วันที่ 29 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้ง “ฉายาสภา” เป็นธรรมเนียมประจำทุกปี เพื่อสะท้อนความคิดเห็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติทั้ง สส.และ สว. ตลอดปี 2568 ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ของ สส. และ สว. มาโดยตลอด ดังนี้
หากเปรียบสภาเป็นร่างกายที่เป็นตัวแทนของประชาชน ในปีนี้ถูกมองว่ามีการกัดกินผลประโยชน์ภายในร่างกายเราจนเน่าเฟะ สส. หลายคนถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมและการทำหน้าที่ที่ไม่ยึดโยงกับประโยชน์ส่วนรวม แต่กลับมุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เหมือนหนอนที่รุมชอนไชอยู่ภายในซากที่รอวันเสื่อมสลาย
อีกทั้งที่ผ่านมาเรามักจะเห็นคำว่า “งูเห่า” เกิดขึ้นในสภา แต่ระยะหลัง สส.ที่ถูกมองเป็นงูเห่าไม่กล้าเผยตัว แต่ไปแฝงในพรรคการเมืองต่างๆ เปรียบเหมือนกับ “หนอน” ที่แฝงอยู่ในนั้น เพื่อเอื้อประโยชน์ในเชิงนโยบายหรือโครงการต่างๆ ร่วมกัน เป็นการทำธุรกิจการเมืองแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยแทบไม่มีคำว่าประชาชนอยู่ในสมการแม้แต่นิดเดียว
ส่วนคำว่า “สีเทา” สะท้อนถึงพฤติกรรมของนักการเมืองที่อยู่ในสภา ไม่มีใครขาวสะอาดอย่างแท้จริง เพราะปรากฎข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับผลประโยชน์ทับซ้อนในระดับที่กฎหมายอาจเอื้อมไม่ถึง จนทำให้ภาพลักษณ์ของสภาในปีนี้ ถูกมองว่าไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ แต่มุ่งแสวงหาอำนาจให้กับตนเองและพวกพ้อง
ดังนั้น “รังหนอนสีเทา” จึงหมายถึง สภาที่รวบรวมเหล่านักการเมืองที่ขาดความสง่างาม มุ่งเน้นการกัดกินงบประมาณและอำนาจผ่านการดีลผลประโยชน์ข้ามขั้ว โดยไม่สนจุดยืนทางการเมืองและหน้าที่ของตนเอง
ยอดพยัคฆ์แห่งท้องถนน: 5 อันดับซูเปอร์คาร์สุดขั้วที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025
ในโลกแห่งยานยนต์สุดหรู สมรรถนะสูง ราคาที่ต้องแลกมานั้นมหาศาล แต่สิ่งที่แลกมานั้นคือประสบการณ์ที่เหนือระดับ เหนือกว่าคำว่ารถยนต์ทั่วไปไปไกล คำว่า “ไฮเปอร์คาร์” (Hypercar) ไม่ได้เป็นเพียงคำศัพท์สำหรับรถยนต์ที่เร็วที่สุดเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสุดยอดวิศวกรรมการออกแบบ ประสิทธิภาพที่ไร้ขีดจำกัด และสุนทรียภาพที่ชวนหลงใหล ในปี 2025 ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความเร็วที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ วันนี้เราจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกแห่งความเร็วสูงสุด เพื่อเปิดเผย 5 ไฮเปอร์คาร์ที่ได้รับการยอมรับว่าเร็วที่สุดในโลก ซึ่งแต่ละคันคือตัวแทนแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
การก้าวข้ามขีดจำกัดความเร็วสูงสุดของยานยนต์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่เฉียบคม เครื่องยนต์ที่ทรงพลังเกินจินตนาการ ระบบส่งกำลังที่ตอบสนองฉับไว และวัสดุน้ำหนักเบาที่แข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้รวมกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่สามารถทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่น้อยคนจะสัมผัสได้ ในปี 2025 หลายแบรนด์ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างสรรค์ไฮเปอร์คาร์ที่สามารถทำลายสถิติเดิม และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เราได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดจากแหล่งต่างๆ การทดสอบ และการยืนยันสถิติความเร็ว เพื่อนำเสนอรายชื่อ 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ซึ่งแต่ละคันไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่คือประติมากรรมแห่งความเร็วที่ควรค่าแก่การกล่าวขวัญ
SSC Tuatara: ความเร็วที่แท้จริง เหนือกว่าทุกสิ่ง
SSC Tuatara ยังคงครองตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ด้วยสถิติที่น่าทึ่งและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง รถคันนี้คือผลผลิตจาก SSC North America บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากสหรัฐอเมริกา ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ไฮเปอร์คาร์ที่ตอบสนองความต้องการของนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในความเร็วอย่างแท้จริง Tuatara ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มตัวเลขความเร็ว แต่เป็นการผสานรวมทุกองค์ประกอบของสุดยอดยานยนต์เข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ดีไซน์ที่เฉียบคมไปจนถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
