ทนายความฝั่งผู้เสียหายโพสต์ข้อความถึงทนายรุ่นพี่ ชื่นชมการออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ ยืนยันเดินหน้าพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมายและจริยธรรม
ภายหลังจากที่ “ทนายแก้ว” ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจพร้อมกราบขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับผิดและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียหายและประชาชน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งคู่กรณี
“ทนายเป้ง” หรือ นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของครอบครัวน้องผู้หญิงวัย 18 ปี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ทนายความอรรณพ บุญสว่าง” ระบุข้อความถึงทนายรุ่นพี่ว่า
“พี่แก้วครับ ผมขอชื่นชมต่อการขอโทษ และการแสดงออกของพี่แก้วครับ ด้วยความเคารพต่อข้อเท็จจริงของพี่แก้วด้วย และเคารพต่อข้อเท็จจริงของผู้เสียหายด้วย
เราเป็นนักกฎหมาย ขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และแพ่ง จะตรวจสอบให้ความจริงปรากฏ ผมเองก็จะทำงานตามจริยธรรม และรักษามรรยาทครับ หน้าที่ก็ว่ากันไปครับ ขอเป็นกำลังใจให้พี่แก้วครับ”
ปี 2025: มหกรรมพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ สู่ยุคทองของ Supercar และสนามแข่ง Formula 1
บทสรุปภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025 และทิศทางสู่ปี 2026
หากมองย้อนกลับไปในช่วงปี 2019 คำถามที่ว่า “เรามาถึงจุดอิ่มตัวของตลาด Supercar แล้วหรือยัง?” คงเป็นสิ่งที่หลายคนสงสัย แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมของปี 2025 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสมมติฐานนั้นผิดถนัด ปี 2025 สมควรได้รับการจารึกว่าเป็น “ปีแห่ง Supercar” อย่างแท้จริง ดูเหมือนจะไม่มีเพดานจำกัดสำหรับความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็น Bugatti, Pagani, Koenigsegg หรือ Ferrari และ Lamborghini ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญความท้าทายจากกำแพงภาษี, ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัว และการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์จากจีน แต่แบรนด์หรูเหล่านี้กลับโกยกำไรเป็นกอบเป็นกำ พร้อมยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรถนานข้ามปี
ตลาดรถยนต์ Luxury: การเติบโตที่สวนกระแสและเทรนด์แห่งยุค
ภาพรวมตลาดรถยนต์ Luxury ในปี 2025 ถือว่าเติบโตอย่างโดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) และที่น่าสนใจคือ “เกียร์กระปุก” ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม พร้อมกับการเติบโตที่ชัดเจนของกระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom เพื่อสะท้อนตัวตนของเจ้าของ
ในทางตรงกันข้าม แม้ว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะยังคงเติบโต แต่ก็แผ่วลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของ “รถยนต์ EV จีน” ที่มีคุณภาพดีและราคาเข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว
Tesla และ Porsche: มรสุมแห่งปี 2025 และบทเรียนราคาแพง
สำหรับ Tesla ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างแท้จริง ทั้งยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก พร้อมกับการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับคดีความเรื่องระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ และกระแสต่อต้าน CEO Elon Musk ที่รุนแรง ถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์แก้ตัวท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้”
ในขณะที่ Porsche เป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงิน และรถยนต์ EV รุ่นใหม่อย่าง Taycan และ Macan ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง แม้จะทุ่มงบประมาณการตลาดมหาศาลและดึงดาราดังฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง มูลค่าหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มบ่นถึงราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลในห้องโดยสารมากเกินไปจนทำให้ขาด “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters จะเข้ารับตำแหน่ง CEO Porsche ในวันที่ 1 มกราคมนี้
Ferrari: ผงาดเหนือคู่แข่ง สู่บัลลังก์แห่งความสำเร็จ
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังประสบปัญหา Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล และมียอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin แบบไม่เห็นฝุ่น กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% จึงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (ปรับเป้าหมายการขาย EV เป็นเพียง 20% ภายในปี 2030) ยังช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคาขายต่อของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือน Porsche Taycan
แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ และรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามอง ทำให้บัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1 และอนาคตของมอเตอร์สปอร์ต
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่ Audi และ Cadillac ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 อย่างเต็มตัว
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” โดยการเลือกนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ หวังใช้กระแสความนิยมของ Formula 1 ที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้เทียบชั้นกับ BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสความคึกคักให้กับแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้น นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำยุคที่เคยจัดแสดงในงาน Milan ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายตำนานของ Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางอันน่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
มองไปข้างหน้า: โอกาสและบทสรุปสำหรับผู้บริโภคและผู้ผลิต
ปี 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Supercar ที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ตลาด EV ยังคงเผชิญกับความท้าทายต่างๆ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วนี้ ล้วนเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและนวัตกรรมที่ดียิ่งขึ้น
สำหรับผู้ผลิต การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด ถือเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต การมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ลูกค้า การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และการทำความเข้าใจความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในอนาคต
คุณล่ะ พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปกับเราแล้วหรือยัง? สำรวจโลกแห่ง Supercar และนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำได้แล้ววันนี้!

