กาญจนบุรี – ประธานสภาลมหายใจจังหวัดกาญจนบุรี ฟันธงสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2569 ดีขึ้นแน่นอน หลังประชาชนในพื้นที่กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ตื่นตัว ลดการเผา ลดไฟป่า รัฐบาลหนุนอุปกรณ์ดับไฟ–เครื่องเป่าลมเสริมกำลังภาคีเครือข่ายคุมต้นตอ Hotspot
วันนี้ (29 ธ.ค.) นายวสันต์ สุนจิรัตน์ ประธานสภาลมหายใจจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ว่า จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ใน “กลุ่มป่าที่ 12 กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์” ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ไทรโยค ลำคลองงู เอราวัณ รวมถึงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหลายผืน รวมเนื้อที่กว่า 5.3 ล้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งและเกิดไฟป่าก่อนหลายพื้นที่ของประเทศ
นายวสันต์ระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กาญจนบุรีเผชิญไฟป่าหนัก ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ หลังเกษียณจากตำแหน่งกำนันตำบลช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี ตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาลมหายใจจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยเริ่มลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนในจุดเสี่ยง Hotspot ที่เกิดซ้ำซาก โดยเฉพาะรอบกลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ ก่อนขยายเครือข่ายไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี ส่งผลให้สถานการณ์ไฟป่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สภาลมหายใจจังหวัดกาญจนบุรี ยังได้เปิดเวทีประชาคมในหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า ซึ่งได้รับการตอบรับจากชุมชนอย่างดี แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์สำคัญ ได้แก่ เครื่องเป่าลมและอุปกรณ์ดับไฟป่าสำหรับทำแนวกันไฟ

สุดยอดสมรรถนะ: 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025
ในโลกของยานยนต์สมรรถนะสูง คำว่า “ไฮเปอร์คาร์” (Hypercar) มักถูกใช้เพื่อบ่งบอกถึงสุดยอดแห่งเทคโนโลยี วิศวกรรม และการออกแบบ ที่รวมตัวกันอยู่ในรถยนต์เพียงไม่กี่คัน ไฮเปอร์คาร์ไม่ใช่แค่รถยนต์ที่สวยงาม แต่คือเครื่องจักรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายขีดจำกัดของความเร็ว แรงม้า และการควบคุม ที่ซึ่งวิศวกรรมยานยนต์ชั้นสูงมาบรรจบกับศิลปะแห่งการขับขี่ ในปี 2025 ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงร้อนแรงด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้การจัดอันดับรถที่เร็วที่สุดในโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วันนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ณ เวลานี้ ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
SSC Tuatara: ผู้ท้าชิงบัลลังก์ความเร็วแห่งปี 2025
SSC Tuatara คือชื่อที่นักเลงรถทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากผ่านการพัฒนาและการทดสอบอันยาวนาน รถคันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่ทรงพลังและรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ SSC North America ได้สร้างสรรค์ Tuatara ขึ้นมาด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการทำลายสถิติความเร็วสูงสุดของรถยนต์ที่ผลิตได้จริง ด้วยดีไซน์ที่เน้นอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด ทำให้ Tuatara มีรูปทรงที่ลู่ลมอย่างน่าทึ่ง เส้นสายที่เฉียบคมและดุดัน สะท้อนถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรือนร่างน้ำหนักเบาที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์
หัวใจของ SSC Tuatara คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 5.9 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุด สามารถสร้างพละกำลังมหาศาลถึง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85 ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงอย่างเหลือเชื่อ แรงบิดที่พร้อมตอบสนองทันที ทำให้ Tuatara มีอัตราเร่งที่น่าตื่นตะลึง สามารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที (ตัวเลขอาจแตกต่างกันไปตามการทดสอบและสภาพพื้นผิว) แต่สิ่งที่ทำให้ Tuatara เป็นที่จดจำอย่างแท้จริงคือสถิติความเร็วสูงสุดที่เคยถูกบันทึกไว้ แม้จะมีการถกเถียงในบางช่วง แต่ SSC Tuatara ยังคงเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับการเป็น “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ด้วยตัวเลขที่เหนือกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การขับขี่ SSC Tuatara ไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือประสบการณ์ที่ต้องสัมผัสถึงพละกำลังดิบและความแม่นยำของวิศวกรรมชั้นสูง
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานแห่งความเร็วที่ไร้คู่แข่ง
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือการตอกย้ำสถานะของ Bugatti ในฐานะผู้ผลิตซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ระดับแนวหน้าของโลก รถรุ่นพิเศษนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของ Bugatti ในการเป็นรถยนต์คันแรกที่สามารถทำความเร็วเกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 483 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นการสร้างสถิติใหม่ที่ยากจะหาใครมาเทียบ Bugatti Chiron Super Sport 300+ ไม่ใช่แค่รถยนต์ที่เร็ว แต่คือผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่ผสานรวมการออกแบบอันหรูหราเข้ากับสมรรถนะในสนามแข่งได้อย่างลงตัว
ภายใต้รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวและดุดัน คือขุมพลัง W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว เครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์นี้สามารถสร้างกำลังได้สูงสุดถึง 1,600 แรงม้า ซึ่งถูกส่งผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ไปยังล้อทั้งสี่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ช่วยให้การควบคุมรถในย่านความเร็วสูงเป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย Bugatti Chiron Super Sport 300+ สามารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ แต่จากการทดสอบพิเศษ สามารถทำความเร็วได้ถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (317 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง Bugatti Chiron Super Sport 300+ จึงไม่ใช่แค่รถที่เร็วที่สุด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด
Hennessey Venom F5: สุดยอดแห่งขุมพลังที่พัฒนาเพื่อความเร็วสูงสุด
Hennessey Venom F5 คือผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์ของ Hennessey Special Vehicles บริษัทที่มีชื่อเสียงมายาวนานในการปรับแต่งและสร้างรถยนต์สมรรถนะสูง Venom F5 ถูกสร้างขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก โดยไม่ประนีประนอมกับความหรูหราและความสะดวกสบายในการขับขี่ รูปลักษณ์ภายนอกของ Venom F5 สะท้อนถึงความตั้งใจในการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างแท้จริง เส้นสายที่พลิ้วไหว การใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ในโครงสร้างและตัวถัง ทำให้รถคันนี้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า
หัวใจสำคัญของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 6.6 ลิตร ที่ Hennessey พัฒนาขึ้นมาเอง ชื่อเล่นว่า “Fury” เครื่องยนต์บล็อกนี้ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันจนสามารถสร้างพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากในโลกของไฮเปอร์คาร์ แรงบิดมหาศาลที่มาพร้อมกับกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ Venom F5 มีอัตราเร่งที่น่าทึ่ง สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาประมาณ 2.6 วินาที และเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่ Hennessey ตั้งไว้คือเหนือกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (311 ไมล์ต่อชั่วโมง) Hennessey Venom F5 ไม่ได้เป็นเพียงรถที่เร็ว แต่คือการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ และการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและไม่เหมือนใคร
Koenigsegg Jesko Absolut: นักล่าสถิติความเร็วบนถนน
Koenigsegg Jesko Absolut คืออีกหนึ่งตัวแทนแห่งสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทำลายสถิติความเร็วสูงสุดโดยเฉพาะ Jesko Absolut ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การเป็นรถที่เร็ว แต่คือการเป็น “นักล่าสถิติ” ที่แท้จริง Koenigsegg ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดน มีชื่อเสียงมายาวนานในการสร้างสรรค์ไฮเปอร์คาร์ที่ล้ำสมัยและมีสมรรถนะที่เหนือชั้น Jesko Absolut ถูกพัฒนาต่อยอดจากรุ่น Jesko โดยเน้นการปรับปรุงแอโรไดนามิกส์ให้สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
การออกแบบภายนอกของ Jesko Absolut ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกของอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง รูปทรงที่เพรียวลม ช่องรับลมที่แม่นยำ การลดแรงต้านอากาศให้น้อยที่สุด ทำให้รถคันนี้พร้อมที่จะทะยานผ่านอากาศได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้รูปลักษณ์อันล้ำสมัยคือขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 5.0 ลิตร ที่ Koenigsegg พัฒนาขึ้นเอง สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 1,600 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 และจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่มีชื่อว่า “Light Speed Transmission” (LST) เกียร์ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้ส่งกำลังไปยังล้อได้อย่างต่อเนื่อง แม้ Koenigsegg จะยังไม่ได้ประกาศตัวเลขความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการ แต่จากการจำลองและการทดสอบเบื้องต้น ชี้ให้เห็นว่า Jesko Absolut มีศักยภาพที่จะทำความเร็วได้เกิน 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (310 ไมล์ต่อชั่วโมง) และอาจจะไปถึง 531 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (330 ไมล์ต่อชั่วโมง) ทำให้ Jesko Absolut เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับการเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก
Rimac Nevera: การปฏิวัติแห่งไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า
ในยุคที่เทคโนโลยีไฟฟ้ากำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการยานยนต์ Rimac Nevera คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการปฏิวัติวงการไฮเปอร์คาร์ Nevera ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็ว แต่คือไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และสามารถท้าชนกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่เร็วที่สุดในโลกได้อย่างสูสี Rimac Automobili ผู้ผลิตจากโครเอเชีย ได้สร้าง Nevera ขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า
Rimac Nevera ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่ติดตั้งอยู่แต่ละล้อ ทำให้มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่แม่นยำและทรงพลัง ระบบส่งกำลังที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ทำให้ Nevera สามารถสร้างกำลังรวมได้สูงสุดถึง 1,914 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 2,360 นิวตัน-เมตร ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Nevera มีอัตราเร่งที่น่าตื่นตะลึง สามารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 1.85 วินาที ซึ่งเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่ผลิตได้จริง นอกจากนี้ Nevera ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 412 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (258 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ขนาดใหญ่และความสามารถในการชาร์จเร็ว ทำให้ Nevera เป็นไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน (หากคุณเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ครอบครองมัน) Rimac Nevera ไม่เพียงแต่เป็นรถที่เร็วที่สุด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งอนาคตของยานยนต์สมรรถนะสูง ที่ผสมผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับสมรรถนะที่เหนือกว่า
อนาคตแห่งความเร็ว
โลกของไฮเปอร์คาร์ยังคงมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ การปรับปรุงแอโรไดนามิกส์ และนวัตกรรมในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันขีดจำกัดของความเร็วไปสู่ระดับใหม่ๆ รถทั้ง 5 รุ่นนี้ เป็นเพียงตัวอย่างของสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์ที่สะท้อนถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของมนุษย์ที่จะพิชิตทุกขีดจำกัด
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความเร็ว และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านี้ หรือติดตามข่าวสารการพัฒนาของไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ในวงการยานยนต์ต่อไป.

