![[ครบชุด] T2204074 กๆท งแม วเองให ไปอย บล กบ ญธรรม](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260427_101624.jpg)
Audi Urbansphere: นิยามใหม่แห่งยานยนต์ MPV ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนวัตกรรม
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 25 เมษายน 2569 – โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และ Audi แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์พรีเมียมสัญชาติเยอรมัน ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์อนาคตที่น่าจับตามอง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าตระกูล Sphere รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Urbansphere” ยานยนต์ MPV ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่มาพร้อมนิยามใหม่ของประสบการณ์เดินทางระดับเฟิร์สคลาส และก้าวสู่การเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็น “พื้นที่แห่งอนาคต” (Future Space)
“Urbansphere” เป็นหนึ่งในซีรี่ส์รถยนต์ต้นแบบตระกูล “Sphere” ที่ได้รับความสนใจทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร หลังจากเปิดตัวรุ่นเรือธงอย่าง “Skysphere” สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า และ “Grandsphere” พรีเมียมซีดานขนาดใหญ่ 4 ที่นั่ง ไปแล้วเมื่อปลายปี 2021 “Urbansphere” ได้เข้ามาเติมเต็มวิสัยทัศน์นี้ให้ครบถ้วน ด้วยการนำเสนอความเป็นส่วนตัวและระบบความบันเทิงสุดหรูสำหรับผู้โดยสารยุคดิจิทัล
วิสัยทัศน์ “Sphere” : สร้างระบบนิเวศใหม่แห่งการเดินทาง
แนวคิดหลักในการออกแบบและพัฒนายานยนต์พลังไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติในซีรี่ส์ “Sphere” คือการสร้าง “ระบบนิเวศใหม่” (Ecosystem) เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การทำงาน หรือการพักผ่อน ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถกำหนดการตั้งค่าได้ตามต้องการอย่างอิสระ พร้อมด้วยบริการดิจิทัลที่หลากหลาย อาทิ การจองร้านอาหาร การช็อปปิ้งออนไลน์ การตรวจสอบสุขภาพ การรับผู้โดยสารถึงหน้าบ้าน การค้นหาที่จอดรถ และการนำทางไปยังสถานีชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ “Urbansphere” จึงเป็นมากกว่ายานพาหนะเพื่อการเดินทาง แต่กลับกลายเป็น “พื้นที่อำนวยความสะดวกแห่งอนาคต” ที่ขาดไม่ได้
Audi Urbansphere: นวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนเมือง
“Urbansphere” คือรถต้นแบบประเภท MPV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานในเขตเมือง โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ที่มีความต้องการรถยนต์ที่มีความสะดวกสบายสูงและมีพื้นที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานในฐานะ “พื้นที่ส่วนตัวเคลื่อนที่” (Mobile Private Space)
ดีไซน์และมิติ:
ตัวรถมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับ Toyota Alphard โดยมีความยาวประมาณ 5.5 เมตร กว้าง 2.01 เมตร และสูง 1.78 เมตร พร้อมฐานล้อที่ยาวถึง 3.4 เมตร โครงสร้างตัวถังถูกออกแบบให้มีความโค้งมนและกว้างขวาง (Space Cube) เน้นพื้นที่ภายในให้สูงสุดเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารแต่ละคน
แนวคิดการออกแบบภายใน (Interior Concept):
“Urbansphere” ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานของผู้โดยสารเป็นหลัก โดยมีจุดเด่นคือการออกแบบภายในที่เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ (Dynamic Interior) เบาะหลังสามารถหมุนออกด้านนอกเมื่อเปิดประตู พร้อมกับไฟส่องสว่างบริเวณพื้นทางเดิน (Red Carpet) ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราและความปลอดภัย ผู้โดยสารจะนั่งอยู่ในที่นั่งขนาดใหญ่ที่ปรับระดับได้สูง โดยที่นั่งด้านหลังมีที่พักขาและสามารถปรับเอนได้ถึง 60 องศา
เบาะนั่งสามารถหมุนได้ เพื่อให้ผู้โดยสารทั้งสี่คนสามารถพูดคุยและปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีลำโพงติดตั้งอยู่ที่พนักพิงศีรษะ และจอภาพส่วนตัว เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี (Entertainment & Technology):
