วันที่ 3 มกราคม 2569 ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นบทบาทของกองทัพและงบประมาณด้านความมั่นคงอย่างเผ็ดร้อน
ไอซ์ระบุว่า ตนเข้าใจมาโดยตลอดว่าทหารมีหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศและรักษาอธิปไตย ไม่ใช่ถูกนำไปใช้ในงานส่วนตัวหรือกิจการเชิงพาณิชย์ เช่น เลี้ยงไก่ ตัดหญ้า ซักผ้าให้ครอบครัวนายพล รวมถึงการบริหารสนามกอล์ฟ สนามมวย รีสอร์ท โรงแรม หรือสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ก่อนตั้งคำถามกลับว่า แล้วพวกมึงตัดงบทหารทำไม?
จากนั้นไอซ์ได้อธิบายถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลเคยตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยยืนยันว่าเป็นความจำเป็นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และระยะฟื้นฟูประเทศ ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกต่างปรับลดงบที่สามารถตัดได้ เพื่อนำไปพยุงเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ไอซ์ย้ำว่า หลังการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนมีจุดยืนสนับสนุนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นต่อการป้องกันประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่กริพเพน หรือเรือฟริเกต โดยในปีงบประมาณ 2567 ฝ่ายรัฐบาลเคยเสนอให้ตัดงบจัดซื้อเรือฟริเกต แต่ สส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านอย่างหนัก พร้อมด้วย สส.อีกหลายคนที่ชี้แจงในชั้นอนุกรรมาธิการงบประมาณถึงความจำเป็นด้านความมั่นคงทางทะเล แม้ท้ายที่สุดงบประมาณจะไม่ผ่านในปีนั้น และกลับมาพิจารณาใหม่จนผ่านในปีงบประมาณ 2569
ไอซ์ยังเปิดเผยว่า วิโรจน์ในฐานะประธานกรรมาธิการการทหาร ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ส่งถึงแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระบุถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยควรจัดซื้อเรือฟริเกตไม่น้อยกว่า 8 ลำ ไม่ใช่เพียงลำเดียว เพื่อเสริมศักยภาพกองทัพเรืออย่างเพียงพอ
ท้ายที่สุด ไอซ์ย้ำจุดยืนว่า พรรคให้ความสำคัญกับนโยบายกองทัพทันสมัย เป้าหมายคือการมีกองทัพที่เข้มแข็ง รบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทหารมีอาวุธที่ทันสมัย ควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรี และสวัสดิการที่มั่นคงสำหรับทหารชั้นผู้น้อย พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อความว่า
มีส้มไม่มีเทา
มีเรามีกองทัพเข้มแข็งทันสมัย
ใช้งบประมาณโปร่งใส ทหารชั้นผู้น้อยมีชีวิตความเป็นอยู่ดี
บ้านใครยังท่อง ทหารมีไว้ทำไมอยู่ ฝากค่อยๆอธิบาย
แน่นอนครับ นี่คือบทความเกี่ยวกับ Bugatti ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ ที่เขียนใหม่ตามคำขอของคุณ โดยเน้นที่การปรับปรุง SEO และความเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการ
Bugatti ไฮเปอร์คาร์แห่งอนาคต: การผสานสุดยอดเทคโนโลยีจาก Rimac สู่ขุมพลังไฮบริดที่อาจเปลี่ยนนิยามความเร็วในปี 2025
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด ชื่อของ Bugatti คือสัญลักษณ์แห่งความเร็ว ความหรูหรา และวิศวกรรมขั้นสูงสุด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Bugatti ได้สร้างตำนานบทแล้วบทเล่าด้วยเครื่องยนต์ W16 อันทรงพลังที่ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่ในยุคที่โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ Bugatti ก็ได้ประกาศการเดินทางครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้น ด้วยการจับมือกับ Rimac Automobili ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก เพื่อพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตที่ผสานขุมพลังไฮบริดเข้าไว้ด้วยกัน

การรวมตัวกันของสองตำนานแห่งวงการยานยนต์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นการเดินหมากเชิงกลยุทธ์ที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 เมื่อ Bugatti และ Rimac Automobili ได้ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน Bugatti Rimac โดยมี Mate Rimac มหาเศรษฐีหนุ่มผู้มากวิสัยทัศน์เป็น CEO บริษัทร่วมทุนนี้ไม่ได้เพียงแค่ควบรวมกิจการ แต่เป็นการหลอมรวมสุดยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากทั้งสองแบรนด์ เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้
วิสัยทัศน์ใหม่: จาก W16 สู่ขุมพลังไฮบริดสุดล้ำ
