จากกรณีผู้โดยสารรายหนึ่งโพสต์ร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่าถูกคนขับรถที่เรียกจากแอพหนึ่ง เก็บเงินเกินจริง ไล่ลงจากรถกลางทาง แย่งโทรศัพท์ และข่มขู่เรียกเงินจากแม่ ล่าสุดฝั่งคนขับออกมาโต้กลับ พร้อมยืนยันว่าข้อเท็จจริงหลายประเด็นไม่ตรงกับที่ถูกโพสต์
วันที่ 20 ม.ค. นายอรุช คนขับรถ เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ยอมรับว่าเป็นคนขับในคลิปที่ถูกเผยแพร่ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้โดยสารเรียกรถจากพื้นที่ปทุมธานีไปยังสถานีกลางบางซื่อ ตนกดรับงานตามระบบแอปฯ ตามปกติ และช่วยขนสัมภาระขึ้นรถให้ผู้โดยสารตามมารยาท ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มจากค่าโดยสารที่แอประบุแต่อย่างใด
นายอรุช ระบุว่า ช่วงต้นทางผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ มีการพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีปัญหาใด ๆ แต่เมื่อขับรถไปได้ระยะหนึ่ง ผู้โดยสารเริ่มมีพฤติกรรมผิดปกติ โทรศัพท์ต่อว่าบริษัทประกันเสียงดัง ก่อนจะพึมพำด่าทออยู่คนเดียว และลุกลามมาด่าตนโดยตรง พร้อมเปิดกระจกรถตะโกนข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย
นายอรุช ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ขับรถรับส่งผู้โดยสาร ไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่เข้าใจว่าผู้โดยสารจะข่มขู่ทำร้ายตนไปเพื่ออะไร
ต่อมาผู้โดยสารยังมีพฤติกรรมถ่มน้ำลายใส่รถ และแคะขี้มูกภายในรถ ซึ่งตนมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่สามารถยอมรับได้ จึงตัดสินใจขอให้ผู้โดยสารลงจากรถ เนื่องจากไม่สามารถขับต่อไปได้แล้ว
เมื่อรถจอดข้างทาง ผู้โดยสารเกิดอาการโวยวาย และใช้รองเท้าพยายามทำร้ายร่างกายตน ซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ได้ โดยตนยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายผู้โดยสารตอบโต้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังพยายามขึ้นไปในรถและเหยียบคันเร่ง ซึ่งตนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรและอาจก่อให้เกิดอันตราย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและแนะนำให้ตนไปแจ้งความ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับประเด็นที่ผู้โดยสารอ้างว่าถูกเรียกเก็บเงิน นายอรุช ชี้แจงว่า ภายหลังเกิดเหตุ ตนได้โทรศัพท์ไปแจ้งแม่ของผู้โดยสาร เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายแม่กล่าวขอโทษและขอไม่เอาเรื่อง ตนจึงเข้าใจว่าเรื่องยุติแล้ว ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่หรือเรียกร้องเงินเกินจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่ปรากฏว่าผู้โดยสารได้มาโพสต์เรื่องราวเกินจริง ตนจึงต้องออกมาปกป้องตัวเอง
นายอรุช ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตนถูกแพลตฟอร์มสั่งพักงานชั่วคราว ส่งผลให้ไม่สามารถขับรถและขาดรายได้ ทั้งที่ที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติปัญหากับผู้โดยสารรายใดมาก่อน ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากกระแสในโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้ นายอรุช ยืนยันหนักแน่นว่า ตนไม่เคยคิดทำร้ายผู้โดยสาร หากมีเจตนาเช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย และอยากเรียกร้องให้สังคมรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสิน พร้อมขอความเป็นธรรมให้กับตนเองในฐานะผู้ให้บริการที่ได้รับผลกระทบจากการโพสต์เพียงด้านเดียว
สรุปภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: ซูเปอร์คาร์รุ่ง สวนทางตลาด EV และแบรนด์จีน
2025 เป็นปีแห่งการพิสูจน์ที่ชัดเจนในวงการยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Supercar ที่ยังคงแรงไม่หยุด ยอดขายและออร์เดอร์จองยาวเหยียดข้ามปี สะท้อนถึงความต้องการที่ไม่มีเพดานสำหรับสมรรถนะและความหรูหรา ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไป กลับเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน
ปี 2025: ยุคทองของ Supercar และความท้าทายของแบรนด์ดัง
หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 ใครจะเชื่อว่าตลาด Supercar จะยังคงร้อนแรงได้ถึงปี 2025 แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความหลงใหลในรถยนต์สมรรถนะสูงนั้นไม่มีวันเสื่อมคลาย ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ทั้งกำแพงภาษี, ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัว, และการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่มาพร้อมคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ กลุ่ม Supercar กลับสามารถกวาดรายได้และกำไรมหาศาล พร้อมยอดจองที่ยาวนานจนลูกค้าต้องรอรับรถข้ามปี
ตลาดรถยนต์ Luxury เติบโตสวนกระแส: เทรนด์ใหม่ที่น่าจับตา
ปี 2025 เป็นปีที่ตลาดรถยนต์ Luxury เติบโตอย่างโดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในตลาดสหรัฐอเมริกา ทะลุระดับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ขึ้นไปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์กระปุก” กลับมาได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ เทรนด์การสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom ที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหารถยนต์เพื่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการรถที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน
ในทางกลับกัน แม้ตลาดรถยนต์ EV ทั่วโลกจะยังคงเติบโต แต่ทิศทางกลับแผ่วลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเข้ามาของ “รถ EV จีน” ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายครัวเรือน
ปี 2025: มรสุมของ Tesla และ Porsche
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ Tesla ทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่หดหาย และปัญหาคดีความเกี่ยวกับระบบประตูรถยนต์ที่ขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ก็รุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ บางครั้งลูกค้าถึงขั้นติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย
สำหรับ Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่ประสบปัญหาอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ และรุ่นรถยนต์ EV ใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แม้จะทุ่มงบการตลาดมหาศาลก็ตาม ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจกับราคาที่สูงเกินจริง และการเพิ่มระบบดิจิทัลในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนทำให้รถยนต์ขาด “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ที่แท้จริง ส่งผลให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters จะเข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ในวันที่ 1 มกราคม
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: กลยุทธ์ที่เหนือชั้น
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังเผชิญปัญหา Ferrari กลับสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น รักษา Profit Margin ในระดับสูงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยอดจองที่ยาวเหยียดไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin แบบไม่เห็นฝุ่น
ปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จของ Ferrari มาจากการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% จึงไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (ปรับเป้าหมายยอดขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030) ช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์และราคารถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับ Porsche Taycan แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ และรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ยิ่งตอกย้ำว่าบัลลังก์ของม้าลำพองนั้นยังคงแข็งแกร่งในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์จะจับจ้องไปที่การก้าวเข้ามาของ Audi และ Cadillac ในสังเวียน Formula 1
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้ใหญ่” ออกไป โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ เป็นการหวังใช้กระแสความนิยมของ F1 ที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับ BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ยาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้น นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยเปิดตัวในงาน Milan ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวของ Audi ยุคใหม่ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายของตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
ถึงเวลาที่คุณจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งยนตรกรรมสุดพิเศษแล้วหรือยัง? สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตา ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ!

