![[ครบชุด] T2204109 ณค ดว าค กก นต องม อะไรด วยก นละก รอบ งจะพอด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260427_150601.jpg)
🚀 Urbansphere: วิสัยทัศน์ใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าครอบครัวในโลกแห่งอนาคต
ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 คือ วันที่แบรนด์ยานยนต์เยอรมันผู้ยิ่งใหญ่อย่าง Audi ได้ตอกย้ำสถานะผู้นำทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง ด้วยการเผยโฉมรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Sphere ซึ่งมีชื่อว่า “Urbansphere”
รถรุ่นนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่เป็นการนำเสนอ “วิสัยทัศน์” แห่งการเดินทางยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ ความหรูหราเหนือระดับ และระบบนิเวศการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตลาดประเทศไทย ซึ่งการเปิดตัว Audi Urbansphere นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค “Future is Electric”
🌍 ความเป็นมา: สานต่อตำนานแห่งความล้ำสมัย
ก่อนหน้าที่จะได้ยลโฉม Urbansphere นั้น อาวดี้ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกมาแล้วกับรถยนต์ต้นแบบในตระกูล “Sphere” อีกสองรุ่น ที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2021 ได้แก่:
Skysphere Concept: รถยนต์ต้นแบบสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า 2 ที่นั่ง ดีไซน์ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยระบบฐานล้อที่สามารถยืดเข้า-ออกได้ถึง 250 มิลลิเมตร และระบบช่วงล่างที่ปรับระดับความสูงได้ มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังรวมสูงสุด 632 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที
Grandsphere Concept: รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าที่เน้นการขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สง่างาม ประตูทรงยาวเป็นพิเศษ และความหรูหราภายในห้องโดยสาร คอนโซลไร้ปุ่มกด มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่รับคำสั่งด้วยการวาดมือในอากาศ
ด้วยการเปิดตัว Urbansphere ครั้งนี้ อาวดี้จึงเป็นการเติมเต็มตระกูล “Sphere” ให้สมบูรณ์ นับเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ผสมผสานทั้งสมรรถนะ ความสบาย และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
🏙️ Urbansphere: รถยนต์ MPV อเนกประสงค์สุดหรูสำหรับเมืองแห่งอนาคต
Urbansphere ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด “Redefining First-Class Travel” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นไปที่การใช้ชีวิตในมหานครอันหนาแน่น ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหารถติด และความต้องการพื้นที่ที่สามารถตอบสนองทั้งการเดินทางส่วนตัว การทำงาน และความบันเทิงในเวลาเดียวกัน
รถต้นแบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมิติใหม่ของการใช้ชีวิตในมหานครของจีน โดยถูกพัฒนาให้เป็น รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (MPV) ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านขนาดและนวัตกรรมภายในห้องโดยสาร
📏 ขนาดและสัดส่วน
Urbansphere มีขนาดภายนอกที่ใหญ่โตใกล้เคียงกับ Toyota Alphard โดยมีความยาวตัวถังประมาณ 5.5 เมตร ความสูง 1.78 เมตร ความกว้าง 2.01 เมตร และมีฐานล้อที่ยาวถึง 3.4 เมตร ซึ่งทำให้ห้องโดยสารภายในกว้างขวางเป็นพิเศษ
💡 แนวคิดการออกแบบ: Smart Luxury & Social Space
แนวคิดหลักในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าซีรี่ส์ “Sphere” คือการสร้าง “ระบบนิเวศใหม่ (Ecosystem)” ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างอิสระ พร้อมบริการดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น
Urbansphere ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเพียงยานพาหนะสำหรับการเดินทางเท่านั้น แต่ถูกมองว่าเป็น “สิ่งอำนวยความสะดวกแห่งอนาคต” ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่การจองร้านอาหาร การช็อปปิ้งออนไลน์ การตรวจสุขภาพ การให้บริการผู้โดยสารถึงที่พัก การหาที่จอดรถ ไปจนถึงการค้นหาจุดชาร์จแบตเตอรี่
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราและนวัตกรรม (Interior Innovation)
