ห้องข่าวภาคเที่ยง – พ่อเด็ก 3 ขวบ โมโหที่ลุงไปตักเตือนหลาน 3 ขวบ แกล้งเด็ก 3 เดือน พ่อข้องใจสงสัยลูกผิดอะไร ยกพวกมารุมตีลุงกับหลานเขย
เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเข้าปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ที่หน้าห้องพัก ที่เป็นห้องเช่า แห่งหนึ่งใน ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ลุงอายุ 49 ปี ผู้บาดเจ็บ เล่าเหตุการณ์ว่า พ่อของเด็กอายุ 3 ขวบ ไม่พอใจ ที่ก่อนหน้านี้ ไปเตือนหลานชายอายุ 3 ขวบ ว่าอย่าดื้อนะ ไม่อยากให้ไปแกล้งน้องอายุ 3 เดือน ที่ยังเล็กมาก พอพ่อรู้ว่าลุงไปดุหลาน ก็ไม่พอใจ ไปโพสต์ข้อความทำนองว่า ลูกกูผิดอะไร ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นญาติกัน มีศักดิ์เป็นลุงของหลาน
ทีนี้ พอเจอหน้ากัน ก็มีปากเสียงกัน ลงไม้ลงมือกันในรอบแรกแต่ยังไม่มีอาวุธ ตอนหลังพ่อเด็ก 3 ขวบ ไปพาพวกกลับมา ใช้เหล็กแป๊บตรงเข้ามารุมทำร้ายลุง และพ่อของเด็ก 3 เดือน บาดเจ็บถูกเหล็กฟาดหัว เหตุการณ์ชุลมุน จนชาวบ้านมาช่วยกันห้าม แล้วกลุ่มผู้ก่อเหตุ ก็แยกย้ายกันหลบหนี ไปคนละทิศละทาง
พ่อของเด็ก 3 เดือน ที่มีศักดิ์เป็นเขย เด็ก 3 ขวบเข้ามาเล่นในห้องพักแล้วดื้อ จนแฟนต้องไปบอกให้พ่อตา ก็คือลุง ช่วยพูดให้เด็ก 3 ขวบ กลับบ้านไป แล้วเรื่องบานปลาย เมื่อย่าของเด็กนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อของเด็กจนเกิดความไม่พอใจ ปะทะกันชุลมุน
พ่อเด็ก 3 เดือนบาดเจ็บจมูกหัก เป็นแผล หมอเย็บจมูก 3 เข็ม ส่วนลุงเจ็บหนัก มีบาดแผลที่ศีรษะเย็บ 30 เข็ม และกระดูกซี่โครงหักด้วย ผู้บาดเจ็บ 2 คน ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพบาบาล
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝ่ายผู้บาดเจ็บไปแจ้งความไว้ที่โรงพัก ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ขณะนี้กำลังรอเจ้าหน้าที่ เรียกสอบสวนคู่กรณีก็คือ พ่อเด็ก 3 ขวบและพวก เข้ามาสอบปากคำที่ยกพวกทำร้ายลุงกับหลานเขยต่อไป
สรุปภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: ม้าลำพองผงาด ท่ามกลางมรสุม EV และความท้าทายของแบรนด์หรู
ปี 2025 ได้พิสูจน์แล้วว่า “ซูเปอร์คาร์” ยังคงเป็นอมตะ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงระดับโลกอย่าง Ferrari, Bugatti, Pagani และ Koenigsegg ยังคงยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดจองล้นหลามจนต้องรอรับรถข้ามปี ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปกลับเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด จากปัจจัยหลายประการ ทั้งการแข่งขันที่ดุเดือดจากค่ายรถจีน และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นรายใหญ่
Porsche และ Tesla กับปีแห่งมรสุม
สำหรับแบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียมอย่าง Porsche และ Tesla กลับต้องเผชิญกับปีที่ยากลำบากในปี 2025 Porsche ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนถึงขั้นถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Taycan และ Macan ที่ไม่เป็นไปตามเป้า ประกอบกับความไม่พอใจของลูกค้าต่อการปรับขึ้นราคาและการเพิ่มระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และยอดขายในท้ายที่สุด
ในขณะที่ Tesla แม้จะยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี EV แต่ก็เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกา การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และประเด็นด้านภาพลักษณ์ของ CEO Elon Musk ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าบางกลุ่ม ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ Tesla ต้องทบทวนกลยุทธ์และหาทางปรับตัวอย่างเร่งด่วน
ตลาดรถหรู: ทะยานสู่ระดับสูงสุดใหม่
สิ่งที่น่าสนใจในปี 2025 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ Luxury โดยราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกาได้พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและแนวโน้มของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ สมรรถนะ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม การสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom Made ที่สามารถสะท้อนตัวตนและรสนิยมของเจ้าของได้อย่างเต็มที่ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภคในตลาดระดับบน ที่มองหาสิ่งที่นอกเหนือไปจากแค่การเดินทาง
EV จีน: พลังที่ไม่อาจมองข้าม
