หลังจากไร้ภาพคู่และโมเมนต์หวานให้เห็นมาพักใหญ่ จนแฟนๆ อดสงสัยไม่ได้ถึงความสัมพันธ์ของคู่ ดีเจภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า กับแฟนสาว นุช-จิตภักดี สารโพธิดา ล่าสุดก็ได้คำตอบชัดเจน เมื่อฝ่ายหญิงออกมายืนยันว่า ทั้งคู่เลิกรากันแล้ว
โดย นุช จิตภักดี ได้ออกมาไลฟ์ขายของและพูดคุยกับแฟนๆ พร้อมเปิดใจว่า เลิกรากับดีเจภูมิมาหลายเดือนแล้ว และตอนนี้สภาพจิตใจก็ดีขึ้นมาก จึงกลับมาปรากฏตัวและพูดคุยกับแฟนๆ ได้อีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปจากโซเชียลช่วงหนึ่ง ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ พร้อมชมว่าเจ้าตัวดูสวยขึ้น ออร่าความโสดชัดเจนสุดๆ
นุชยังยืนยันว่า การจบความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นการแยกทางกันด้วยดี สามารถกลับมาเป็นพี่น้องที่หวังดีต่อกันได้ และไม่รู้สึกเสียดายเวลาที่เคยคบกัน ส่วนสาเหตุการเลิกรา เจ้าตัวเผยว่าเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ทั้งคู่เคยพยายามปรับตัวกันมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถไปต่อได้
ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยเข้าไปถามถึงฝั่ง ดีเจภูมิ ว่ามีแฟนใหม่แล้วหรือไม่ หลังเห็นทำคอนเทนต์ร่วมกับสาวปริศนาคนหนึ่ง ที่ดีกรีไม่ธรรมดา เป็นนางแบบและอินฟลูเอนเซอร์สายเซ็กซี่ หุ่นแซ่บสะดุดตา งานนี้จะใช่คนพิเศษหรือไม่ คงต้องรอให้เจ้าตัวออกมาชี้แจงกันต่อไป
ยานยนต์ปี 2025: เมื่อซูเปอร์คาร์คือดาวเด่น ตลาด EV ระส่ำ และ F1 คือสมรภูมิใหม่
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ยุคสมัยของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เคยถูกคาดการณ์ว่าจะครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ กลับต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ในขณะที่กลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง หรือ “ซูเปอร์คาร์” กลับทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างน่าประหลาดใจ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและความซับซ้อนของตลาดโลก
ซูเปอร์คาร์: ปีทองที่เหนือความคาดหมาย
หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 ที่มีการตั้งคำถามถึง “จุดอิ่มตัว” ของตลาดซูเปอร์คาร์ แต่ภาพรวมในปี 2025 กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าสมมติฐานดังกล่าวคลาดเคลื่อนอย่างสิ้นเชิง ปีนี้กลายเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง แบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ไม่เพียงแต่รักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่ยังสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงสถานะ ความสำเร็จ และความหลงใหลในการขับขี่ขั้นสุดยอด
ขณะที่ค่ายรถยนต์กระแสหลักกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากกำแพงภาษีที่เข้มงวดขึ้น ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน กลุ่มรถยนต์ซูเปอร์คาร์กลับทำกำไรได้อย่างมหาศาล มียอดจองล้นหลามจนลูกค้าต้องรอคิวรับรถนานนับปี สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อและความต้องการที่ไม่ลดลงของผู้บริโภคในกลุ่มนี้
ตลาดรถหรู: เติบโตสวนกระแส ควบคู่กับการสั่งผลิตพิเศษ
ตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่นอย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในกลุ่มนี้ในตลาดสหรัฐอเมริกาได้พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาทไทย สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่ให้สัมผัสถึงการควบคุมรถอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ “Customization” หรือการปรับแต่งรถยนต์ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าของ ก็กำลังเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหารถยนต์เพียงแค่การเดินทาง แต่ต้องการรถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยม บุคลิกภาพ และเรื่องราวส่วนตัว การสร้างสรรค์รถยนต์ให้มีความพิเศษเหนือใครจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
EV: ความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในทางตรงกันข้าม แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่กลับเป็นไปอย่างแผ่วเบาและต่ำกว่าการคาดการณ์เดิมอย่างเห็นได้ชัด ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากอเมริกาและยุโรป เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการรุกคืบของ “รถยนต์ EV สัญชาติจีน” ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ในปี 2025 ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีก และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่อ่อนไหวและก่อให้เกิดการถกเถียงที่ซับซ้อนภายในครอบครัวและสังคม ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ
Tesla และ Porsche: ปีแห่งมรสุมและความท้าทาย
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับทั้ง Tesla และ Porsche
Tesla: เผชิญกับปัญหาทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหายลงอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูรถขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้าน CEO Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ถึงขั้นมีรายงานว่าลูกค้าบางรายจำเป็นต้องติดสติกเกอร์บนรถเพื่อชี้แจงว่า “ซื้อรถคันนี้ก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของชื่อเสียงของผู้บริหารที่มีต่อแบรนด์
Porsche: ประสบปัญหาหนักที่สุด โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานะทางการเงินที่สั่นคลอน และรถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณการตลาดมหาศาลและดึงตัวดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังมีการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ของ Porsche ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาขายที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อ “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters จะเข้ารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ในวันที่ 1 มกราคมนี้
Ferrari: ผงาดเหนือคู่แข่งด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด
ในขณะที่คู่แข่งกำลังเผชิญกับอุปสรรค Ferrari กลับแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง และมียอดจองรถยนต์ที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ได้ช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาขายต่อรถยนต์มือสองให้คงที่ ต่างจาก Porsche Taycan ที่ราคาตกลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความภักดีต่อแบรนด์ และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ยิ่งตอกย้ำว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในระยะยาว
จับตาปี 2026: การแข่งขันที่ดุเดือดในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของ Audi และ Cadillac ซึ่งจะเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อยกระดับภาพลักษณ์และขยายฐานลูกค้า
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งในการสลัดภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยกลางคน” ออกไป โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม ย่อมช่วยสร้างกระแสความสนใจได้อย่างแน่นอน Cadillac หวังที่จะใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องมือในการยกระดับแบรนด์ให้เทียบเคียงกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: มีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสความน่าสนใจให้กับแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week ซึ่งจะเป็นต้นแบบ (Blueprint) ของ Audi ในยุคใหม่ โดยจะผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ยังคงมีอนาคตที่สดใสและร้อนแรงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไป
ในปี 2025 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ การที่ซูเปอร์คาร์ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง ในขณะที่ตลาด EV กำลังเผชิญกับความท้าทาย และการที่ Formula 1 กลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการแข่งขันระดับโลก ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความซับซ้อนและพลวัตของตลาดนี้
หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสูงสุด ความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด หรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในโลกยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นี่คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง อย่าพลาดโอกาสในการติดตามเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้

