26 ม.ค. 68 – พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ท.ณัฎฐวรรษ ฐากูรไชยกรณ์ รอง ผกก.ป.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ต.ไพรุธ ทัพสังข์ สารวัตร( สอบสวน) สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์
ปิดล้อมติดตามจับกุม ชายคนร้าย อายุประมาณ 41 ปี สวมเสื้อสีดำ คนร้ายขับกระบะตู้ทึบยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนเทา หมายทะเบียน บต 1342 สิงห์บุรี แหกด่านตรวจของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขณะตั้งด่านตรวจบริเวณสะพานแก้ว ถนนเลียบคลองรังสิต คลองหนึ่ง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
คนร้ายแหลกด่านไม่หยุดให้ตรวจ ขับรถหลบหนีเข้าถนนเลียบคลองรังสิต ประมาณ 200 เมตร ก่อนถึงศาลเจ้าคลองหนึ่ง 50 เมตร แล้วจอดรถบริเวณหน้าโครงเหล็กพื้นที่ให้เช่าโฆษณาขนาดใหญ่ เปิดประตูโดดหนีเข้าป่าหญ้าซึ่งเป็นพื้นที่กว้าง 5-10 ไร่หลบซ่อนตัว จึงนำอุปกรณ์ส่องแสงสว่างจากทางเจ้าที่กู้ชีพเทศบาลนครรังสิต สนับสนุนที่เกิดเหตุ แต่ในเบื้องต้นยังไร้วี่แวว คาดคนร้ายยังหลบซ่อนตัวอยู่
จากการตรวจรถกระบะตู้ทึบพบคนร้ายสวมป้ายทะเบียน บต 1342 สิงห์บุรี ส่วนป้ายวงกลมติดหน้ารถทะเบียน ตร 1225 กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่ตรงกัน จากการตรวจสอบกระบะตู้ทึบพบกระสอบสีขาวบรรจุเบื้องต้นเป็นยาไอซ์ จำนวน 15 กระสอบ กระสอบละ 25 กก.
พ.ต.อ.อดิเรก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ตั้งด่านตรวจตรงจุดบริเวณใต้สะพานแก้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โบกรถเพื่อขอตรวจสอบและสอบถาม แต่จังหวะนั้นคนขับรถขับมาจากทางดอนเมือง ได้ขับรถหลบหนีห่าง 200 เมตรเปิดประตูรถและวิ่งหนีเข้าไปในป่า เป็นคนร้ายจำนวน 1 คนที่ขับขี่รถคันดังกล่าวมา ส่วนรถสกาวยังไม่พบ
เบื้องต้นตรวจสอบภายในรถพบยาเสพติดชนิดยาไอซ์ จำนวน 15 กระสอบๆ ละ 25 กก เบื้องต้นรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบตรวจหาดีเอ็นเอ ภายในรถ และจะได้ตรวจสอบข้อมูลป้ายทะเบียนรถว่าเป็นป้ายแท้หรือป้ายปลอม เพื่อหาตัวคนขับรถ
ส่วนผลการปฎิบัติงานปราบปรามยาเสพติดทาง สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ได้ตั้งด่านตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำความผิด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสามารถจับกุมยาบ้า จำนวนกว่า 10,000 เม็ด ขณะตั้งด่านเช่นกัน อย่างไรก็ตามจะได้ขยายผลเพื่อติดตามตัวคนขับรถ และเครือข่ายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของการปฎิบัติหน้าที่การตั้งด่านที่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นร้านค้าได้รับความเดือดร้อน จากการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ด้วย
Ferrari 12 Cilindri: นิยามใหม่แห่งการออกแบบยานยนต์ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติประจำปี 2025
1 พฤษภาคม 2025
ในวงการยานยนต์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและนวัตกรรมอันไร้ขีดจำกัด ชื่อของ Ferrari คือสัญลักษณ์แห่งสมรรถนะ ความหรูหรา และการออกแบบที่เหนือระดับเสมอมา และในปี 2025 นี้เองที่เราได้เห็นการตอกย้ำตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อ Ferrari 12Cilindri ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้คว้ารางวัล Car Design Award อันทรงเกียรติ ประจำปี 2025 รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการเชิดชูวิสัยทัศน์และทักษะการออกแบบอันล้ำเลิศของทีมงาน Ferrari ที่สามารถผสานมรดกอันยาวนานเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว
พิธีมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่นี้จัดขึ้น ณ ADI Design Museum ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการออกแบบและนวัตกรรมระดับโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week อันโด่งดัง โดย Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ได้เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในฐานะตัวแทนของทีมออกแบบผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของแบรนด์ม้าลำพอง
Car Design Award: รางวัลแห่งนวัตกรรมและการออกแบบยานยนต์