ขณะที่แบรนด์ยุโรปและอเมริกาเผชิญความท้าทาย ค่ายรถยนต์จากประเทศจีนกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี เทคโนโลยีที่ทันสมัย และราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาให้ความสนใจ ส่งผลให้ยอดขาย EV ทั่วโลกยังคงเติบโต แม้จะแผ่วลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม
การแข่งขันที่ดุเดือดจากค่ายรถจีน ประกอบกับการยกเลิกมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับบางครอบครัว ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมตลาด EV ในปี 2025 มีความซับซ้อนและผันผวน
Ferrari: ความสำเร็จที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ในขณะที่หลายแบรนด์กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด Ferrari กลับผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ด้วยการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม สามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ได้อย่างน่าประทับใจ และมียอดจองรถยนต์ที่ยาวเหยียดจนถึงปี 2027
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Ferrari ประสบความสำเร็จคือการพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่น้อยกว่าคู่แข่ง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีน นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าขาย EV เพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคาขายต่อของรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Porsche Taycan ที่ประสบปัญหาดังกล่าว
ด้วยราคาเฉลี่ยของ Ferrari ที่สูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่กลับมีฐานลูกค้าเก่ากว่า 80% ที่ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนให้เห็นถึงความภักดีในแบรนด์และความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ รุ่นใหม่ๆ อย่าง “Amalfi” ก็กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ยิ่งตอกย้ำว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมีอนาคตที่สดใส
Formula 1: สังเวียนแห่งการพลิกเกมในปี 2026
เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์และแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การก้าวเข้าสู่สนาม Formula 1 ของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ คือ Audi และ Cadillac
Cadillac: การเข้าร่วม F1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ Cadillac เพื่อลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “รถสำหรับผู้สูงวัย” ด้วยการดึงตัวนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ พวกเขาหวังที่จะใช้กระแสความนิยมของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังพุ่งสูงขึ้น เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: มีแผนที่จะเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่ค่อนข้างเงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้น ด้วยการเตรียมเปิดตัวรถต้นแบบ “Concept C” ที่ผสานดีไซน์ล้ำสมัยเข้ากับจิตวิญญาณแห่งตำนานของ Audi TT และ R8 ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญของ Audi ในยุคใหม่
ทิศทางที่น่าตื่นเต้นนี้บ่งชี้ว่า รถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไป การแข่งขันในสนาม F1 จะเป็นเวทีสำคัญในการพิสูจน์ศักยภาพและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลก
อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์: การผสมผสานระหว่างสมรรถนะและเทคโนโลยี
ปี 2025 ได้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลาด Supercar ที่ยังคงร้อนแรงสวนทางกับความท้าทายของ EV และแบรนด์หรู สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
สำหรับปี 2026 การแข่งขันในเวที Formula 1 ของ Audi และ Cadillac จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่น่าจับตามอง ว่าแบรนด์เหล่านี้จะสามารถใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นเครื่องมือในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์ สร้างฐานลูกค้าใหม่ และยืนหยัดในตลาดโลกได้อย่างไร
แม้จะมีความผันผวนและความท้าทายอยู่เสมอ แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเดินหน้าต่อไป ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค การผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันเร้าใจ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาแบรนด์ต่างๆ ไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
ร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ และเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการยานยนต์แห่งอนาคต!

