• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

รวบจิ๊กโก๋ผลัดถิ่น หนีคดีปืนจาก นครสวรรค์ หวังชุบตัวมีครอบครัวใหม่ สุดท้ายไม่รอดจนมุม

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
รวบจิ๊กโก๋ผลัดถิ่น หนีคดีปืนจาก นครสวรรค์ หวังชุบตัวมีครอบครัวใหม่ สุดท้ายไม่รอดจนมุม

วันนี้ (20 ม.ค 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ (ศปรฟ.) ทำการจับกุม นายจตุพร อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนแห่งหนึ่ง แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ได้ทำการสืบสวนและติดตามพฤติกรรมของนายจตุพร ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในพื้นที่ พบว่ามีประวัติพัวพันกับยาเสพติดและมักจะพกพาอาวุธปืนเย้ยกฎหมายอยู่เป็นประจำ จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาใน จ.นครสวรรค์ ในการเข้าตรวจค้นครั้งนั้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ได้จำนวน 1 กระบอก อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติการ นายจตุพร ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่และความชุลมุนหลบหนีการจับกุมไปได้อย่างหวุดหวิด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (กก.2 บก.ป.) ได้รับการประสานงานและทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทราบว่านายจตุพร ได้หลบหนีเข้ามากบดานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีพฤติการณ์ย้ายที่พักอาศัยไปเรื่อย ๆ และได้เริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่เพื่อใช้ชีวิตบังหน้า หวังจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลืมเลือนคดีความเก่าที่เคยก่อไว้ แต่ด้วยความที่ผู้ต้องหามีประวัติพกพาอาวุธปืนและมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนปฏิบัติการอย่างรัดกุมและเฝ้าติดตามจนล่าสุดพบนายจตุพร ปรากฏตัวอยู่บริเวณริมถนนในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมทันที ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: ม้าลำพองผงาด สวนกระแส EV จีน และการพลิกเกมบนสนาม F1

ปี 2025 เป็นปีที่ตลาดรถยนต์หรูระดับ Ultra-Luxury ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง ในขณะที่แบรนด์ซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari, Bugatti และ Pagani ยังคงกวาดยอดขายได้อย่างถล่มทลายและมีคิวจองยาวข้ามปี สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วไป และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เผชิญกับการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันจากการแข่งขันอันดุเดือดของแบรนด์รถยนต์จากจีนที่บุกตลาดอย่างหนัก

Porsche และ Tesla กลับกลายเป็นสองแบรนด์ที่ประสบปัญหาอย่างหนักในปีนี้ โดยเฉพาะ Porsche ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงินอย่างรุนแรง จนส่งผลให้สถานะทางการเงินของบริษัทสั่นคลอนถึงขั้นหลุดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก ในขณะที่ Tesla สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดที่เคยครองมาอย่างต่อเนื่อง และยังต้องรับมือกับกระแสต่อต้านที่รุนแรงต่อตัว Elon Musk ซีอีโอของบริษัท ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

เมื่อมองไปยังปี 2026 การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มที่จะย้ายสมรภูมิไปสู่สนามแข่ง Formula 1 อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยหวังใช้กีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับสูงนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์ของแบรนด์ สร้างการรับรู้ใหม่ และดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความชื่นชอบและมีกำลังซื้อสูง

ย้อนรอยปี 2019: จุดอิ่มตัวของซูเปอร์คาร์?

หากเราย้อนกลับไปมองในปี 2019 ณ จุดนั้น หลายคนในวงการอาจตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ว่า “เราได้มาถึงจุดอิ่มตัวของตลาดซูเปอร์คาร์แล้วหรือยัง?” ทว่า เมื่อพิจารณาภาพรวมที่ปรากฏในปี 2025 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับโดยดุษฎีว่าสมมติฐานดังกล่าวได้พิสูจน์แล้วว่าผิดถนัด

ปี 2025 สมควรได้รับการจารึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงระดับ Ultra-Luxury ดูเหมือนจะไม่มีเพดานจำกัด ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari หรือ Lamborghini ต่างก็พบว่าความต้องการของลูกค้ามีมากกว่ากำลังการผลิตอย่างมหาศาล

ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมหลายค่ายกำลังเผชิญกับ “อาการเมาหมัด” จากหลายปัจจัย ทั้งกำแพงภาษีที่ทวีความเข้มข้นขึ้น, ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด, และการรุกคืบอย่างไม่หยุดยั้งของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยนวัตกรรมและราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ทว่า แบรนด์หรูเหล่านี้กลับสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมด้วยยอดจองที่ยาวเหยียด จนทำให้ลูกค้าต้องรอคอยรถยนต์คู่ใจไปอีกนานข้ามปี

ตลาดรถยนต์ Luxury: การเติบโตที่สวนกระแส

ภาพรวมของตลาดรถยนต์ Luxury หรือรถยนต์ระดับหรูในปี 2025 ถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นอย่างน่าประหลาดใจ ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในตลาดสหรัฐอเมริกา พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาทไทย

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์กระปุก” หรือเกียร์ธรรมดา ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากลุ่มกระเป๋าหนัก ผู้ที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกถึงการควบคุมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระแสความนิยมในการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือรถยนต์ที่สั่งทำพิเศษเพื่อสะท้อนตัวตนและรสนิยมเฉพาะของผู้เป็นเจ้าของ ก็ได้เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ของความต้องการสินค้าที่ “เป็นเอกลักษณ์” และ “มีเรื่องราว”

ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโตอยู่บ้าง แต่ก็แผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเข้ามาของ “รถ EV จีน” ซึ่งมาพร้อมกับคุณภาพที่น่าประทับใจและราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมอย่างมาก

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาด EV ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ซึ่งทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

ปี 2025: มรสุมลูกใหญ่ของ Tesla และ Porsche

สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับทั้ง Tesla และ Porsche

Tesla ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากรอบด้าน ทั้งยอดขายและกำไรที่ลดลงในหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่เคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูของรถยนต์ที่ขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้าน Elon Musk ซีอีโอของบริษัท ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์บนรถยนต์ของตนเองเพื่อสื่อสารความรู้สึก เช่น “ซื้อรถคันนี้ก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของ Elon” สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางความคิดเห็นและความกังวลต่อผู้นำของบริษัท

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

ในฝั่งของ Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อน ประกอบกับการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามที่คาดหวัง แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาด และจ้างนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังระดับโลกมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม

ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดการคาดการณ์ผลประกอบการลงถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปี โดยมีมูลค่าถึง 3.1 พันล้านยูโร

สถานการณ์ยิ่งทวีความเลวร้ายเมื่อลูกค้าประจำของ Porsche เริ่มแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับราคาที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งทำให้รถยนต์สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของ Porsche โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมนี้

Ferrari: ม้าลำพองผงาดเหนือคู่แข่ง

ในขณะที่คู่แข่งหลายแบรนด์ต้องเผชิญกับอุปสรรคและสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับ Ultra-Luxury บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อย่างน่าประทับใจ และมียอดจองรถยนต์เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างเห็นได้ชัด

กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari มาจากการที่บริษัทพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีน นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขายรถยนต์ EV ลงเหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ได้ช่วยรักษา “มูลค่าแบรนด์” และ “ราคารถมือสอง” ไม่ให้ตกต่ำลงเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan

แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกที่จะกลับมาซื้อซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ที่กำลังเป็นที่จับตามอง ทำให้บัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่จะคงอยู่ต่อไปในระยะยาว

จับตาปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1

สำหรับปีหน้า หรือปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปยังการเข้าร่วมการแข่งขัน Formula 1 อย่างเต็มรูปแบบของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Audi และ Cadillac

Cadillac: การเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งยวดในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ที่เคยติดตัวแบรนด์มานาน โดยการเลือกนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเข้าร่วมทีม เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความตั้งใจในการสร้างกระแสและความตื่นเต้น หวังใช้ความนิยมของ F1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เทียบเคียงกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: เตรียมแผนการเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสความสนใจในแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต และจากข้อมูลเบื้องต้น มีแนวโน้มที่ Audi จะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมปล่อย “Concept C” ซึ่งเป็นรถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัย ที่เคยเปิดตัวไปในงาน Milan Design Week โดยรถต้นแบบคันนี้จะทำหน้าที่เป็น “พิมพ์เขียว” หรือแนวทางในการพัฒนารถยนต์ Audi ยุคใหม่ ซึ่งจะผสมผสานความเป็น “ความทันสมัย” เข้ากับ “กลิ่นอายตำนาน” จากรถยนต์รุ่นคลาสสิกอย่าง Audi TT และ R8

ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นและกลยุทธ์ที่ชัดเจนเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และประวัติศาสตร์ของยานยนต์ระดับโลก หรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดที่มีพลวัตสูงนี้ การติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2026 และการปรากฏตัวของแบรนด์ชั้นนำบนเวที Formula 1 จะเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงอนาคตอันน่าจับตาของตลาดนี้ อย่าพลาดที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้!

Previous Post

คลิปอัญเชิญ “พระนาคปรก” ประดิษฐานแทนเทวรูปเขมร สะเทือนโซเชียล

Next Post

ตูน รสริน พี่สาวของ แน็ก ชาลี เคลื่อนไหวแล้ว! โพสต์จวกแรง ลั่นชัด “ไม่มีใครรวมหัววางแผนอะไรทั้งนั้น”

Next Post
ตูน รสริน พี่สาวของ แน็ก ชาลี เคลื่อนไหวแล้ว! โพสต์จวกแรง ลั่นชัด “ไม่มีใครรวมหัววางแผนอะไรทั้งนั้น”

ตูน รสริน พี่สาวของ แน็ก ชาลี เคลื่อนไหวแล้ว! โพสต์จวกแรง ลั่นชัด “ไม่มีใครรวมหัววางแผนอะไรทั้งนั้น”

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • สลด! เด็ก 14 โดนลูกหลง เศษกระสุนเจาะแก้ม หลังเพื่อนบ้านทะเลาะเดือดยิงปืนขู่
  • อุบาทว์เกินมนุษย์! ทหารกัมพูชาก่อเหตุข่มขืนเพื่อนร่วมหน่วย คดีสะเทือนวงการทหาร
  • ขนลุกทั้งงาน! พระลูกวัดตัวสั่น-เสียงสั่น กลางพิธีรดน้ำศพ อ้างผู้ตายเข้าสิงมาสั่งเสียญาติ
  • ระทึกกลางดึก! ไล่ล่ากระบะตู้ทึบ ขนยาไอซ์ 15 กระสอบ ซิ่งแหกด่าน ก่อนทิ้งรถหนีซ่อนป่าหญ้า
  • ไม่จริง! รมว.สธ. โต้ชัด “อนุทิน” ไม่ได้สั่งปลดหมอสุภัทร เซ่นปมชุดตรวจโควิด

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.