เมื่อวันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด จ.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 และมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ ร่วมกันเข้าตรวจสอบเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ส่วนบุคคล ที่จอดอยู่ข้างทางบริเวณริมถนนทางเข้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ AION V สีขาว ที่เบาะคนขับพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ตรวจสอบสภาพศพพบที่บริเวณลำคอด้านซ้าย มีบาดแผลกว้าง ประมาณ 1.5 นิ้ว ลึกตัดหลอดลม ใกล้กันพบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 6 นิ้ว ตกอยู่ข้างเบาะผู้เสียชีวิต ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือนายไชย (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เป็นอัยการคุ้มครองสิทธิ์ สำนักงานอัยการจังหวัดพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เมื่อตรวจสอบภายในรถยนต์ พบกระดาษเขียนข้อความสั่งลา พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ของครอบครัว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในวันนี้นายไชยได้เดินทางไปทำงานที่สำนักงานอัยการจังหวัดพลตามปกติ จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. ได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ไม่นานก็ได้เดินทางออกจากบ้านไปพร้อมกับ ทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน จนกระทั่งภรรยา ไม่สามารถติดต่อนายไชยได้จึงได้ใช้แอพพ์ติดตามจากรถไฟฟ้า พบว่ารถไปจอดทางเข้าโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนของลูกที่กำลังศึกษาอยู่
โดยทางครอบครัวบอกว่า นายไชยมีอาการเป็นโรคซึมเศร้า และยังบ่นเรื่องเครียดจากการทำงานให้ทางครอบครัวฟัง แต่ไม่คิดว่านายไชยจะมาก่อเหตุแบบนี้ คาดว่าหลังจากที่ออกจากบ้าน นายไชยได้แวะไปซื้อมีดปลายแหลมจากร้านค้า เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุเนื่องจาก พบพลาสติกที่ใช้แพ๊คมีดปลายแหลมตกในรถยนต์ผู้เสียชีวิต
ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตนั้น พนักงานสอบสวนจะได้มีการสอบปากคำครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: การพลิกผันสู่ยุคใหม่ และการเดิมพันครั้งสำคัญบนสนามแข่ง Formula 1
ปี 2025 เป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้ประจักษ์กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลายสิ่งที่เคยคาดการณ์ไว้ได้ถูกท้าทาย และทิศทางของตลาดในอนาคตก็กำลังถูกกำหนดขึ้นใหม่จากปัจจัยที่ไม่คาดคิด การวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์ในปีนี้ จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในปี 2026
ปีทองของซูเปอร์คาร์: ความต้องการที่เหนือความคาดหมาย
ตรงกันข้ามกับภาพที่หลายคนเคยคาดการณ์ไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อนเกี่ยวกับจุดอิ่มตัวของตลาดซูเปอร์คาร์ ปี 2025 กลับพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดของกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ต่างเผชิญกับปรากฏการณ์ยอดจองยาวข้ามปี สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้าที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอด
ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากกำแพงภาษีที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขาย, การชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้, และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่มีทั้งคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ แบรนด์ซูเปอร์คาร์เหล่านี้กลับสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง การผลิตแบบจำกัดจำนวน และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งมายาวนาน คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
ตลาดรถหรู: การเติบโตที่สวนทางกับภาพรวม
ตลาดรถยนต์หรู หรือ Luxury Car Market ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่นและสวนทางกับแนวโน้มโดยรวม ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในตลาดสหรัฐอเมริกาได้พุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีราคาเฉลี่ยเกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงกำลังซื้อที่ยังคงสูงของผู้บริโภคในกลุ่มนี้
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การกลับมาของ “เกียร์ธรรมดา” หรือ Manual Transmission ในกลุ่มรถหรู ความต้องการรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมและความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่กับยานพาหนะ กำลังกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาความดิบและการควบคุมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เทรนด์ของการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom-made หรือการตกแต่งรถยนต์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalized Car Configuration) ก็กำลังเติบโตอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่เป็นมากกว่าพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์
ความท้าทายของรถยนต์ไฟฟ้า (EV): การชะลอตัวและการแข่งขันที่ดุเดือด
แม้ว่าภาพรวมของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อัตราการเติบโตนั้นได้ชะลอตัวลงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ในปี 2025 มีหลากหลายประการ
การแข่งขันจากแบรนด์จีน: ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น Audi, Ford, GM, และ Volvo ต่างได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ที่นำเสนอรถยนต์คุณภาพดี มีเทคโนโลยีล้ำสมัย และที่สำคัญคือมีราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของแบรนด์ดั้งเดิมเริ่มลดลง
การยกเลิกมาตรการอุดหนุน: การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ทำให้ราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อราคา
ประเด็นทางการเมืองและสังคม: รถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีการถกเถียงกันมากขึ้นในหลายสังคม ปัจจัยด้านความมั่นคงของพลังงาน, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตแบตเตอรี่, และความกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง (Range Anxiety) ที่ยังคงมีอยู่ ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับในวงกว้าง
ปีแห่งมรสุมของ Tesla และ Porsche: บททดสอบแบรนด์ที่แท้จริง
สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีที่แบรนด์ Tesla ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งในด้านยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่หดหายไปอย่างเห็นได้ชัด และยังต้องเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูรถยนต์ที่เกิดปัญหาขัดข้องระหว่างอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้านและการวิพากษ์วิจารณ์ต่อตัวซีอีโอ Elon Musk ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ จนมีรายงานว่าลูกค้าบางรายถึงกับต้องติดสติกเกอร์ที่ด้านท้ายรถเพื่อแสดงความจำนงว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” สะท้อนถึงความซับซ้อนในการบริหารจัดการแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับบุคลิกของผู้นำอย่างใกล้ชิด
ในขณะที่ Tesla กำลังเผชิญปัญหา Porsche กลับเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงที่สุดในปีนี้ ปัญหาหลักมาจากสถานการณ์ทางการเงินที่ประสบความยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของแบรนด์อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาด รวมถึงการดึงดูดดาราฮอลลีวูดระดับแม่เหล็กมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ผลกระทบจากการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี (DAX) ในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดประมาณการผลประกอบการลงถึง 3 ครั้งติดต่อกัน มูลค่าหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปี โดยมีมูลค่าสูงถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อกลุ่มลูกค้าประจำของ Porsche เริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาขายที่สูงเกินจริง และการที่รถยนต์รุ่นใหม่ๆ มีการติดตั้งระบบดิจิทัลในห้องโดยสารมากเกินไป จนทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” และ “ความเป็น Porsche” ที่แท้จริงไป ความไม่พอใจนี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Porsche มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป
Ferrari: ม้าลำพองผงาด เหนือคู่แข่งท่ามกลางมรสุม
ในขณะที่คู่แข่งหลายแบรนด์กำลังเผชิญกับอุปสรรคและสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับแสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับที่น่าประทับใจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมียอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์รถหรูอื่นๆ อย่าง Aston Martin แบบไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จของ Ferrari มาจากการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ของยอดขายรวม ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการ “ชะลอ” แผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขายรถยนต์ไฟฟ้าให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษา “มูลค่าแบรนด์” และ “ราคารถมือสอง” ไม่ให้ตกต่ำลงเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์คู่แข่งอย่าง Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) ก็ยังคงแข็งแกร่ง โดยลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกกลับมาซื้อซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในตลาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ “ม้าลำพอง” ที่จะยังคงรักษาบัลลังก์แห่งความเป็นซูเปอร์คาร์ระดับสูงสุดไว้ได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
ปี 2026: การเดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปยังการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นบนสนาม Formula 1 เมื่อสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมสังเวียนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” หรือ “รถของผู้สูงอายุ” ที่หลายคนติดภาพจำออกไป การเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการเรียกกระแสความสนใจจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากความนิยมของ Formula 1 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสถานะของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: มีการเตรียมการที่น่าจับตามองเช่นกัน โดย Audi กำลังอยู่ในกระบวนการเทคโอเวอร์ทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน Formula 1
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำยุคที่เคยสร้างความฮือฮาในการจัดแสดงที่มิลาน ซึ่งรถต้นแบบคันนี้จะกลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญในการพัฒนารถยนต์ Audi ยุคใหม่ โดยจะผสมผสานความทันสมัย ดีไซน์ล้ำอนาคต เข้ากับกลิ่นอายและเอกลักษณ์ของรุ่นในตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ อุตสาหกรรมรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและมีพลวัตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 2025 ได้วางรากฐานสำหรับการแข่งขันที่เข้มข้นและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
โอกาสและความท้าทายใหม่: เทคโนโลยี, ความยั่งยืน, และประสบการณ์ผู้บริโภค
ในปี 2025 และต่อจากนี้ไป อุตสาหกรรมยานยนต์จะยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสำคัญหลายประการ นอกเหนือจากการแข่งขันด้านสมรรถนะและดีไซน์
เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving): แม้จะยังไม่ถึงจุดที่รถยนต์ไร้คนขับสมบูรณ์แบบแพร่หลายในทุกระดับ แต่เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) จะมีความก้าวหน้าอย่างมาก การนำเสนอระบบที่ชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น จะเป็นจุดขายสำคัญ
ความยั่งยืน (Sustainability): นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นๆ เช่น ไฮโดรเจนฟิวเซล (Hydrogen Fuel Cell) และการใช้วัสดุที่ยั่งยืนในการผลิตรถยนต์ จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ แบรนด์ที่สามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค
ประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience): ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลรถยนต์, การทดลองขับเสมือนจริง (Virtual Test Drive), ไปจนถึงการบริการหลังการขาย, ทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ดิจิทัลของผู้บริโภค จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แบรนด์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่น, สะดวกสบาย, และเป็นส่วนตัว จะสามารถสร้างความแตกต่างและมัดใจลูกค้าได้
อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ
ปี 2025 ได้แสดงให้เห็นถึงความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่ความเฟื่องฟูของซูเปอร์คาร์ ไปจนถึงความท้าทายของรถยนต์ไฟฟ้า และการเดิมพันครั้งใหญ่บนสนามแข่ง F1 ทุกย่างก้าวคือบทพิสูจน์ถึงการปรับตัวและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในโลกยานยนต์ ทั้งในด้านสมรรถนะ, เทคโนโลยี, และดีไซน์ การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับคุณ และคว้าโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ที่คุณไว้วางใจ
เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และก้าวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไปพร้อมกับเรา!