Mate Rimac ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศที่น่าเชื่อถือหลายครั้งถึงทิศทางของ Bugatti ในยุคใหม่ เขายืนยันอย่างชัดเจนว่า Bugatti ไฮเปอร์คาร์รุ่นต่อไป จะไม่ใช่เพียงการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นที่มีอยู่ แต่จะเป็นการออกแบบและสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงหัวใจหลักของเครื่องยนต์ ไม่มีความเกี่ยวพันกับ Bugatti Chiron หรือแม้แต่ Rimac Nevera ในแง่ของชิ้นส่วนหรือการออกแบบหลัก ซึ่งหมายความว่าเรากำลังจะได้เห็นนวัตกรรมที่สดใหม่และแตกต่างอย่างแท้จริง
แนวคิดในการพัฒนา ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด Bugatti นี้ ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่น่าสนใจอย่างยิ่ง Bugatti เดิมมีแผนที่จะพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์ (CUV) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วน คล้ายคลึงกับ Ferrari Purosangue แต่การมาถึงของ Rimac ได้นำพา Bugatti กลับสู่แก่นแท้ของการเป็นผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด แต่ครั้งนี้จะมาพร้อมกับการผสมผสานเทคโนโลยีไฮบริดที่ Rimac ถนัด
Rimac Automobili ไม่ใช่แบรนด์ที่เพิ่งจะเข้ามาในวงการนี้อย่างผิวเผิน พวกเขาได้เริ่มวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ว่าชื่อเสียงของ Rimac จะผูกติดอยู่กับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง แต่การเตรียมการนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะสร้าง Bugatti รุ่นใหม่ 2025 ให้เป็นที่สุดของเทคโนโลยี และเป็นการส่งต่อตำนานของ Chiron อย่างสมศักดิ์ศรี
เทคโนโลยี Rimac: กุญแจสำคัญสู่สมรรถนะที่ไม่เคยมีมาก่อน
การที่ Rimac เข้ามามีบทบาทในการพัฒนากลไกขับเคลื่อนของ Bugatti รุ่นใหม่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะพลิกโฉมวงการอย่างแท้จริง Rimac คือบริษัทที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การจัดการพลังงาน และระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำมาผสานเข้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีความทรงพลัง เพื่อสร้าง ขุมพลังไฮบริด Bugatti ที่ไม่เพียงแต่ให้พละกำลังมหาศาล แต่ยังมีความประหยัดและตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างเหนือชั้น
การผสานระบบไฮบริดนี้จะทำให้ Bugatti สามารถเข้าถึงพละกำลังที่สูงกว่าเดิมได้อย่างมหาศาล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต การทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบสนองฉับไว และเครื่องยนต์สันดาปภายในอันดุดัน จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ต่อเนื่องและทรงพลังในทุกช่วงความเร็ว
Bugatti Mistral: จุดสิ้นสุดของตำนาน W16 สู่จุดเริ่มต้นของยุคใหม่
Bugatti Mistral ที่เพิ่งเปิดตัวไป ถือเป็นรุ่นสุดท้ายอย่างเป็นทางการที่จะได้ใช้เครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงปี 2024 นี่คือการปิดฉากยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของเครื่องยนต์ W16 ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Bugatti มาอย่างยาวนาน และในขณะเดียวกัน Mistral ก็เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างอดีตอันยิ่งใหญ่กับอนาคตอันน่าตื่นเต้น
ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า Bugatti ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด ที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง Bugatti และ Rimac อาจจะเผยโฉมและพร้อมเปิดตัวในช่วงปี 2025 หรืออาจจะล่าช้าออกไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับกระบวนการพัฒนานวัตกรรมอันซับซ้อนนี้
การวิเคราะห์ตลาดและโอกาสทางธุรกิจ
การที่ Bugatti ตัดสินใจเดินหน้าสู่ขุมพลังไฮบริด สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในสภาวะตลาดรถยนต์ระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในปี 2025 ตลาด ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของ Bugatti ไม่เพียงมองหาพละกำลังและความเร็วสูงสุด แต่ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย
การนำเสนอ Bugatti เทคโนโลยีไฮบริด จะช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่อาจจะลังเลกับการเลือกซื้อรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ชื่นชอบสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ไว้ได้
