![[ครบชุด] T2804049 มท องโตไปเดทก บผ ชาย!!!](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260426_220137.jpg)
Voyah Dream Shanhe 2026: สุดยอด MPV 4 ที่นั่งหรูหราเหนือระดับ พลังไฮบริด วิ่งไกล 1,405 กม. เปิดราคา 3.2 ล้านบาท
ในโลกยานยนต์ยุคปัจจุบันที่ความหรูหราและความสะดวกสบายกลายเป็นมาตรฐานสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ระดับลักชัวรีกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์จากแบรนด์จีนที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างเต็มตัว ล่าสุด Voyah แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมภายใต้เครือ Dongfeng Motor Corporation ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ได้รับเสียงฮือฮาอย่างมากในตลาดจีน คือ Voyah Dream Shanhe 2026 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาสอย่างแท้จริง
Voyah Dream Shanhe 2026 เป็นรถ MPV ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมความหรูหราเหนือระดับ ด้วยการจัดวางห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่ง เน้นความกว้างขวางเป็นพิเศษ เสริมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง โดยมีระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนสูงถึง 320 กิโลเมตร และระยะทางวิ่งรวมสูงสุดถึง 1,405 กิโลเมตร
ราคาของ Voyah Dream Shanhe 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนอยู่ที่ 709,900 หยวน หรือเทียบเท่าประมาณ 3.2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงกว่ารุ่น Voyah Dream ปกติหลายเท่าตัว สะท้อนถึงความพิเศษและความพรีเมียมที่มากกว่าในทุกมิติ
ดีไซน์ภายนอก: ความหรูหราสง่างามที่สะดุดตา
ในด้านการออกแบบภายนอก Voyah Dream Shanhe 2026 ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตระกูล Voyah Dream โดยเฉพาะชุดกระจังหน้ารูปน้ำตก (Waterfall Grille) ที่เป็นแถบโครเมียมแนวตั้ง 34 แถบ โดยมีความหมายถึงเขตการปกครองระดับมณฑลทั้ง 34 แห่งของประเทศจีน สร้างความรู้สึกหรูหราสง่างามและสะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ประจำชาติ
ชุดไฟหน้า LED ถูกออกแบบให้มีความเรียวแหลม โฉบเฉี่ยว และดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น เสริมด้วยเส้นสายด้านข้างที่เน้นความเรียบหรูและความพลิ้วไหว ประตูข้างเปิดแบบบานสไลด์ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมตามส่วนต่าง ๆ เพิ่มความรู้สึกมีระดับ
สำหรับรุ่น 4 ที่นั่งนี้ มาพร้อมกับชุดล้ออัลลอยลายใหม่ Star Swirl ขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เข้ากับความหรูหราของตัวรถได้เป็นอย่างดี
ส่วนด้านท้ายของ Voyah Dream Shanhe 2026 มาพร้อมชุดไฟท้ายแบบเมทริกซ์ที่ดูทันสมัย เสริมด้วยแถบโครเมียมที่คาดยาวมาอยู่ด้านท้ายรถ พร้อมโลโก้แบรนด์ V O Y A H ไว้ตรงกลาง เพิ่มความโดดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
ในด้านขนาดและมิติตัวถัง Voyah Dream Shanhe 2026 ยังคงเท่ากับในรุ่นมาตรฐาน โดยมีความยาว 5,315 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,820 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,200 มม. ซึ่งให้ความกว้างขวางและความสบายอย่างเต็มที่
ภายในห้องโดยสาร: ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เทียบเท่าเฟิร์สคลาส
สิ่งที่ทำให้ Voyah Dream Shanhe 2026 แตกต่างและโดดเด่นอย่างแท้จริง คือการออกแบบภายในห้องโดยสารที่เน้นความหรูหราเทียบเท่าระดับเฟิร์สคลาส โดยมีเฉดสีภายในให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินที่จับคู่กับบอดี้ตัวถัง สีดำหลังคาสีเบจ Two-tone body with the glow of dawn และภายในสีเบจที่จับคู่กับบอดี้ตัวถัง สีม่วงหลังคาขาว Bright Moon and Purple Clouds
ห้องโดยสารของ Dream Shanhe จะเป็นแบบ 4 ที่นั่ง มาพร้อมงานออกแบบที่เรียกว่า “Starlight Surround” โดดเด่นด้วยฉากกั้นแบบเต็มพื้นที่ ซึ่งจะแยกส่วนจากค็อกพิทด้านหน้าอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมติดตั้งหน้าจอ IMAX ขนาดใหญ่ 50 นิ้ว ที่ให้ความบันเทิงและมุมมองที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
