![[ครบชุด] T0105029 กชายท เป นหมอ ไล แม เด นทางมาแต ไกลจากต างจ งหว ดให กล บบ าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260503_233332.jpg)
Rolls-Royce Phantom ฉลองครบรอบ 118 ปี: มรดกแห่งสุดยอดยนตรกรรมที่ก้าวข้ามกาลเวลา
ในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2026 ถือเป็นวันครบรอบปีที่สำคัญของแบรนด์ Rolls-Royce Motor Cars กับการเดินทางอันยาวนานกว่าศตวรรษของยนตรกรรมอันเป็นนิยามของความหรูหราที่สุดในโลกอย่าง Rolls-Royce Phantom ยนตรกรรมคันนี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะและรสนิยม แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน โดยได้รับการยกย่องจากผู้ครอบครองทั่วโลกในฐานะยานยนต์ที่ดีที่สุดในโลกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Rolls-Royce Phantom เจเนอเรชันที่ 8 (Phantom VIII) ที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ Henry Royce ที่ว่า “สิ่งเล็ก ๆ ทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบ แต่ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่สิ่งเล็กน้อย”
ย้อนรอยปฐมบทความยิ่งใหญ่
เรื่องราวเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1904 ณ โรงแรม Midland เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อสองผู้ก่อตั้งผู้ยิ่งใหญ่ได้มาบรรจบพบกัน คือ Henry Royce อัจฉริยะด้านวิศวกรรมผู้โดดเด่น และ The Hon. Charles Stewart Rolls ผู้มีพรสวรรค์ด้านการประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์ ในขณะนั้น อุตสาหกรรมยานยนต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยผู้ผลิตรถยนต์หรูส่วนใหญ่จะผลิตเพียงโครงสร้างพื้นฐานของรถ เรียกว่า “Rolling Chassis” ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และช่วงล่าง ก่อนที่ตัวถังรถจะถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทรับจ้างอิสระ (Coachbuilders) ตามความต้องการเฉพาะของเจ้าของรถ
ในช่วงเริ่มต้น การปรับปรุงด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของรถยนต์มุ่งเน้นไปที่สมรรถนะทางเทคนิคเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงความเสถียร ความสามารถในการขับเคลื่อนบนทางลาดชัน การควบคุมที่ง่ายดาย และระดับเสียงที่นุ่มนวล (Noise, Vibration, and Harshness – NVH) Rolls-Royce Phantom ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยคุณภาพและการออกแบบที่โดดเด่นของโครงรถยนต์ (Rolling Chassis) ที่มีความแข็งแกร่งและทนทาน ทำให้บริษัทผู้รับจ้างตัวถังสามารถรังสรรค์งานฝีมือชั้นเลิศที่ประณีตที่สุดเพื่อประกอบเข้ากับแชสซีนี้
การปฏิวัติวงการยนตรกรรม
ในปี ค.ศ. 1925 ถือกำเนิด Rolls-Royce Phantom I ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งยุคใหม่ของยนตรกรรมภายใต้ชื่อนี้ ด้วยแรงบิดที่ต่ำ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลราวกับ “พรมวิเศษ” Phantom I ได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะพื้นฐานของยนตรกรรม Rolls-Royce ที่จะสืบทอดกันไปอีกกว่าร้อยปี นับแต่นั้นมา Rolls-Royce ก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนา จนกระทั่งปี ค.ศ. 1929 จึงได้เปิดตัว Phantom II ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีอีกขั้น ต่อมาในปี ค.ศ. 1930 บริษัทฯ ได้นำเสนอ Phantom II Continental ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการขับรถด้วยตนเองและมองหารถยนต์ที่เน้นสมรรถนะมากกว่า โดยยังคงผลิตรถยนต์ฐานล้อยาว “มาตรฐาน” สำหรับผู้โดยสารที่มีคนขับ โดยแนวทางปฏิบัตินี้ได้กลายเป็นต้นแบบของ Phantom และ Phantom Extended ในปัจจุบัน
ในช่วงทศวรรษ 1930s แม้ว่า Phantom II Continental จะสามารถเร่งความเร็วได้สูงถึง 95 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากับคู่แข่งบางราย บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจนำประสบการณ์จากอุตสาหกรรมการบินมาประยุกต์ใช้ โดยการพัฒนาเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตรใหม่ติดตั้งบนแชสซีใหม่ ส่งผลให้ Phantom III สามารถทำความเร็วได้สูงกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้จะประกอบเข้ากับตัวถังที่ทำจากวัสดุสั่งผลิตพิเศษที่มีน้ำหนักเบา
การปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความหรูหราแห่งศตวรรษที่ 21
