วันนี้ (23 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายอิทธิพล อายุ 37 ปี โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.40/2552 ลงวันที่ 14 มกราคม 2552
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หอพักแห่งหนึ่งย่านจอมพล เขตจตุจักร กทม.
พฤติการณ์ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2551 ภายในรั้วสถาบันดังเมืองระยอง มีกลุ่มนักศึกษาทะเลาะกัน ก่อนบานปลายจนมีการใช้อาวุธปืนยิงกันภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักศึกษาและบุคลากร
ในขณะนั้น ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตร. สภ.เมืองระยอง ได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมกับขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุจำนวน 4 ราย หนึ่งในผู้ต้องหา คือ นายอิทธิพล ผู้ต้องหารายนี้ สามารถหลบหนีการจับกุมมาได้นานถึง 17 ปี หวังรอคดีให้หมดอายุความ
และล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนติดตามเบาะแสและจับกุมนายอิทธิพลฯ นับเป็นการปิดฉากคดีเก่าที่สังคมเคยคิดว่าเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่กลับยืนยันอีกครั้งว่า “กฎหมายไม่เคยลืม”
โดยจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทำให้ทราบว่า นายอิทธิพล ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้พักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งใน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เจ้าพนักงานตำรวจ ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ และเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว
จนกระทั่ง ได้พบชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณ ตรงกับผู้ถูกจับกุมอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับให้ตรวจสอบ
จากนั้นจึงแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ ก่อนนำตัวผู้ต้องหามาทำบันทึกจับกุมที่ กก.2 บก.ป. และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: เมื่อซูเปอร์คาร์ผงาด ท่ามกลางมรสุม EV และการแข่งขันดุเดือด
ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการพลิกผันในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เมื่อตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงหรือ “ซูเปอร์คาร์” กลับมาเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แบรนด์หรูอย่าง Ferrari, Bugatti, Pagani และ Koenigsegg กวาดยอดขายและยอดจองล้นหลามจนผลิตไม่ทัน สวนทางกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวลงอย่างน่าใจหายจากการแข่งขันที่เข้มข้นของค่ายรถยนต์จากประเทศจีน
ในขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ระดับโลกเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก Porsche และ Tesla สองยักษ์ใหญ่ในวงการ EV ก็ประสบปัญหาทางการเงินและสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Porsche ที่มีปัญหาทางการเงินจนต้องหลุดจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี ส่วน Tesla แม้ยังคงแข็งแกร่งในบางตลาด แต่ก็เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ และกระแสต่อต้านตัว Elon Musk ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์
ตลาดซูเปอร์คาร์: ความหรูหราที่ไม่มีวันตกยุค
หากย้อนกลับไปในช่วงก่อนปี 2020 หลายคนอาจสงสัยว่า อุตสาหกรรมซูเปอร์คาร์จะถึงจุดอิ่มตัวหรือไม่ แต่ภาพรวมในปี 2025 แสดงให้เห็นว่าสมมติฐานดังกล่าวผิดถนัด ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงที่มองหารถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ สถานะทางสังคม และประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอด
แบรนด์อย่าง Ferrari, Bugatti, Pagani, Koenigsegg รวมถึง Lamborghini ต่างมียอดจองล้นหลามจนต้องรอรับรถนานข้ามปี ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายที่ค่ายรถยนต์แบบดั้งเดิมกำลังเผชิญ เช่น กำแพงภาษีที่สูงขึ้น การชะลอตัวของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาที่เข้าถึงง่าย
ตลาดรถยนต์หรู (Luxury Car Market) ในปี 2025 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกาแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าสนใจคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กำลังกลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมและควบคุมรถได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถแบบ Custom (Customization) ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมเฉพาะตัวของเจ้าของก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านี้ไม่ได้มองหารถยนต์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์และบ่งบอกความเป็นตัวเอง
EV: ความท้าทายจากแดนมังกรและปัจจัยแวดล้อม
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงเติบโต แต่ก็ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อน ปัจจัยสำคัญคือการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จากค่ายรถยนต์จีน ที่นำเสนอรถยนต์ EV ที่มีคุณภาพดี เทคโนโลยีล้ำสมัย และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้แบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Audi, Ford, GM และ Volvo ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักหน่วง
นอกจากนี้ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ประกอบกับการถกเถียงประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในหลายสังคม ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและยอดขายโดยรวม
Tesla และ Porsche: ปีแห่งมรสุมที่ต้องเร่งปรับตัว
สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแท้จริง ทั้งในด้านยอดขายและผลกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหาย และยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ไม่น้อย ลูกค้าบางรายถึงขั้นต้องติดสติกเกอร์แก้ตัวท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนและความท้าทายในการบริหารจัดการแบรนด์ที่ผูกติดกับบุคลิกของผู้นำอย่าง Tesla
ขณะที่ Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่รุมเร้า และการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณการตลาดมหาศาลและดึงดาราฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ส่งผลให้ Porsche ต้องเผชิญกับการถอดถอนออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่ได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการที่รถยนต์เต็มไปด้วยระบบดิจิทัลมากเกินไป จนอาจทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป
เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ Porsche ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะนำพาแบรนด์กลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง
Ferrari: ม้าลำพองยังคงผงาดเหนือคู่แข่ง
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับแสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล และมียอดจองรถเต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญของความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (ปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030) ยังช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคารถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความภักดีในแบรนด์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ที่น่าจับตามองอย่าง “Amalfi” บัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ก็ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: การเดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของสองค่ายรถยักษ์ใหญ่คือ Audi และ Cadillac
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการพลิกโฉมภาพลักษณ์จาก “รถสำหรับผู้สูงอายุ” ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น การเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม คือกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดความสนใจและใช้ประโยชน์จากความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าสู่ Formula 1 ด้วยการเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมากกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” ซึ่งเป็นรถต้นแบบดีไซน์ล้ำยุคที่ได้จัดแสดงไปในงาน Milan Design Week โดยรถคันนี้จะทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ ที่ผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นในตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
บทสรุปและทิศทางในอนาคต
ปี 2025 เป็นบทพิสูจน์ว่า ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงและหรูหรา ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แบรนด์ที่สามารถรักษาเอกลักษณ์ คุณภาพ และสร้างความต้องการที่เหนือความคาดหมาย จะยังคงสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงเผชิญกับความท้าทาย การแข่งขันที่รุนแรง และความจำเป็นในการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในเวที Formula 1 ยิ่งเป็นการเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถยนต์ แต่ยังรวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัยของยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์คาร์สุดหรูที่สะท้อนตัวตนของคุณ หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ การจับตาดูการเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงปี 2025-2026 คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด เตรียมพบกับนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นและการแข่งขันที่เข้มข้น ซึ่งจะกำหนดทิศทางของวงการยานยนต์ไปอีกหลายปีข้างหน้า!

