• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

มิตรภาพ 20 ปี ‘เพชร กรุณพล – น็อต วรฤทธิ์’ เพื่อนรักต่างอุดมการณ์

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
มิตรภาพ 20 ปี ‘เพชร กรุณพล – น็อต วรฤทธิ์’ เพื่อนรักต่างอุดมการณ์

จากดรามาปะทะกันในรายการ ‘แฉ’ ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ของสองเพื่อนรัก อย่าง ‘น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์’ และ ‘เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ’  จากประเด็นร้อนเรื่องการตัดงบประมาณกองทัพ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความคิดเห็น และจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจน กระทั่งได้มีการเผยแพร่ภาพการถกเถียงกันของทั้งสองคนที่ไม่ได้จบแค่ในรายการ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเครียด

‘น็อต วรฤทธิ์’ และ ‘เพชร กรุณพล’ รู้จักกันจากการทำงานในวงการบันเทิงก่อนจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกัน โดยมีเพื่อนในกลุ่มทั้งหมด 7 คน คือ ‘เอ็ม อภินันท์’ , ‘เอ๊าะ กีรติ’ , ‘เสนาลิง’ , ‘ทีน สราวุติ’ , ‘กิ๊ฟ วรรณธนะ’ , ‘เพชร กรุณพล’และ ‘น็อต วรฤทธิ์’  แต่จะมีแค่ทั้งคู่ที่มักจะถกเถียงกันเรื่องความคิดเห็น และอุดมการณ์ทางการเมืองกันอยู่เสมอ

ในปี 2564 น็อต วรฤทธิ์ ได้แชร์บทความเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 เรื่องที่ว่าทำไมถึงไม่ปล่อยให้เอกชนซื้อวัคซีนเอง พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องเป็นคนจัดซื้อวัคซีน หลังจากแชร์ข้อความดังกล่าวผ่าน Facebook ส่วนตัว ออกไป ‘เพชร กรุณพล’ ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า “นี่คือสักแต่ว่าเขียนเอาใจรัฐบาลใช่มะ”  พร้อมกับอธิบายแจกแจงข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนแบบร่ายยาว ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคว่า “กูเข้ามาเสือกเรื่องของมึงแค่นี้แหละนะ” ทาง ‘น็อต วรฤทธิ์’ ก็ได้ออกมาตอบกลับว่า “เรื่องของมึง” แต่เพชร ก็ได้ออกมาตอบกลับอีกว่า “แต่เรื่องของมึงมันปลอมอะ” จนเรื่องราวเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ กลายเกิดกระแสวิพากวิจารณ์อย่างหนัก จนเกิด #แบนน็อตวรฤทธิ์ ขึ้นมา ถึงขั้นมีชาวเน็ตหลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นว่าให้ เพชร เลิกคบ น็อต

หลังดรามาเรื่องวัคซีนโควิด ทั้งคู่ก็ออกมาเปิดใจถึงความสัมพันธ์ผ่านรายการ ‘แฉ’ ว่า ก็มีช่วงที่ไม่ค่อยได้คุยกันบ่อยเหมือนเดิม เพราะมีความเห็นต่างกันทางการเมืองอย่างมาก แต่ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้มีปัญหาหนัก เป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว และทางเพชร ก็ยืนยันว่า ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม และไม่ถึงขั้นเลิกคบกันถึงแม้จะเห็นต่างกันมาก อีกทั้งอินสตาแกรมของทั้งคู่ ก็ได้โพสต์ภาพเดียวกัน พร้อมแคปชั่นยืนยันมิตรภาพ

บทสรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: สวรรค์ของซูเปอร์คาร์ สู่สมรภูมิ F1 ที่ดุเดือด

