ขอส่งเสียงให้ถึงคนที่เกี่ยวข้อง! ปอนด์ CEO ค่าย Be On Cloud เล่าพฤติกรรมช่างภาพวัดอรุณฯ คอยไล่นักท่องเที่ยวออกจากเฟรม
ปอนด์ ผู้บริหารค่าย Be On Cloud ฝากถึงช่างภาพวัดอรุณฯ “ปรับนิสัยหน่อย”
หลังโดนช่างภาพไล่ออกจากเฟรม ทำท่าทีไม่พอใจ ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ก็โดนด้วย
ทำเอาชาวเน็ตแห่เห็นด้วย เมื่อ ปอนด์ กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารของค่ายบันเทิง Be On Cloud โพสต์ข้อความบน X หลังไปวัดอรุณราชวราราม แต่กลับเจอช่างภาพเจ้าถิ่นแสดงพฤติกรรมไม่ดีใส่ ระบุข้อความว่า
ไป #วัดอรุณ มาเมื่อวาน นักท่องเที่ยวเยอะมากน่าภูมิใจ คนเช่าชุดไทยแต่งเยอะมาก ดูดีเลย แต่ดันเจอ “ตากล้องเจ้าถิ่นน่าจะมาพ่วงกับบริการเช่าชุดไทย” คอยไล่นักท่องเที่ยวคนอื่นออกจากเฟรมเพื่อถ่ายให้คนที่จ้างตัวเองมา ไม่ได้ไล่รอบเดียวนะ ไล่เรื่อยๆ ต่างชาติงง หน้าตาไม่พอใจแล้ว
นี่ยืนมองวิวสวยๆ จิตนิ่งอยู่ ทนไม่ไหวเลยเข้าไปเตือนแต่โดนสวนว่า “คนอื่นก็ต้องรอสิครับ” แล้วถ่ายไปเรื่อยๆ กะได้รูปสวยคนเดียวเลยมั้ง คนเป็นล้าน ทำงี้ทีหลังทำเรื่องขอปิดสถานที่ถ่ายกันเองไปเลย
คือคุณไม่มีสิทธิ์กั้นพื้นที่สาธารณะเป็นของส่วนตัวไง อย่าหากินบนความเดือดร้อนของคนอื่น สถานที่นี้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ช่วยปรับนิสัยหน่อย #ตากล้องวัดอรุณ ปล. พอลงมาข้างล่างทีมงานเล่าให้ฟังว่า อาโป ก็โดนไล่ไปสามรอบเหมือนกัน

หลังจากโพสต์นี้ ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากว่าเจอช่างภาพเจ้าถิ่นไล่ และแสดงพฤติกรรมไม่ค่อยดีใส่แบบนี้จริงๆ หลายคอมเมนต์อยากให้ทาง กทม. และวัดอรุณฯ จัดระเบียบเพื่อให้สถานที่แห่งนี้ยังเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวอยากมา
ซึ่ง ปอนด์ ยังได้โพสต์ข้อความส่งเสียงไปให้ถึงคนที่เกี่ยวข้องอีกว่า

แน่นอนครับ นี่คือบทความที่เขียนใหม่ตามความต้องการของคุณ โดยใช้ภาษาไทย ประเทศไทย และปรับให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดปี 2025 ครับ
Bugatti Rimac: มิติใหม่แห่งไฮเปอร์คาร์ไฮบริด เปิดศักราช 2025 สู่ยุคแห่งสมรรถนะเหนือชั้น
ในวงการยานยนต์ระดับโลก ชื่อของ Bugatti ไม่เคยเป็นเพียงแค่แบรนด์รถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์ของความหรูหรา สมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด และความสำเร็จอันยาวนาน ทว่าในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ Bugatti กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่น่าตื่นเต้น ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยจาก Rimac Automobili การร่วมทุนครั้งประวัติศาสตร์นี้ ไม่เพียงแต่สร้างความฮือฮา แต่ยังเป็นการปูทางไปสู่การกำเนิดของไฮเปอร์คาร์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยคาดการณ์ว่าเจนเนอเรชั่นใหม่ของ Bugatti จะปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนในปี 2025 พร้อมกับขุมพลังไฮบริดที่พัฒนาขึ้นโดย Rimac ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก
การผสานรวมที่พลิกโฉมวงการ: Bugatti Rimac ถือกำเนิด
จุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2021 เมื่อ Bugatti แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์หรูสัญชาติฝรั่งเศส ตัดสินใจผนึกกำลังกับ Rimac Automobili สตาร์ทอัพยานยนต์ไฟฟ้าระดับหัวกะทิจากโครเอเชีย ก่อตั้งเป็นบริษัท Bugatti Rimac GmbH โดยมี Mate Rimac นักธุรกิจและวิศวกรอัจฉริยะ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) การรวมกิจการนี้เป็นการผสมผสานระหว่างมรดกแห่งความสง่างามและสมรรถนะอันเป็นเลิศของ Bugatti เข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตและเทคโนโลยีแบตเตอรี่อันก้าวหน้าของ Rimac เพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เหนือกว่าทุกคำจำกัดความ
วิสัยทัศน์แห่งไฮเปอร์คาร์ใหม่: การออกแบบที่เริ่มต้นจากศูนย์
Mate Rimac ได้ให้สัมภาษณ์อย่างเจาะลึกถึงแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Bugatti ยืนยันว่าไฮเปอร์คาร์รุ่นถัดไปจะไม่ได้เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Bugatti Chiron อันเลื่องชื่อ หรือ Bugatti Nevera ซึ่งเป็นรถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่จะเป็นการออกแบบและพัฒนาทุกองค์ประกอบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด จากรากฐานที่แข็งแกร่งของการทำงานร่วมกันระหว่าง Bugatti และ Rimac นี่คือการประกาศอย่างชัดเจนว่า Bugatti กำลังมุ่งสู่ทิศทางใหม่ที่แตกต่างและท้าทายยิ่งกว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Rimac Automobili จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า แต่พวกเขาก็ได้ทุ่มเททรัพยากรในการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในมาตลอด 2 ปี ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงกับ Bugatti การลงทุนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอันลึกซึ้งของ Rimac ที่ว่า แม้เทคโนโลยีไฟฟ้าจะมีความสำคัญ แต่การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูงกับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง (Hybrid Powertrain) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ “ไฮเปอร์คาร์” ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในยุคปัจจุบัน
จาก CUV สู่ไฮบริด: การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด
