ้านอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกันในที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุคู่กรณีทั้ง 2 คน มีปัญหาติดใจ ไม่พอใจกันมาก่อนแล้ว
ก่อนเกิดเหตุขณะที่กลุ่มของนายสาธรและนายกำธร กำลังนั่งดื่มสุราอยู่บริเวณที่เกิดเหตุหน้าบ้าน ลูกชายตนได้เข้ามาเล่นดอกไม้ไฟใกล้กันกับรถของบุคคลดังกล่าวที่จอดอยู่ จึงถูกด่าทออย่างรุนแรง ตนกำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่บ้าน เมื่อทราบเรื่องพกพาอาวุธปืนของกลางพร้อมบรรจุกระสุนใส่ในกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลเข้ม เดินออกมาหากลุ่มของนายสาธร และนายกำธร มีปากเสียงทะเลาะวิวาท
นายสาธรและนายกำธรใช้ขวดเหล้าขวดเบียร์เป็นอาวุธเข้ามารุมทำร้ายตน นำอาวุธปืนออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ยิงใส่นายสาธรและนายกำธร ประมาณ 4 – 5 นัด หลังจากนั้นมีเพื่อนบ้านเข้ามาห้าม และยืนรอมอบตัว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ใช้อาวุธปืนฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Bugatti Rimac: การปฏิวัติไฮเปอร์คาร์ สู่ยุคใหม่ของสมรรถนะและความหรูหรา ปี 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ความเร็วและความล้ำสมัยคือหัวใจหลัก ชื่อของ Bugatti เป็นตัวแทนของสุดยอดวิศวกรรม ความหรูหรา และสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด การมาถึงของ Bugatti Rimac ในปี 2025 ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งสำคัญของแบรนด์ระดับตำนานนี้ ด้วยการผสานสุดยอดเทคโนโลยีไฮบริดจาก Rimac Automobili เข้ากับ DNA แห่งความแรงของ Bugatti เรากำลังจะได้เห็นนิยามใหม่ของ “ไฮเปอร์คาร์” ที่จะสั่นสะเทือนวงการไปอีกทศวรรษ
กำเนิด Bugatti Rimac: การรวมพลังแห่งสองตำนาน
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 เมื่อ Bugatti แบรนด์ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศส และ Rimac Automobili ผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจากโครเอเชีย ได้ประกาศการควบรวมกิจการอย่างเป็นทางการ ก่อตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน “Bugatti Rimac” โดยมี Mate Rimac ผู้มีวิสัยทัศน์อันยาวไกล นั่งแท่น CEO การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรวมแบรนด์ แต่เป็นการหลอมรวมสองขั้วแห่งความเชี่ยวชาญ: ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Bugatti ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เร็วที่สุดและหรูหราที่สุดในโลก กับนวัตกรรมอันก้าวกระโดดของ Rimac ในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า
นิยามใหม่ของไฮเปอร์คาร์: ไร้ชิ้นส่วนเดิม สู่นวัตกรรมสมบูรณ์แบบ
Mate Rimac ได้ยืนยันในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อต่างประเทศว่า รถยนต์รุ่นใหม่ของ Bugatti จะไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้า แต่เป็นการ “สร้างใหม่ทั้งหมด” (All-new from scratch) โดยจะไม่มีชิ้นส่วนใดที่ถอดแบบมาจาก Bugatti Chiron หรือ Bugatti Nevera เลยแม้แต่น้อย นี่คือการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือกว่าและแตกต่างอย่างสิ้นเชิง การพัฒนานี้เกิดขึ้นภายใต้การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทีมวิศวกรจากทั้ง Bugatti และ Rimac ซึ่งเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเครื่องกลแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้าแห่งอนาคต
Rimac: มากกว่าแค่ EV คือผู้สร้างเครื่องยนต์แห่งอนาคต
แม้ Rimac Automobili จะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า แต่เบื้องหลังนั้น พวกเขาได้ทุ่มเทเวลาเกือบสองปีก่อนการจับมือกับ Bugatti ในการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine – ICE) ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีไฟฟ้า นี่คือข้อมูลที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง และบ่งบอกถึงวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมของ Rimac พวกเขาไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีไฟฟ้าจะมาแทนที่ ICE ในทันที แต่เชื่อมั่นในการผสานจุดแข็งของทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ขุมพลังที่ตอบโจทย์สมรรถนะขั้นสูงสุด และนี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ไฮเปอร์คาร์ Bugatti รุ่นต่อไป มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างและเหนือชั้น
ไฮบริด: การผสมผสานที่ลงตัวของพละกำลังและประสิทธิภาพ
ในขณะที่ Bugatti เดิมเคยมีแผนที่จะพัฒนารถยนต์แบบ CUV (Crossover Utility Vehicle) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายคลึงกับ Ferrari Purosangue แต่การเข้ามาของ Rimac ได้เปลี่ยนทิศทางของ Bugatti อย่างสิ้นเชิง การตัดสินใจเลือกพัฒนารถยนต์ไฮเปอร์คาร์ในรูปแบบไฮบริด (Hybrid Hypercar) คือข้อพิสูจน์ถึงความเข้าใจในตลาดและความต้องการของนักสะสมรถยนต์สมรรถนะสูงทั่วโลก รถไฮบริดไม่ใช่เพียงแค่การลดมลพิษ แต่คือการเพิ่มประสิทธิภาพและพละกำลังในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทรงพลังของ Bugatti จะถูกผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงจาก Rimac สร้างการตอบสนองที่ฉับไว แรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบต่ำ และอัตราเร่งที่น่าทึ่งในทุกย่านความเร็ว
Bugatti Mistral: บทส่งท้ายแห่งยุค W16 อันยิ่งใหญ่
Bugatti Mistral ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าในปี 2024 ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในฐานะรุ่นสุดท้ายที่จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในด้านสมรรถนะและความซับซ้อนทางวิศวกรรม การสิ้นสุดของยุค W16 นี้ เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ และทำให้ Bugatti Mistral กลายเป็นรถยนต์ที่ควรค่าแก่การครอบครองสำหรับนักสะสม ด้วยความที่เป็นจุดสิ้นสุดของตำนานที่ยาวนาน
