![[ครบชุด] T2804057 คนท อขายรถ องควรระว ง...](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260426_220050.jpg)
Voyah Dream Shanhe มิติใหม่ของ MPV หรู 4 ที่นั่ง ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด เปิดราคาเย้ายวนใจในจีน
ในปี 2026 ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศจีนยังคงเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะในเซกเมนต์ของรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือก แบรนด์ชั้นนำจากประเทศจีนอย่าง Voyah ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมภายใต้ Dongfeng Motor Corporation ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาในงาน Auto Guangzhou 2025 นั่นคือ Voyah Dream Shanhe ยนตรกรรม MPV ระดับลักชัวรีแบบ 4 ที่นั่ง ที่ได้รับการยกระดับความหรูหราให้ทัดเทียมกับรถยนต์ Rolls-Royce โดยมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงและขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัด เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีนอยู่ที่ 709,900 หยวน หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับรถ MPV ระดับนี้
สำหรับรายละเอียดของแบรนด์ Voyah นั้น เกิดจากการรวมตัวของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุดของ Dongfeng Motor Corporation โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก ภายใต้ Voyah เองยังมีแบรนด์ย่อยอื่นๆ เช่น Dreamer (MPV), Free (SUV), และ Harmony (Saloon) ซึ่งแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน
ดีไซน์ภายนอกและขนาดตัวถัง
Voyah Dream Shanhe รุ่น 4 ที่นั่ง มีการออกแบบภายนอกที่ยังคงได้รับอิทธิพลจาก Voyah Dream ในรุ่น 7 ที่นั่ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กระจังหน้าโดดเด่นด้วยดีไซน์แบบน้ำตกที่ประกอบด้วยแถบโครเมียมแนวตั้ง 34 แถบ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสื่อถึงเขตการปกครองระดับมณฑล 34 แห่งของประเทศจีน ถือเป็นการผสมผสานงานออกแบบที่ล้ำสมัยเข้ากับความหมายเชิงสัญลักษณ์ได้อย่างลงตัว ชุดไฟหน้า LED ทรงเรียวแหลมพร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน (DRL) แบบ Matrix LED ที่ส่องสว่างกว้างไกลให้การมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เส้นสายด้านข้างของตัวรถเน้นความเรียบหรู ภูมิฐาน ประตูข้างทั้งสองฝั่งเป็นแบบบานสไลด์อัตโนมัติ เสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมบริเวณชายขอบประตูด้านข้างและกรอบหน้าต่างบานข้าง โดยในรุ่น 4 ที่นั่งนี้จะมาพร้อมกับชุดล้ออัลลอยลายใหม่ชื่อว่า “Star Swirl” ขนาด 20 นิ้ว ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นและสง่างามให้กับตัวรถ
ส่วนด้านท้ายของ Voyah Dream Shanhe มาพร้อมกับชุดไฟท้ายแบบเมทริกซ์ที่ต่อเนื่องเชื่อมต่อกันตลอดความกว้างของตัวถัง เสริมด้วยแถบโครเมียมที่พาดผ่านด้านท้ายรถ และโลโก้แบรนด์ V O Y A H ที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางอย่างเด่นชัด
ในด้านขนาดมิติตัวรถ ยังคงเท่ากับรุ่นมาตรฐาน 7 ที่นั่ง โดยมีความยาว 5,315 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,820 มม. และมีระยะฐานล้อถึง 3,200 มม. ซึ่งทำให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานในฐานะรถครอบครัวขนาดใหญ่ หรือรถยนต์สำหรับผู้บริหารที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด
การออกแบบภายในและความสะดวกสบายระดับ First Class
ภายในห้องโดยสารของ Voyah Dream Shanhe ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องโดยสารส่วนตัวแบบ 4 ที่นั่ง ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราเทียบเท่ากับห้องโดยสารชั้นหนึ่ง (First Class) ของเครื่องบิน มีเฉดสีภายในให้เลือก 2 โทนหลัก คือ โทนสีน้ำเงินที่มาคู่กับบอดี้ตัวถังสีดำให้ลุคที่ดุดันและทันสมัย และโทนสีเบจที่มาคู่กับบอดี้ตัวถังสีม่วงให้ความรู้สึกหรูหราและนุ่มนวล
การออกแบบภายในรุ่น 4 ที่นั่งนี้ใช้แนวคิดที่เรียกว่า “Starlight Surround” ซึ่งโดดเด่นด้วยฉากกั้นแบบเต็มพื้นที่ที่แยกส่วนห้องโดยสารตอนหลังออกจากค็อกพิทด้านหน้าอย่างเด็ดขาด เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความหรูหราอย่างมีระดับ บนฉากกั้นนี้ติดตั้งหน้าจอ IMAX ขนาดใหญ่ถึง 50 นิ้ว ซึ่งสามารถแสดงผลได้ทั้งรายการบันเทิง ข้อมูลการเดินทาง และระบบความบันเทิงต่างๆ