“Urbansphere” มาพร้อมระบบหน้าจอขนาดใหญ่ และ “จอภาพยนตร์” (Cinema Screen) ขนาดยักษ์ที่ติดตั้งอยู่บนเพดาน โดยใช้เทคโนโลยี OLED แบบโปร่งใส (Transparent OLED) ที่สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ระดับโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่
ผู้โดยสารยังสามารถเพลิดเพลินกับกระจกบานใหญ่เพื่อชมทิวทัศน์ภายนอก พร้อมด้วยเทคโนโลยีการตรวจจับความเครียด (Stress Detection) แอปพลิเคชันสำหรับทำสมาธิ และที่วางแขนตรงกลางขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีตู้กดน้ำและแก้วสำหรับให้บริการอีกด้วย
วัสดุภายใน (Interior Materials):
การเลือกใช้วัสดุภายในสะท้อนถึงความใส่ใจในด้านความยั่งยืนและนวัตกรรม โดยเบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าขนสัตว์และบุด้วย Econyl ซึ่งเป็นโพลีเอไมด์รีไซเคิล ในขณะที่ผ้าสำหรับที่พักแขนและห้องโดยสารด้านหลังทำมาจากไม้ไผ่
ขุมพลังและเทคโนโลยีขับเคลื่อน
ระบบขับเคลื่อน (Powertrain):
“Urbansphere” ใช้แพลตฟอร์ม Premium Platform Electric (PPE) เดียวกันกับรถรุ่นอื่นในตระกูล “Sphere” มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ให้กำลังรวมสูงสุด 295 กิโลวัตต์ (401 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร สำหรับการขับขี่แบบปกติ สามารถถอดมอเตอร์ด้านหน้าออกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery & Charging):
รถยนต์มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ความจุมากกว่า 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) รองรับระบบชาร์จไฟ DC ขนาดมหึมา 800 โวลต์ ชาร์จไฟได้สูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถชาร์จจาก 5% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 25 นาที หรือวิ่งได้ไกล 300 กิโลเมตร เมื่อชาร์จในเวลา 10 นาที
ระบบช่วงล่างและการขับขี่ (Suspension & Driving):
“Urbansphere” ใช้ระบบกันสะเทือนภายในแบบแดมเปอร์กึ่งแอคทีฟ (Semi-Active Suspension) เพลาหลังเป็นแบบมัลติลิงค์อลูเนียม (Multi-Link) และมาพร้อมระบบเลี้ยวสี่ล้อ (All-Wheel Steering)
เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving)
“Urbansphere” ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติระดับ 4 (Level 4 Autonomy) ผู้โดยสารสามารถใช้พื้นที่ภายในได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขับขี่ พวงมาลัย แป้นเหยียบ และจอแสดงผลสำหรับคนขับสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ต้องการควบคุมรถแบบแมนนวล
Audi กำลังร่วมมือกับ Cariad ซึ่งเป็นบริษัทลูกด้านซอฟต์แวร์ของ Volkswagen เพื่อนำเทคโนโลยีนี้ออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ (Second Half of the Decade) โดยมุ่งเน้นการให้บริการในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง
การออกแบบภายนอก (Exterior Design)
ตัวรถมีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น เส้นสายเน้นความแข็งแกร่งและความโฉบเฉี่ยว หลังคาที่กว้าง ส่วนหลังมาพร้อมแถบโครเมียมที่เชื่อมต่อไปยังสปอยเลอร์หลัง และเสา C ขนาดใหญ่รูปตัว L การออกแบบด้านหน้าและด้านหลังเน้นความโค้งมนที่โดดเด่น บ่งบอกถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro
ล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ 24 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต คล้ายกับดีไซน์ของ Avus ในยุค 90
ด้านหน้าของตัวรถมีการใช้ไฟส่องสว่างเพื่อสื่อสารกับโลกภายนอก ผสานรวมกับกระจังหน้าแบบ “Singleframe” ทรงแปดเหลี่ยม (ขอบบนและล่างทำจากอลูมิเนียม) แผงนี้ยังมีฟังก์ชันไฟต่ำและไฟสูง ในขณะที่ไฟวิ่งกลางวัน (Daytime Running Lights) ถูกออกแบบให้คล้ายม่านตา (Iris) และเรียกตามตัวอักษรว่า “Audi Eyes”
เทคโนโลยีความปลอดภัยและฟีเจอร์ใหม่
“Urbansphere” นำเสนอเทคโนโลยีความปลอดภัยและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้:
เทคโนโลยีการสื่อสารภายนอก (External Communication): แผงไฟส่องสว่างด้านหน้าและด้านหลังใช้สำหรับการสื่อสารกับผู้คนภายนอก โดยมีไฟส่องสว่างบริเวณด้านท้ายที่ทำหน้าที่เหมือน “ร่มส่องทาง” (Shine-A-Light) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากร่มจีนโบราณ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่อีกด้วย
จอแสดงผลแบบโปร่งใส (Transparent Display): จ