ในช่วงปี ค.ศ. 2003 Rolls-Royce Motor Cars ได้ประกาศยุติการใช้โครงรถแบบตัวถังชิ้นเดียว (Monocoque) ที่ใช้ในรถยนต์โดยทั่วไป และเริ่มสร้างรถยนต์ด้วยสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) ซึ่งเป็นโครงสร้างสเปซเฟรมอลูมิเนียมทั้งหมดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยนตรกรรม Rolls-Royce ทุกรุ่นในอนาคต ยนตรกรรมรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้คือ Phantom VIII ซึ่งถือเป็นนิยามใหม่ของความหรูหราที่ผสมผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Phantom VIII: ที่สุดของความหรูหราเหนือกาลเวลา (2026)
ณ ปี ค.ศ. 2026 Rolls-Royce Phantom VIII ไม่ได้เป็นเพียงยนตรกรรมหรู แต่เป็นมากกว่านั้นในฐานะ “งานศิลปะที่มีชีวิต” ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากความมุ่งมั่นในงานฝีมือและนวัตกรรมของแบรนด์ การเปิดตัว Phantom VIII เป็นการตอกย้ำpositionของแบรนด์ในตลาดรถยนต์ซูเปอร์ลักชัวรี โดย Phantom VIII มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) ซึ่งเป็นโครงสร้างสเปซเฟรมอลูมิเนียมทั้งหมดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยนตรกรรมในอนาคตทุกคันที่ผลิตที่ Home of Rolls-Royce
การออกแบบและสุนทรียศาสตร์: การผสานผสานความงดงามแบบดั้งเดิมและสไตล์ร่วมสมัย
Rolls-Royce Phantom VIII ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างสรรค์แบบ Bespoke ที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้เกิดโปรเจกต์ที่มีความทะเยอทะยานและท้าทายทางเทคนิคมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาโดยทีมงานนักออกแบบ วิศวกร และช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์ ยนตรกรรมรุ่นนี้เป็นรุ่นเดียวของโรลส์-รอยซ์ ที่มี “The Gallery” แผ่นกระจกชิ้นเดียวที่พาดผ่านเต็มแนวกว้างของส่วนแผงหน้ารถ ซึ่งลูกค้าสามารถจัดแสดงผลงานศิลปะหรืองานออกแบบที่ได้รับคำสั่งผลิตพิเศษภายใต้แผ่นกระจกนั้น
รูปทรงภายนอก: สุนทรียะแห่งการเคลื่อนไหว
ในด้านการออกแบบ Rolls-Royce Phantom VIII มีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่สื่อถึงความเป็นยานยนต์ Phantom อย่างชัดเจนผ่านการปรับเปลี่ยนรูปทรงของตะแกรงหน้ารถทรงแพนธีออน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบรถยนต์รุ่นนี้ โดยส่วนตะแกรงถูกยกสูงขึ้นกว่ารุ่น Phantom VII เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ Spirit of Ecstasy ที่วางตำแหน่งสูงกว่าเดิมประมาณครึ่งนิ้ว การตกแต่งหน้าปัดไฟหน้าด้วยกระจกฝ้าให้ความรู้สึกเปิดกว้างและมีชีวิตชีวา พร้อมไฟวงแหวนสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันและระบบไฟเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สามารถส่องสว่างบนถนนได้ไกลถึง 600 เมตร
รูปทรงที่ลื่นไหลเกิดจากงานประกอบโครงรถโดยช่างฝีมือที่มอบความสวยงามและรอยต่อที่ประณีตบนตัวรถ โครงเส้นหลักที่ลากจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง เริ่มต้นจากขอบบนของตะแกรงหน้าที่ลากออกด้านนอกไปตามข้างตัวรถไล่จนถึงด้านหลัง ทำให้ Phantom VIII มอบความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ส่วนแนวเส้นปีกด้านหน้าที่ค่อย ๆ เลือนไปหลังมือจับประตูสื่อถึงสัมผัสแห่งการก้าวเดินไปข้างหน้าและความไหลลื่นของยานยนต์ ชิ้นส่วนตะแกรงหน้าผลิตจากสเตนเลสขัดมันโดยช่างฝีมือ ซึ่งเป็นวัสดุที่ช่วยเสริมความล้ำค่าและความงดงามที่เหนือกาลเวลา รวมถึงภาพลักษณ์ของสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ของ Phantom VIII ขอบด้านบนของตะแกรงตกแต่งด้วยแถบสเตนเลสที่โค้งรับไปตามขอบบนของกระโปรงรถและล้อมรอบบานกระจกหน้า ช่วยขับเน้นความยาวของกระโปรงรถ และเชื่อมโยงห้องโดยสารให้คล้อยลงสู่ส่วนล่างของตัวรถอย่างลื่นไหลเมื่อตัวรถเคลื่อนผ่านไปอย่างพลิ้วไหว
รูปทรงด้านข้างของ Phantom VIII ออกแบบในสัดส่วน 2:1 อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งทำให้รถยนต์ Phantom ทุกรุ่นเป็นที่ชื่นชอบของนักขับมาโดยตลอด โดยตัวรถด้านหน้าจะสั้นและด้านหลังถูกออกแบบให้ยื่นยาว ส่วนหน้าจะเชิดขึ้นและไหลลื่นต่อเนื่องไปยังส่วนท้ายโดยรูปทรงจากด้านท้ายของตัวรถในด้านข้างจะเป็นม้วนเป็นวงกลมมาที่ด้านหน้าและนำสายตาไปยังส่วนล้อหน้า โครงสเตนเลสด้านข้างแบบชิ้น