นอกจากหน้าจอหลักแล้ว ในส่วนพื้นที่ตอนหลังของ Voyah Dream Shanhe ถูกออกแบบมาในแนวคิด “Golden Glow” โดยมีการตกแต่งด้วยชิ้นงานสีทองอร่ามรวมถึง 66 ชิ้นรอบห้องโดยสารตอนหลัง เสริมด้วยการใช้วัสดุไม้จริง โดยเฉพาะไม้มะเกลือที่มีอายุกว่าร้อยปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและมีระดับ
เบาะที่นั่งในส่วนหลังได้รับการออกแบบให้เป็นแบบสไตล์เฟิร์สคลาส โดยใช้เบาะประเภท “Zero-Gravity Space Capsule” ที่สามารถปรับเอนได้สูงสุดถึง 166 องศา พร้อมเสริมความสบายด้วยที่รองน่องแบบปรับระดับได้ มาพร้อมโหมดความสบายพิเศษ “Shanhe Cloud Couch” ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายเหมือนลอยอยู่บนก้อนเมฆ ระหว่างเบาะนั่งคู่หลังยังติดตั้งหน้าจอควบคุมสั่งงานแบบสัมผัส (Touchscreen) เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมการทำงานต่างๆ ของห้องโดยสารได้อย่างสะดวกสบาย
ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ Voyah Dream Shanhe อัดแน่นมาอย่างจัดเต็ม อาทิ ช่องเก็บรองเท้าแบบเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่องเก็บเครื่องดื่มอัจฉริยะ (Intelligent Fridge) ขนาด 13 ลิตร ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6℃ ถึง 50℃ นอกจากนี้ยังมีตู้แช่เย็นอัจฉริยะ “Corridor” ที่มีความจุ 7 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการแช่เครื่องดื่มและอาหารว่างสำหรับเดินทางไกล ม่านบังแดดด้านข้างแบบไฟฟ้า ระบบเสียง Dynaudio คุณภาพสูง และช่องเก็บร่มแบบเดียวกับรถยนต์หรู Rolls-Royce พร้อมตัวร่มที่ออกแบบมาโดยเฉพาะรุ่น
ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่
Voyah Dream Shanhe ในรุ่น 4 ที่นั่ง ได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ทันสมัยอย่าง ADS4 จาก Huawei ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบอัจฉริยะชั้นนำของโลก ระบบนี้ประกอบด้วย LiDAR (Light Detection and Ranging) 192 เส้น และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว การผสมผสานเทคโนโลยีนี้ช่วยให้รถสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างแม่นยำ รองรับฟังก์ชันนำทางอัตโนมัติบนทางหลวงและถนนในเมือง (Navigation on Autopilot – NOA) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือฉุกเฉินต่างๆ เช่น ระบบช่วยหักเลี้ยวฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Steering Assist – AES) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking – AEB) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน
สำหรับขุมพลังของ Voyah Dream Shanhe รุ่น 4 ที่นั่ง จะมีให้เลือกเฉพาะในรูปแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) เท่านั้น ขุมพลังนี้ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 110 kW (ประมาณ 148 แรงม้า) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ที่มีกำลังรวมสูงสุดถึง 480 kW (ประมาณ 644 แรงม้า) ช่วยให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 5.9 วินาที ซึ่งถือว่าทำได้ดีมากสำหรับรถยนต์ MPV ขนาดใหญ่
รถรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 62.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน (Electric Only) ได้ถึง 320 กม. และมีระยะทางวิ่งรวมทั้งหมด (เมื่อน้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม) ได้ถึง 1,405 กม. ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางไกลได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็วแบบ 5C ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 20% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 12 นาที ทำให้ประหยัดเวลาในการชาร์จได้อย่างมาก
ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบมาเพื่อความนุ่มนวลและเสถียรภาพ ประกอบด้วยปีกนกคู่ที่ด้านหน้า และระบบไฟว์ลิงก์ที่ด้านหลัง เสริมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ และระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่มาพร้อมฟังก์ชัน “Magic Carpet” (CDC – Continuous Damping Control) ซึ่งช่วยในการควบคุมความนุ่มนวลและความมั่นคง