น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กฝากข้อความถึง รศ.ดร.อานนท์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้เขียนข้อความาถึงพ่อแม่ของ สส.ไอซ์ โดยระบุว่า “แม่เธอน่าจะเป็น sex worker”
โดย สส.ไอซ์ เขียนข้อความว่า “นี่คือสิ่งที่ต้องเจอทุกวันๆ ตั้งแต่เป็นนักการเมือง อย่างเบาหน่อย ก็ด่าว่าเป็นสก๊อย เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ บ้างก็กล่าวหาว่าเป็นกระหรี่ เป็นเด็กเสี่ย หรือเป็นเมียน้อยใครสักคน มีการเอารูปไปตัดต่อให้เสื่อมเสียพร้อมคำเหยียดหยามสาระพัด ใช้ AI ทำเป็นคลิปอนาจาร สร้างข่าวปลอมมาใส่ร้ายป้ายสีทุกวัน หนักขึ้นมาหน่อยก็โดนฟ้อง ฟ้องปิดปาก ถูกขู่ ถูกคุกคาม ถูก sexual harassment ทั้งท่าทีและคำพูด และไม่นานมานี้ก็ถึงขั้นถึงตัวทำร้ายร่างกาย ล่าสุดลามไปกล่าวหาบุคคลอื่นๆในครอบครัว ไม่เข้าใจว่าคุณมีสิทธิ์มากล่าวหาพ่อแม่คนอื่นได้เป็นเรื่องราวขนาดนี้ได้ยังไง
ทุกคนได้อ่านข้อความนี้แล้วทุกคนรู้สึกยังไงบ้างคะ ?
สิ่งที่เราคิดคือทำไมกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มคนรักสถานบัน ถึงได้กล้าพฤติกรรมที่น่ารังเกียจทุกรูปแบบกับคนอื่นโดยอ้างความจงรักภักดี คุณจะไม่ชอบนักการเมืองคนไหน การวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอทำได้เต็มที่กับบุคคลนั้นๆ แต่ถึงขึ้นกล่าวหาพ่อ แม่คนอื่นด้วยถ้อยคำเหยียดหยามลดทอนคุณค่าแบบนี้ ตัวดิฉันเองที่เติบโตมาในสังคมที่แย่มากๆไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน อย่างที่ผู้โพสต์กล่าวหายังไม่คิดทำอะไรแบบนี้กับพ่อแม่ใครเลย ดิฉันสนับสนุนหลักการ เรื่อง free speech เสมอมา แต่อันนี้มันเข้าข่ายเป็น hate speech ทำไมคนที่แอบอ้างตัวเองว่ารักสถาบันกว่าใครและต้องการปกป้องสถาบัน ถึงเลือกใช้วิธีลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคนที่เห็นต่าง แทนที่จะถกเถียงกันด้วยวิธีอย่างคนที่ได้รับการอบรมมาบ้างแล้วใช่กัน เถียงด้วยเห็นผลหักล้างกันด้วยตรรกะ
สุดท้ายดิฉันมีกลุ่มคนที่อยากสื่อสารด้วย อยู่ 3 กลุ่ม
1)ผู้บริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ – NIDA
ที่ผ่านมาดิฉันเข้าใจดี ว่าสถาบันเป็นกลางทางการเมือง และไม่ได้ห้ามให้บุคลากรของสถาบันแสดงความเห็นต่างๆทางการเมืองในช่องทางต่างๆและสื่อสาธารณะซึ่งเป็นเรื่องน่ายกย่อง
สุดยอดไฮเปอร์คาร์แห่งปี 2025: 5 อันดับรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก
ในโลกยานยนต์ยุคใหม่ ที่เทคโนโลยีและวิศวกรรมก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง “ไฮเปอร์คาร์” คือนิยามของยานพาหนะที่ผสมผสานสุดยอดสมรรถนะ ดีไซน์ล้ำสมัย และนวัตกรรมอันไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วสูงสุดและสมรรถนะอันน่าทึ่ง วันนี้เราจะพาคุณไปสำรวจ 5 อันดับสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากความอัจฉริยะของมนุษย์ ที่สามารถรีดพลังและความเร็วออกมาได้อย่างเหนือความคาดหมาย
การจัดอันดับสุดยอดไฮเปอร์คาร์ประจำปี 2025 นี้ ได้ผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใช้ วัสดุที่เลือกใช้ในการผลิต รวมถึงการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือรายชื่อรถยนต์ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ความเร็ว” ที่จับต้องได้:
SSC Tuatara: พลังแห่งสายลมที่ไร้ขีดจำกัด
SSC Tuatara คือชื่อที่ปรากฏอยู่บนจุดสูงสุดของตารางอันดับรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ด้วยการประกาศศักดาอันน่าเกรงขามจาก SSC North America ไฮเปอร์คาร์คันนี้ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวิศวกรรมที่เกิดขึ้นในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ราว 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการผลิตที่จำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก SSC Tuatara ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนิยามของ “ความเร็ว”
รูปลักษณ์ภายนอกของ Tuatara สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังแฝง ดีไซน์ที่เฉียบคมและลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ที่ดูดุดัน แต่ยังช่วยลดแรงต้านอากาศขณะพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง ไฟหน้า LED รูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่และช่องดักอากาศที่ดุดัน ไฟท้าย LED แบบเรียวยาวตัดกับสปอยเลอร์หลังที่สง่างาม ทำให้ Tuatara มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ ไม่ว่าคุณจะมองจากมุมไหน