การออกแบบเพื่อความเร็วขั้นสุด: SSC Tuatara โดดเด่นด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำลึก โดยเน้นเส้นสายที่ลู่ลม ลดแรงต้านอากาศให้ได้มากที่สุด ตัวถังทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษ ช่วยให้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม การออกแบบด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงเหลี่ยมเฉียบคมที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่และช่องดักอากาศที่ดุดัน ส่วนด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED ยาวเรียบหรู และสปอยเลอร์หลังที่ปรับได้เพื่อเพิ่มแรงกดขณะทำความเร็วสูง การตกแต่งภายในก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในสมรรถนะเช่นกัน ด้วยการใช้วัสดุพรีเมียมอย่างหนัง Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเบาะนั่งแบบ Bucket Seat ที่โอบรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขุมพลังที่ไม่มีใครเทียบ: หัวใจหลักของ SSC Tuatara คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร ที่ติดตั้งเทอร์โบคู่ ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้กำลังสูงสุดถึง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 1,617 นิวตัน-เมตร การทำงานร่วมกับชุดเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ ทำให้การถ่ายทอดกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วSSC Tuatara สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า 532.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการตอกย้ำสถานะของมันในฐานะรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานแห่งความเร็วที่ถือกำเนิดใหม่
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือปรากฏการณ์แห่งวิศวกรรมยานยนต์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน Bugatti ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการผลิตรถยนต์คันนี้เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในการทำลายกำแพงความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 482.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) การผลิตที่จำกัดเพียง 30 คัน ทำให้ Chiron Super Sport 300+ กลายเป็นไอเท็มล้ำค่าสำหรับนักสะสมที่ต้องการครอบครองสุดยอดแห่งสมรรถนะ
การออกแบบที่ผสานทั้งความสวยงามและความลู่ลม: Chiron Super Sport 300+ ไม่ได้มีเพียงความเร็ว แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti การออกแบบภายนอกเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการปรับปรุงส่วนท้ายของรถให้ยาวขึ้น (Longtail) เพื่อลดแรงปะทะลมและเพิ่มความเสถียรที่ความเร็วสูง ตัวถังส่วนใหญ่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์สีดำเงา ตัดด้วยเส้นสีส้มสดใสอันเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายสถิติ ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงสุด ทั้งหนังแท้ชั้นดีและคาร์บอนไฟเบอร์ สะท้อนถึงความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะ
พละกำลังที่บ้าคลั่ง: หัวใจของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จถึง 4 ตัว ซึ่งให้กำลังมหาศาลถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร การทำงานร่วมกับระบบเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ทำให้สามารถส่งกำลังลงสู่ล้อได้อย่างต่อเนื่องและทรงพลัง Bugatti Chiron Super Sport 300+ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า 500.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ในการทดสอบวิ่งทางเดียว) แม้จะเป็นตัวเลขที่อาจดูน้อยกว่า SSC Tuatara แต่สถิติ 300 ไมล์ต่อชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งที่ Bugatti ตั้งใจทำลาย และมันก็ทำได้สำเร็จอย่างงดงาม
Hennessey Venom F5: จ้าวแห่งถนนจากเท็กซัส
Hennessey Venom F5 คือผลงานชิ้นโบว์แดงจาก Hennessey Special Vehicles ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากสหรัฐอเมริกา ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ที่สามารถทำความเร็วได้เหนือกว่าทุกสิ่งที่มีอยู่ Venom F5 ไม่ใช่แค่การพัฒนาต่อยอด แต่คือการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้มาซึ่งไฮเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะ
ดีไซน์ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด: Venom F5 ได้รับการออกแบบให้มีความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างที่สุด โดยคำนึงถึงการสร้างแรงกด (Downforce) ที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่ที่ความเร็วสูง ตัวถังที่เพรียวบางและแข็งแกร่ง ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความคล่องตัว การออกแบบด้านหน้ามีความดุดันพร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านท้ายมีการออกแบบสปอยเลอร์ที่เน้นประสิทธิภาพการรีดอากาศ ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย แต่หรูหรา และให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่สูงสุด ด้วยเบาะนั่ง Bucket Seat ที่โอบรับสรีระ แผงหน้าปัดดิจิทัล และการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างคาร์บอนไฟเบอร์และหนัง
ขุมพลังที่ปลดปล่อยออกมา: Hennessey Venom F5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ที่ติดตั้งเทอร์โบคู่ ซึ่งได้รับการปรับแต่งจนสามารถรีดพละกำลังออกมาได้สูงถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร การทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ ทำให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและทรงพลัง Venom F5 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที และมีตัวเลขความเร็วสูงสุดที่ 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ตามการทดสอบเบื้องต้น) Hennessey ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของ Venom F5 ให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งอาจทำให้สถิติความเร็วสูงสุดของมันเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