ข้อมูลที่เปิดเผยยังชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ในอดีต Bugatti เคยมีแผนที่จะพัฒนารถยนต์ในรูปแบบ Crossover Utility Vehicle (CUV) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีแนวโน้มจะคล้ายคลึงกับ Ferrari Purosangue แต่เมื่อการร่วมมือกับ Rimac เกิดขึ้น ทิศทางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การตัดสินใจที่จะพัฒนารถไฮเปอร์คาร์แบบไฮบริด แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในแก่นแท้ของแบรนด์ Bugatti และความต้องการที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดุดัน เร้าใจ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ Bugatti ทั่วโลกรอคอย
Bugatti Mistral: บทส่งท้ายแห่งตำนาน W16
Bugatti ได้ยืนยันว่า Bugatti Mistral ซึ่งจะเริ่มส่งมอบในช่วงปลายปี 2024 จะเป็นรถยนต์รุ่นสุดท้ายที่ติดตั้งเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ได้รับการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ Bugatti ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ที่มีสมรรถนะเหนือจินตนาการ การสิ้นสุดยุคของเครื่องยนต์ W16 นี้ จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเดินทางของ Bugatti และเป็นการเปิดทางให้กับเทคโนโลยีใหม่ที่จะมาแทนที่
ปี 2025: จุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่ง Bugatti Rimac
ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงการส่งมอบ Bugatti Mistral ที่จะเสร็จสิ้นในช่วงปี 2024 ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นใหม่จากความร่วมมือระหว่าง Bugatti และ Rimac จะพร้อมเปิดตัวและวางจำหน่ายในปี 2025 อย่างแน่นอน การมาถึงของรถยนต์รุ่นนี้จะถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของ Bugatti ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ
อนาคตที่รออยู่: SUV และ EV อาจมาถึงในอีกทศวรรษ
แม้ว่าโฟกัสหลักในขณะนี้คือไฮเปอร์คาร์ไฮบริด แต่ Bugatti ก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในอนาคต Mate Rimac ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเปิดตัวรถยนต์ SUV และรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) ในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Bugatti กำลังมองหาช่องทางในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลายมากขึ้น แต่สิ่งที่แน่นอนคือ Bugatti Rimac จะยังคงยึดมั่นในหลักการของการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เหนือระดับ เหนือกว่าคู่แข่ง และเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมทั่วโลก
แนวโน้มตลาดและโอกาสในการลงทุน: Hypercar Hybrid เจาะตลาด Niche Premium
สำหรับตลาดรถยนต์ระดับ Ultra-Luxury และ Hypercar การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีนวัตกรรมสูงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความโดดเด่นและสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การที่ Bugatti Rimac เลือกที่จะพัฒนาไฮเปอร์คาร์ไฮบริด สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาด Niche Premium ที่ลูกค้าพร้อมจ่ายในราคาสูงเพื่อเทคโนโลยีล่าสุด สมรรถนะที่เหนือกว่า และเอกลักษณ์ที่หาได้ยาก
ในแง่ของการลงทุน Hypercar investment หรือการลงทุนในรถยนต์ Hypercar กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์รุ่นพิเศษที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในอนาคต Bugatti Rimac ที่มาพร้อมกับแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ย่อมเป็นที่จับตามองของนักลงทุนในกลุ่มนี้
นอกจากนี้ Electric hypercar performance ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้รุ่นใหม่จะเป็นไฮบริด แต่การที่ Rimac เป็นผู้พัฒนา ก็รับประกันได้ถึงสมรรถนะระดับสูงสุด และอาจเป็นการผสมผสานที่ดีที่สุดระหว่างพลังจากเครื่องยนต์สันดาปและการตอบสนองที่รวดเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่สนใจ Bugatti upcoming models หรือโมเดลใหม่ของ Bugatti การเปิดตัวในปี 2025 ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับนิยามใหม่ของความหรูหราและสมรรถนะ
การวิเคราะห์ภาพรวมสำหรับปี 2025
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 ตลาด Hypercar ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านอย่างเห็นได้ชัด การแข่งขันเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะสูงสุด เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับทุกแบรนด์ Bugatti Rimac ที่มาพร้อมกับขุมพลังไฮบริดที่พัฒนาโดย Rimac จะเป็นผู้เล่นสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดนี้
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ที่สนใจ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของ Bugatti และกำลังมองหาสุดยอดยนตรกรรมแห่งอนาคต การเตรียมพร้อมเพื่อจับจอง Bugatti Rimac รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2025 ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด Bugatti Rimac ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะ แต่คือมรดกแห่งนวัตกรรมและสมรรถนะที่จะสืบทอดต่อไป
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติวงการไฮเปอร์คาร์ไปพร้อมกับ Bugatti Rimac ในปี 2025