หัวใจหลักของ Urbansphere คือการออกแบบภายในที่เน้นให้เกิดความสบายสูงสุดและความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารแต่ละคน
การออกแบบ “ภายในสู่ภายนอก” (Inside-Out Design): เป็นแนวคิดที่ทำให้รถต้นแบบตระกูล “Sphere” มีพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางเป็นพิเศษ เบาะนั่งทั้ง 4 ตำแหน่งได้รับการออกแบบให้สามารถหมุนออกด้านนอกได้เมื่อเปิดประตู เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสนทนาโต้ตอบกันได้อย่างสะดวกสบาย
ระบบ “พรมแดง” (Red Carpet Effect): เมื่อประตูเปิดออก ไฟ LED สีแดงจะส่องสว่างลงบนพื้นบริเวณประตู ทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจและเพิ่มบรรยากาศของความหรูหราเหมือนการก้าวเข้าสู่ห้องรับรองระดับเฟิร์สคลาส
เบาะนั่งและพื้นที่วางขา (Seating & Legroom): ผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์การนั่งที่สะดวกสบายด้วยเบาะนั่งขนาดใหญ่ที่สามารถปรับระดับได้สูง โดยเฉพาะเบาะหลังที่มีพื้นที่วางขาเหลือเฟือและสามารถปรับเอนได้สูงสุดถึง 60 องศา
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและความเป็นส่วนตัว (Connectivity & Privacy): เพื่อเพิ่มประสบการณ์ความเป็นส่วนตัวสูงสุด จะมีลำโพงติดตั้งอยู่ที่พนักพิงศีรษะและจอแสดงผลส่วนตัวในแต่ละตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอ OLED แบบโปร่งใสขนาดยักษ์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับรับชมร่วมกัน ซึ่งสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน
เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Features): ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับกระจกบานใหญ่เพื่อชมทิวทัศน์ภายนอก พร้อมด้วยแอปพลิเคชันตรวจจับความเครียด (Stress Monitoring) และแอปพลิเคชันทำสมาธิ นอกจากนี้ยังมีตู้กดน้ำและแก้วน้ำติดตั้งอยู่ที่ด้านหลัง
วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Materials): เบาะนั่งทำจากผ้าขนสัตว์คุณภาพสูงและบุด้วย Econyl ซึ่งเป็นเส้นใยโพลีเอไมด์ที่ผลิตจากการรีไซเคิล ส่วนผ้าที่ใช้กับที่วางแขนและภายในห้องโดยสารด้านหลังทำจาก ไม้ไผ่ (Bamboo) สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความรักษ์โลก
เทคโนโลยี “Invisible Displays” (หน้าจอซ่อนรูป): บริเวณคอนโซลหน้าและแผงอุปกรณ์ต่างๆ ถูกออกแบบให้ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เมื่อไม่ใช้งาน ผู้ใช้จะมองเห็นเพียงพื้นผิวที่ทำจากไม้ฮอร์นบีม (Hornbeam) ที่มีความละเอียดสวยงาม แต่เมื่อเปิดใช้งานผ่านระบบสัมผัส หน้าจอจะฉายลงบนพื้นผิวส่วนหน้า แสดงข้อมูลการเดินทาง เพลง หรือระบบนำทาง
การควบคุมด้วยท่าทาง (Gesture Control): ตัวควบคุมระบบ MMI แบบไม่สัมผัสที่ติดตั้งอยู่ที่ประตู ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถได้ด้วยการขยับตัวหรือการวาดมือในอากาศ แม้ว่าจะกำลังเอนพักผ่อนอยู่บนเบาะก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีแว่นตา VR ซ่อนอยู่ที่ประตูเพื่อเพิ่มความบันเทิงระหว่างการเดินทาง
ระบบกล้องและระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Advanced Camera & Safety Systems): ติดตั้งกล้องรอบคันเพื่อตรวจสอบสายตาและการเคลื่อนไหวของผู้โดยสาร พร้อมทั้งเทคโนโลยีการตรวจจับความเครียด เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุด
ระบบการขับเคลื่อนและพลังงาน (Drivetrain & Powertrain)
Urbansphere ได้รับการออกแบบให้ใช้ Premium Platform Electric (PPE) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาร่วมกับปอร์เช่ (Porsche) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังรวมของระบบ 295 กิโลวัตต์ (401 PS) และแรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร
ระยะทางการขับขี่ (Driving Range): แบตเตอรี่ใต้พื้นรถมีความจุมากกว่า 120 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (kWh) สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP (World Harmonized Light Vehicles Test Procedure)
ระบบชาร์จที่รวดเร็ว (Ultra-Fast Charging): ใช้แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ DC แบบเร็ว (Fast Charge) ได้สูงถึง 270 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จไฟจาก