Bugatti Bolide: อาวุธสังหารในสนามแข่ง
Bugatti Bolide คือผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการออกแบบและวิศวกรรมของ Bugatti ที่เหนือระดับไปอีกขั้น รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเดียว คือการสร้างรถยนต์ที่เหมาะสำหรับการลงสนามแข่ง โดยเน้นที่สมรรถนะที่บริสุทธิ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถแข่ง Formula 1 มากที่สุด การผลิตที่จำกัดเพียง 40 คัน ทำให้ Bolide กลายเป็นสุดยอดยานยนต์ที่น่าปรารถนาสำหรับนักสะสมที่ต้องการสัมผัสกับความสุดขั้วของ Bugatti
ดีไซน์สไตล์รถแข่ง: Bugatti Bolide มีรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นและดุดันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง Formula 1 โดยมีเส้นสายที่เน้นอากาศพลศาสตร์และการสร้างแรงกดสูงสุด ตัวถังที่ต่ำและกว้าง พร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วคัน ช่วยในการระบายความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ไฟหน้าทรงกลม LED เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน หลังคาที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ได้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่น่าทึ่ง
พละกำลังที่ดุดัน: หัวใจของ Bugatti Bolide คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งให้รีดพละกำลังได้สูงถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร เมื่อใช้เชื้อเพลิงออกเทนสูงพิเศษ น้ำหนักของรถคันนี้อยู่ที่เพียง 1,240 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งทำให้ Bolide มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่สูงมาก สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ที่ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide คือเครื่องพิสูจน์ว่า Bugatti ไม่ได้มีดีแค่รถยนต์หรูที่วิ่งได้เร็ว แต่ยังสามารถสร้างรถแข่งที่เร็วที่สุดในโลกได้เช่นกัน
Devel Sixteen: พลังมหาศาลจากตะวันออกกลาง
Devel Sixteen คือชื่อที่หลายคนได้ยินแล้วต้องทึ่งกับตัวเลขสมรรถนะที่ดูเหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต รถคันนี้ได้รับการพัฒนาโดย Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการสร้างรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง ด้วยการนำเสนอตัวเลขสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งในทุกมิติ
ดีไซน์ที่สะท้อนความแรง: Devel Sixteen มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรถสปอร์ตความเร็วสูง การออกแบบเน้นเส้นสายที่บ่งบอกถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ภายใน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมที่สวยงาม พร้อมกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่บ่งบอกถึงความต้องการการระบายความร้อนของเครื่องยนต์อันทรงพลัง ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์หลังที่เสริมความดุดัน ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียมอย่างหนังแท้ คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ เพื่อมอบประสบการณ์ที่หรูหราและสปอร์ตไปพร้อมกัน
สมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด: Devel Sixteen ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V16 ขนาด 12.3 ลิตร ที่ติดตั้งเทอร์โบคู่ ถึง 4 ตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถคันนี้มีตัวเลขสมรรถนะที่น่าเหลือเชื่อ เครื่องยนต์นี้สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 5,007 แรงม้า (ในรุ่นที่กล่าวอ้าง) ทำให้ Devel Sixteen มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่น่าประหลาดใจเพียง 1.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 560 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ตัวเลขเหล่านี้ยังคงเป็นการกล่าวอ้าง และต้องรอการทดสอบยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ Devel Sixteen ก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการไฮเปอร์คาร์ทั่วโลก และเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพที่ไม่มีที่สิ้นสุดของวงการยานยนต์
บทสรุปแห่งยุคแห่งความเร็ว
ปี 2025 คือบทพิสูจน์อีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยียานยนต์ 5 ไฮเปอร์คาร์ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องจักรที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง แต่คือผลผลิตจากความฝัน วิศวกรรมอันชาญฉลาด และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ละคันนำเสนอแนวคิดและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และนิยามใหม่ของคำว่า “ความเร็ว”
การก้าวข้ามขีดจำกัดความเร็วสูงสุดของยานยนต์ ยังคงเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย และเราเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะยกระดับวงการไฮเปอร์คาร์ให้ก้าวไปอีกขั้น
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือคำบรรยาย โลกของไฮเปอร์คาร์ในปี 2025 กำลังรอคุณอยู่ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ และสัมผัสกับสุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก!