ราคา Bugatti ไฮบริด คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงตามมาตรฐานของแบรนด์ แต่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะถูกใส่เข้ามา ทำให้ Bugatti รุ่นใหม่ 2025 น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในสุดยอดยานยนต์
การแข่งขันในตลาดไฮเปอร์คาร์
ในปี 2025 ตลาดไฮเปอร์คาร์จะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น Bugatti จะต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์หรูและสมรรถนะสูงรายอื่นๆ ที่ต่างก็พัฒนายานยนต์ของตนเองให้มีความล้ำสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม ด้วยชื่อชั้นของ Bugatti ที่เป็นตำนานแห่งความเร็ว และการผนึกกำลังกับ Rimac ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ Bugatti ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างแน่นอน การผสานจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร มีทั้งความหรูหรา ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ราคา Bugatti ไฮบริด และการลงทุนในอนาคต
แม้จะยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ Bugatti รุ่นใหม่ 2025 แต่จากประวัติศาสตร์ของ Bugatti และการลงทุนมหาศาลในด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการนำเทคโนโลยีสุดล้ำจาก Rimac มาใช้ คาดการณ์ได้ว่า ราคา Bugatti ไฮบริด จะอยู่ในระดับสูงสุดของตลาดอย่างแน่นอน
การลงทุนใน Bugatti ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่นี้ จะไม่ใช่เพียงแค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการครอบครองชิ้นงานศิลปะทางวิศวกรรม ที่เป็นการผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Bugatti เข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคตจาก Rimac ซึ่งจะเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
แนวโน้มการออกแบบและสมรรถนะ
เราคาดการณ์ว่า Bugatti ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด จะยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบที่ดุดัน ลู่ลม และสง่างามตามแบบฉบับ Bugatti ไว้ แต่จะมีการปรับปรุงให้เข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์ยุคใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
ในส่วนของสมรรถนะ แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทรงพลัง และระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดมหาศาลทันทีที่กดคันเร่ง Bugatti ไฮเปอร์คาร์ รุ่นใหม่นี้ อาจจะสามารถทำความเร็วและอัตราเร่งที่เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ ได้อย่างแน่นอน
ความสำคัญของ Bugatti Rimac Joint Venture
การก่อตั้ง Bugatti Rimac Joint Venture ถือเป็นการประกาศก้องถึงทิศทางที่ชัดเจนของ Bugatti ในยุคใหม่ การรวมพลังกับ Rimac ไม่ใช่แค่การหาพันธมิตรทางธุรกิจ แต่เป็นการหลอมรวมปรัชญาและความเชี่ยวชาญที่แตกต่าง แต่เสริมซึ่งกันและกัน
Rimac นำมาซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไฟฟ้า สมรรถนะที่เหนือชั้น และความคล่องตัวในการพัฒนานวัตกรรม ส่วน Bugatti นำมาซึ่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชื่อเสียงอันแข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์รถยนต์หรูที่ให้ประสบการณ์สุดพิเศษ
การทำงานร่วมกันนี้จะทำให้ Bugatti ไฮเปอร์คาร์รุ่นต่อไป สามารถผสานสองโลกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คือ ความเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะแบบดั้งเดิมของ Bugatti และนวัตกรรมแห่งอนาคตของ Rimac
อนาคตของ Bugatti: การก้าวข้ามขีดจำกัด
การมาถึงของ Bugatti ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด ที่อาจเปิดตัวในปี 2025 เป็นมากกว่าแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศศักยภาพของ Bugatti ในการปรับตัวและก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตลาดและแฟนๆ ทั่วโลก
เรากำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Bugatti ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่เหนือกว่า และการออกแบบที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความหรูหรา และนวัตกรรมสุดขั้ว การรอคอย Bugatti ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ 2025 นี้ คือการรอคอยสิ่งที่เหนือกว่าคำว่า “รถยนต์” มันคืออนาคตของสมรรถนะที่กำลังจะมาถึง
อย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์! ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพบกับปรากฏการณ์แห่งโลกยานยนต์ที่จะพลิกนิยามของคำว่า “ไฮเปอร์คาร์” ไปตลอดกาล.