ปี 2025 คือปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้เห็นภาพที่ชัดเจนของการแบ่งขั้วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซูเปอร์คาร์แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Ferrari, Bugatti, Pagani และ Koenigsegg ได้พิสูจน์แล้วว่าความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงนั้นไร้เพดาน พวกเขากำลังกวดยอดจองมหาศาลจนแทบผลิตไม่ทัน ข้ามปีไปอีกยาว ในขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์นั่งทั่วไปกลับเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากสงครามราคาที่ดุเดือดจากการรุกคืบของค่ายรถสัญชาติจีน รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายที่ผันผวน

ปี 2025 นี้ ไม่ใช่ปีที่สดใสสำหรับทุกแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Porsche และ Tesla ที่ต้องเผชิญกับปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง Porsche ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก จนถึงขั้นหลุดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี สะท้อนถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทั้งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เป็นไปตามคาด และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่ Tesla แบรนด์ผู้นำในยุค EV กำลังสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง และเผชิญกับกระแสต่อต้านที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และตัว Elon Musk เอง

เมื่อมองไปยังปี 2026 การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์จะย้ายสนามจากโชว์รูมและโรงงาน มาสู่สนามแข่งขันที่ร้อนแรงที่สุดในโลกอย่าง Formula 1 การเข้าร่วมของ Audi และ Cadillac ในฐานะทีมแข่งเต็มตัว แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ทะเยอทะยานของแบรนด์เหล่านี้ในการใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับแบรนด์ และดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง

ตลาดรถหรู: มหกรรมแห่งความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด

หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 มีการตั้งคำถามกันอย่างกว้างขวางว่า เราได้มาถึงจุดอิ่มตัวของตลาด “ซูเปอร์คาร์” แล้วหรือยัง? แต่เมื่อกวาดสายตาไปที่ภาพรวมของปี 2025 คำตอบที่ได้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ปี 2025 นี้สมควรได้รับการบันทึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ราวกับว่าไม่มีขีดจำกัดสำหรับความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini

ในขณะที่ค่ายรถยนต์แบบดั้งเดิมกำลังประสบปัญหา “เมาหมัด” จากกำแพงภาษีที่สูงขึ้น ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่เป็นไปตามเป้า และการบุกตลาดอย่างหนักหน่วงของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน แบรนด์หรูเหล่านี้กลับสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมกับยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรับรถนานข้ามปี นี่คือปรากฏการณ์ที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดกลุ่มบน ที่มีความต้องการเฉพาะตัวและสามารถทนทานต่อแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า

ข้อมูลจากตลาดสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่นของตลาดรถยนต์ Luxury โดยราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์กระปุก” หรือเกียร์ธรรมดา ที่กำลังกลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกดิบและเข้าถึงได้มากกว่า ควบคู่ไปกับกระแสการสั่งผลิตรถแบบ Customization หรือการตกแต่งรถยนต์ให้สะท้อนตัวตนของเจ้าของ ซึ่งกำลังเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็แผ่วลงกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างจังจากการเข้ามาของ “รถ EV จีน” ที่ไม่เพียงแต่มีคุณภาพทัดเทียมกับแบรนด์ยุโรป แต่ยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับตลาด EV ทั่วไป

ปีแห่งมรสุม: Tesla และ Porsche ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

สำหรับปี 2025 นี้ ถือเป็นปีที่ Tesla แบรนด์ผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าต้องเผชิญกับความยากลำบากรอบด้าน ยอดขายและกำไรทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหายอย่างมีนัยสำคัญ ซ้ำร้ายยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

นอกจากนี้ กระแสต่อต้านตัวซีอีโอ Elon Musk ก็ทวีความรุนแรงขึ้นถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ประชดประชันไว้ที่ท้ายรถว่า “ซื้อรถคันนี้ ก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ไม่ได้มาจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์และพฤติกรรมของผู้บริหารระดับสูง

ขณะที่ Porsche แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน กลับเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อน และการที่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการตลาดและคว้าตัวนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม

ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นรุนแรง Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง หุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และบริษัทต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปีถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อลูกค้าประจำเริ่มส่งเสียงบ่นถึงราคาที่แพงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งบั่นทอน “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ที่ผู้บริโภคคาดหวัง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตำแหน่งผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Porsche โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 นี้

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: กลยุทธ์ที่เหนือชั้นและความภักดีของลูกค้า

ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในตลาดซูเปอร์คาร์ บริษัทสามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล และมียอดจองรถยนต์ที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari มาจากการพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขายรถ EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคารถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำลงเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับ Porsche Taycan

แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกที่จะกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ขณะที่รุ่นใหม่ๆ อย่าง “Amalfi” ที่กำลังจะเปิดตัว ก็เป็นที่จับตามองอย่างยิ่งว่า จะสามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของ “ม้าลำพอง” ให้คงอยู่ต่อไปในระยะยาวได้อย่างไร

สนามแข่ง Formula 1: เดิมพันครั้งใหม่ในปี 2026

สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้นบนสังเวียน Formula 1 เมื่อ Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

Cadillac: การเข้าร่วม F1 ในฐานะทีมแข่งลำดับที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งของแบรนด์ เพื่อลบภาพลักษณ์ “รถยนต์สำหรับผู้ใหญ่” หรือ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ที่เคยติดตามานาน การเลือกนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เทียบชั้นกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: เตรียมเข้าสู่สมรภูมิ F1 ด้วยการเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสความคึกคักให้กับแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะสร้างผลงานที่น่าประทับใจตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการแข่งขันได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกา

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่ได้สร้างความฮือฮาไปแล้วในงานออกแบบที่มิลาน รถต้นแบบคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญของ Audi ยุคใหม่ ที่จะผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งตำนานของแบรนด์อย่าง Audi TT และ R8

ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ ตลอดจนการแข่งขันในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว สมรรถนะ และดีไซน์สุดพิเศษ หรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดยานยนต์ที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารและแนวโน้มล่าสุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่จะพาคุณไปสู่โลกแห่งนวัตกรรมและอนาคตของการขับเคลื่อน

Previous Post

มติ ป.ป.ช. ส่งคืนสำนวนคดี ‘บิ๊กโจ๊ก (สุรเชษฐ์ หักพาล)’ ปมสินบนทองคำ ให้ตำรวจสอบต่อ

Next Post

ย้อนคำทำนาย “ทนายแก้ว” มีก๊กไหม? ขุดคลิป โหนกระแส “แม่น้อย” ทักแรงปมชู้สาว

Next Post
ย้อนคำทำนาย “ทนายแก้ว” มีก๊กไหม? ขุดคลิป โหนกระแส “แม่น้อย” ทักแรงปมชู้สาว

ย้อนคำทำนาย “ทนายแก้ว” มีก๊กไหม? ขุดคลิป โหนกระแส “แม่น้อย” ทักแรงปมชู้สาว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • สลด! เด็ก 14 โดนลูกหลง เศษกระสุนเจาะแก้ม หลังเพื่อนบ้านทะเลาะเดือดยิงปืนขู่
  • อุบาทว์เกินมนุษย์! ทหารกัมพูชาก่อเหตุข่มขืนเพื่อนร่วมหน่วย คดีสะเทือนวงการทหาร
  • ขนลุกทั้งงาน! พระลูกวัดตัวสั่น-เสียงสั่น กลางพิธีรดน้ำศพ อ้างผู้ตายเข้าสิงมาสั่งเสียญาติ
  • ระทึกกลางดึก! ไล่ล่ากระบะตู้ทึบ ขนยาไอซ์ 15 กระสอบ ซิ่งแหกด่าน ก่อนทิ้งรถหนีซ่อนป่าหญ้า
  • ไม่จริง! รมว.สธ. โต้ชัด “อนุทิน” ไม่ได้สั่งปลดหมอสุภัทร เซ่นปมชุดตรวจโควิด

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.