กำหนดการเปิดตัว: รอคอยอีกไม่นานกับ Bugatti Rimac ปี 2025
ตามการคาดการณ์จากข้อมูลล่าสุด รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นใหม่จากความร่วมมือของ Bugatti และ Rimac คาดว่าจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2025 แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับสมรรถนะและเทคโนโลยีจะยังถูกเก็บเป็นความลับ แต่เราสามารถมั่นใจได้ว่า Bugatti Rimac จะไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการไฮเปอร์คาร์ คำว่า “ไฮเปอร์คาร์” จะมีความหมายที่ลึกซึ้งและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
อนาคตของ Bugatti: SUV และ EV จะมาถึงในทศวรรษหน้า
Bugatti ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ไฮเปอร์คาร์เท่านั้น ทางแบรนด์ได้เปิดเผยแผนการที่จะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ SUV และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัวตามทิศทางของตลาดโลก การมีทั้งไฮเปอร์คาร์ไฮบริดที่เน้นสมรรถนะสุดขั้ว และรถยนต์ในเซกเมนต์อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย จะทำให้ Bugatti สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่ง DNA ของความหรูหราและสมรรถนะที่เป็นเอกลักษณ์
เทคโนโลยีไฮบริด: ความก้าวหน้าที่สำคัญสำหรับ Bugatti
การเลือกใช้ระบบไฮบริดในรถยนต์รุ่นต่อไปของ Bugatti สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพลวัตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและอนาคต ระบบไฮบริดสามารถมอบสมรรถนะที่เหนือกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมในหลาย ๆ ด้าน ประการแรกคือเรื่องของ อัตราเร่ง (Acceleration) ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถให้แรงบิดสูงสุดได้ทันทีที่กดคันเร่ง ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงทำได้อย่างฉับไวและทรงพลัง ประการที่สองคือ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Fuel Efficiency) แม้จะเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง แต่ระบบไฮบริดก็ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ในเมืองหรือที่ความเร็วต่ำ ประการที่สามคือ การปล่อยมลพิษ (Emissions) ซึ่งระบบไฮบริดสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษอื่น ๆ ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก
การร่วมมือกับ Rimac: กุญแจสู่ความสำเร็จของ Bugatti
ความร่วมมือกับ Rimac Automobili คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ Bugatti สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ Rimac มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการพัฒนาระบบส่งกำลังไฟฟ้าสมรรถนะสูง แบตเตอรี่ที่ทันสมัย และซอฟต์แวร์ควบคุมอันชาญฉลาด การที่ Bugatti ได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง จะทำให้เกิดเป็นสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่ผสานความหรูหรา สุนทรียภาพ และสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างแท้จริง การที่ Mate Rimac นั่งเป็น CEO ของ Bugatti Rimac ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนแบรนด์ไปสู่อนาคต
คำว่า “Luxury” ในยุคใหม่: เกินกว่าวัสดุ สู่ประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ
ในโลกของไฮเปอร์คาร์ คำว่า “Luxury” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้วัสดุชั้นเลิศ เช่น หนังแท้ เปลือกคาร์บอนไฟเบอร์ หรือโลหะขัดเงาอีกต่อไป Bugatti Rimac จะยกระดับนิยามของความหรูหราไปสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) การเชื่อมต่อเทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Connectivity) การบริการที่เหนือระดับ (Exceptional Service) และการปรับแต่งที่ตอบสนองทุกความต้องการเฉพาะบุคคล (Bespoke Customization) คือหัวใจสำคัญที่จะสร้างความแตกต่าง Bugatti Rimac จะมอบประสบการณ์ที่ไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกพิเศษเมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แต่ยังรวมถึงทุกปฏิสัมพันธ์ที่คุณมีกับแบรนด์ ตั้งแต่การจอง การรับรถ ไปจนถึงการบำรุงรักษา
ความคาดหวังของตลาด: “Performance Hybrid Supercar” ตัวเลือกที่ร้อนแรง
ในปี 2025 ตลาดซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์จะเต็มไปด้วยการแข่งขันที่เข้มข้น แต่ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดของ Bugatti Rimac จะมีความได้เปรียบที่ชัดเจน ด้วยการผสมผสานชื่อเสียงอันยาวนานของ Bugatti เข้ากับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของ Rimac ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูง คำว่า “Performance Hybrid Supercar” จะกลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการ และ Bugatti Rimac จะเป็นผู้นำเทรนด์นี้อย่างแน่นอน การลงทุนใน “Bugatti hybrid price” หรือ “Rimac performance EV” จะเป็นการลงทุนในอนาคตของยนตรกรรม
อนาคตของสมรรถนะ: มิติใหม่ของ Bugatti
การมาถึงของ Bugatti Rimac ในปี 2025 ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศการเริ่มต้นยุคใหม่ของ Bugatti ซึ่งเป็นยุคที่ผสมผสานสุดยอดวิศวกรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคต เรากำลังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่ซึ่งพละกำลังดิบเถื่อนมาบรรจบกับความสง่างามเหนือกาลเวลา
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด ความหรูหราที่หาที่เปรียบมิได้ และนวัตกรรมที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ การรอคอย Bugatti Rimac ในปี 2025 นี้ จะเป็นการรอคอยที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เตรียมพบกับปรากฏการณ์แห่งวงการไฮเปอร์คาร์ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้!