นอกจากนี้ ในส่วนพื้นที่ตอนหลังของ Voyah Dream Shanhe 2026 จะมาในรูปแบบ Golden Glow ที่มีความหรูหราระดับไฮเอนด์ โดยจะถูกตกแต่งด้วยชิ้นงานสีทองอร่ามรวม 66 ชิ้นรอบห้องโดยสารตอนหลัง นอกจากนี้ยังถูกตกแต่งด้วยไม้จริง โดยจะเป็นไม้มะเกลือที่มีอายุกว่าร้อยปี สร้างบรรยากาศหรูหราและประณีต
ด้านตัวเบาะที่นั่งจะมาในแบบสไตล์เฟิร์สคลาส ตัวเบาะเป็น Zero-Gravity Space Capsule ที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับเอนด้วยไฟฟ้าได้มากถึง 166 องศา เสริมความสะดวกสบายด้วยที่รองน่องแบบปรับยืนได้ มาพร้อมโหมดความสบาย “Shanhe Cloud Couch” นอกจากนั้นระหว่างตัวเบาะนั่งคู่หลังจะมากับหน้าจอควบคุมสั่งงานแบบสัมผัสขนาดเล็กที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับการตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
อีกทั้งยังมากับสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็ม อาทิช่องเก็บรองเท้าที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า, ตู้เซฟอิเล็กทรอนิกส์ที่มากับกุญแจล็อคแบบรหัส Aegis ให้ความปลอดภัยอย่างสูงสุด, ตู้เย็นอัจฉริยะแบบลิ้นชักที่ขนาด 13 ลิตร สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ในช่วง -6℃ ถึง 50℃ มาพร้อมตู้แช่เย็นอัจฉริยะ Corridor ที่มีความจุ 7 ลิตร
รวมถึงยังมีม่านบังแดดด้านข้างไฟฟ้า ระบบเสียงจาก Dynaudio และช่องเก็บร่มที่ออกแบบมาเฉพาะรุ่น เพิ่มความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมให้เทียบเท่ากับแบรนด์รถหรูระดับโลก
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ด้านระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Voyah Dream Shanhe 2026 จะได้รับการติดตั้ง ADS4 ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ของทาง Huawei มาพร้อม LiDAR 192 เส้น และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว การผสมผสานนี้รองรับฟังก์ชันนำทางอัตโนมัติ (NOA) บนทางหลวงและถนนในเมือง นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชันพวงมาลัยฉุกเฉินอัตโนมัติ (AES) และเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่
ขุมพลังขับเคลื่อนและสมรรถนะ
ขณะที่ขุมพลังขับเคลื่อนของ Voyah Dream Shanhe 2026 จะมีเฉพาะในรูปแบบ PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด) โดยจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5T ที่ให้กำลัง 110 kW / 148 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ามอเตอร์คู่ที่มีกำลังรวม 480 kW / 644 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ในเวลา 5.9 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 62.5 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลถึง 320 กม. และมีระยะทางวิ่งรวม 1,405 กม. เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม
นอกจากนี้ Voyah Dream Shanhe 2026 ยังรองรับการชาร์จเร็ว 5C ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 20- 80 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียง 12 นาที เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ด้านระบบช่วงล่างจะประกอบด้วยปีกนกคู่ด้านหน้า และระบบไฟว์ลิงก์ ที่ด้านหลัง เสริมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ และระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่มาพร้อมฟังก์ชัน CDC “Magic Carpet” ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและทรงตัวได้ดี
สิ่งที่ควรพิจารณาและวิเคราะห์: โอกาสและความท้าทายสำหรับตลาดไทย
การมาถึงของ Voyah Dream Shanhe 2026 ในประเทศไทยนั้น นับเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นรถที่มาพร้อมความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ก็มาพร้อมราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการแข่งขันกับแบรนด์รถยุโรปในระดับเดียวกัน
ข้อดีที่น่าพิจารณา:
ความห