Car Design Award ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบยานยนต์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับสากล ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องและมอบกำลังใจให้กับโครงการออกแบบยานยนต์ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันและสร้างสรรค์พัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ผู้ชนะในแต่ละปีจะถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนด้านยานยนต์ชั้นนำจากทั่วโลก การได้รับรางวัลนี้จึงเปรียบเสมือนการได้รับการยอมรับในระดับสูงสุดในแวดวงการออกแบบยานยนต์
ประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะของ Ferrari กับ Car Design Award
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา Ferrari ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถยนต์หลายรุ่นที่เคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในหมวด Production Cars อาทิ:
Ferrari Testarossa (1985): หนึ่งในรถสปอร์ตไอคอนิกที่ได้รับการยอมรับในด้านการออกแบบอันโดดเด่นและล้ำสมัยในยุคนั้น
Ferrari Roma (2020): การกลับมาสู่แนวทางการออกแบบ Gran Turismo อันสง่างามที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม
Ferrari 296 GTB (2022): การผสมผสานสมรรถนะสุดขีดเข้ากับดีไซน์ที่สะท้อนถึงความสปอร์ตและความทันสมัย
Ferrari Purosangue (2023): การตีความใหม่ของคำว่า “รถยนต์ซุปเปอร์สปอร์ต 4 ประตู” ที่ท้าทายขนบเดิมๆ
และล่าสุดในปี 2025 นี้ Ferrari 12Cilindri ได้เข้ามาเสริมทัพแห่งเกียรติยศนี้อีกครั้ง สร้างประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์ม้าลำพอง ยิ่งไปกว่านั้น ในปีเดียวกันนี้ ทีมออกแบบของ Ferrari ยังได้รับอีกหนึ่งรางวัลอันทรงคุณค่าในหมวด Brand Design Language จากผลงาน Purosangue ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและเอกลักษณ์ของภาษาการออกแบบที่สืบทอดกันมาในทุกรุ่นของ Ferrari
เหตุผลแห่งชัยชนะ: การผสานมรดกและอนาคตของ Ferrari 12Cilindri
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก ADI ได้ให้เหตุผลในการคัดเลือก Ferrari 12Cilindri ว่า “การออกแบบของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่” นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่น มันไม่ใช่เพียงแค่การลอกเลียนแบบอดีต แต่เป็นการนำแรงบันดาลใจจากยุครุ่งเรืองของเครื่องยนต์ V12 มาตีความใหม่ด้วยมุมมองของศตวรรษที่ 21
สิ่งที่น่าประทับใจคือการพัฒนาด้านแอโรไดนามิกของ 12Cilindri ซึ่งในยุคปัจจุบันไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเท่านั้น แต่ยัง “ใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก” เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ยังคงความงามสง่าของเส้นสายเอาไว้ได้อย่างไม่บกพร่อง
ความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ ได้ผลักดันให้โครงการ Ferrari 12Cilindri ประสบความสำเร็จในการผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน นั่นคือ “ความสปอร์ต” อันเป็นหัวใจหลักของ Ferrari และ “ความหรูหรา” ที่สะท้อนถึงความสง่างามและเอกสิทธิ์ ผลลัพธ์ที่ได้คือเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย สามารถสร้างความประทับใจให้กับทั้งผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์คลาสสิกและผู้ที่มองหาสิ่งใหม่ที่ล้ำสมัย
รายละเอียดอันน่าหลงใหลของ Ferrari 12Cilindri: เกียรติยศแห่ง V12 สู่ยุคใหม่
Ferrari 12Cilindri ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ได้รับรางวัล แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่รวบรวมเอาแก่นแท้ของ Ferrari V12 เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจาก Ferrari Gran Turismo ยุค 1950 และ 60 ซึ่งเป็นยุคทองของรถยนต์สไตล์ Grand Tourer ที่ผสมผสานสมรรถนะอันเร้าใจเข้ากับความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล
รถรุ่นนี้ถ่ายทอดภารกิจสำคัญของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์วางหน้า แบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 สู่ยุคปัจจุบันได้อย่างไร้ที่ติ ครอบคลุมทั้งในด้านดีไซน์ ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะ
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่ไร้กาลเวลา
รูปลักษณ์ภายนอกของ 12Cilindri คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของ “ความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไมในเส้นสาย” การออกแบบตัวถังมีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง แฝงไว้ด้วยความรู้สึกถึงพละกำลังที่ซ่อนเร้น เส้นสายที่ไหลลื่นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่อย่างชาญฉลาด
หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจคือ แอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ ที่ผสานเข้ากับตัวรถได้อย่างแนบเนียน ไม่ได้ดูแปลกแยก แต่กลับเสริมให้เส้นสายโดยรวมดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การออกแบบที่โดดเด่นอีกประการคือ ฝากระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทาง ซึ่งเป็นดีไซน์ที่หาได้ยากในรถยนต์ปัจจุบัน การเปิดฝากระโปรงในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความน่าสนใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้พบเห็นได้ชื่นชมความงามของขุมพลัง V12 ที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง
และแน่นอนว่า เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของ Ferrari เครื่องยนต์ V12 คือ ท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันให้เข้ากับภาพรวมของรถ สร้างความดุดันและเสียงคำรามอันเป็นที่ปรารถนาของผู้หลงใหลในเครื่องยนต์ V12
ขุมพลัง V12: หัวใจหลักที่ยังคงความยิ่งใหญ่
ภายใต้รูปลักษณ์อันสง่างามนี้ Ferrari 12Cilindri ยังคงพกพาขุมพลัง เครื่องยนต์ V12 อันเป็นตำนานของแบรนด์ ซึ่งเป็นที่รักของผู้ขับขี่ทั่วโลก เครื่องยนต์ V12 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องยนต์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ Ferrari ที่สืบทอดกันมาหลายทศวรรษ ให้เสียงคำรามที่ทรงพลัง อัตราเร่งที่เร้าใจ และสมรรถนะที่เหนือชั้น
การเลือกใช้เครื่องยนต์ V12 ในยุคที่โลกกำลังผลักดันไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Ferrari ในการรักษาและสืบทอดมรดกทางวิศวกรรมและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในขณะเดียวกันก็ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
การยกระดับมรดก: สู่ขีดจำกัดใหม่
โดยรวมแล้ว Ferrari 12Cilindri คือผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนถึง “การยกระดับมรดกของ Ferrari ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในทุกมิติ” ไม่ว่าจะเป็นในด้านการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สมรรถนะที่ยังคงความเร้าใจและทรงพลังของเครื่องยนต์ V12 หรือแม้กระทั่งความสะดวกสบายในการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
รถคันนี้ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะบนล้อที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และนวัตกรรม เป็นการยืนยันว่า Ferrari ยังคงเป็นผู้นำในโลกแห่งยนตรกรรมสุดหรู ที่สามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่ตอบสนองทุกความต้องการและทุกอารมณ์ของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Ferrari 12Cilindri ได้พิสูจน์แล้วว่า แม้ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยี V12 อันเป็นตำนานก็ยังคงมีที่ยืน และสามารถถูกนำมาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างสง่างาม การได้รับรางวัล Car Design Award ในปี 2025 นี้ เป็นเพียงการประกาศก้องถึงความสำเร็จของวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ Ferrari ที่ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์สุดยอดรถยนต์สำหรับผู้ที่รักในสมรรถนะ ความหรูหรา และการออกแบบอันเป็นนิรันดร์
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเครื่องยนต์ V12 ตำนานแห่ง Ferrari และการออกแบบที่เหนือระดับ ห้ามพลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ Ferrari 12Cilindri ที่จะพาคุณทะยานไปสู่โลกแห่งนิยามใหม่ของการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