แต่เบื้องหลังรูปลักษณ์อันน่าดึงดูดนั้น ซ่อนพลังมหาศาลที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมา SSC Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 5.9 ลิตร ซึ่งได้รับการปรับแต่งมาอย่างสุดขีดเพื่อมอบพละกำลังสูงสุดถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,617 นิวตัน-เมตร เมื่อจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ที่ส่งกำลังสู่ล้อหลัง Tuatara สามารถปลดปล่อยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.5 วินาที และที่สำคัญที่สุด คือความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าทะลุขีดจำกัดไปถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ SSC Tuatara ครองตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” อย่างแท้จริงในปี 2025
Bugatti Chiron Super Sport 300+: พลังแห่งตำนานที่ทะลุขีดจำกัด
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือชื่อที่สองที่ปรากฏในลิสต์สุดยอดไฮเปอร์คาร์แห่งปี 2025 เป็นผลผลิตจากแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการผลิตที่จำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก การผลิตจำนวนน้อยนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความพิเศษและสมรรถนะที่เหนือชั้นของ Chiron Super Sport 300+
ภายนอกของ Chiron Super Sport 300+ สะท้อนถึงเอกลักษณ์อันดุดันและทรงพลังของ Bugatti การออกแบบที่เน้นความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว และความสปอร์ตสูงสุด มาพร้อมเส้นสายที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการทำความเร็วระดับโลก การตกแต่งภายในห้องโดยสารนั้น เปรียบเสมือนการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราและความเป็นสปอร์ตขั้นสูง ใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยมอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ในทุกรายละเอียด เบาะนั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อรองรับผู้ขับขี่ในทุกสภาวะการขับขี่ที่รวดเร็ว มอบทั้งความสบายและความมั่นคง
ภายใต้เปลือกนอกอันน่าเกรงขาม Bugatti Chiron Super Sport 300+ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 อันเป็นสัญลักษณ์ของ Bugatti ขนาด 8.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทอร์โบชาร์จถึงสี่ตัว เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้สามารถรีดกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร การทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่แม่นยำและรวดเร็ว ทำให้ Chiron Super Sport 300+ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.4 วินาที และสามารถพุ่งทะยานสู่ความเร็วสูงสุดถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการตอกย้ำสถานะของ Bugatti ในฐานะผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์ระดับแนวหน้าของโลก
Hennessey Venom F5: อสูรแห่งความเร็วที่ถูกสร้างขึ้น
Hennessey Venom F5 คือหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองที่สุดประจำปี 2025 พัฒนาและผลิตโดย Hennessey Special Vehicles ซึ่งเป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อในด้านการปรับแต่งและสร้างสรรค์รถยนต์สมรรถนะสูง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นราว 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการผลิตที่จำกัดเพียง 24 คันทั่วโลก Hennessey Venom F5 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดของความเร็วอย่างแท้จริง
รูปลักษณ์ภายนอกของ Venom F5 แสดงออกถึงความหรูหรา สง่างาม และความทันสมัย การออกแบบที่ไหลลื่นตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงาม แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้ถึงขีดสุด การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย เบาะนั่งแบบ Bucket Seat ที่ทำจากหนัง Alcantara ช่วยโอบกระชับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมปุ่มควบคุมที่เข้าถึงง่าย และแผงหน้าปัดดิจิทัลพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว แสดงข้อมูลสำคัญได้อย่างชัดเจน
หัวใจหลักของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุด สามารถสร้างกำลังได้ถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ด้วยพละกำลังที่มหาศาลนี้ Venom F5 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Hennessey Venom F5 ไม่ใช่เพียงรถที่เร็ว แต่คือผลงานชิ้นเอกที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ Hennessey ในการสร้างสรรค์สุดยอดไฮเปอร์คาร์
Bugatti Bolide: อนาคตแห่งสนามแข่งในรูปแบบไฮเปอร์คาร์
Bugatti Bolide คืออีกหนึ่งตัวแทนจาก Bugatti ที่ปรากฏในลิสต์สุดยอดไฮเปอร์คาร์แห่งปี 2025 การออกแบบและพัฒนาโดย Bugatti Engineering GmbH จากประเทศเยอรมนี เปิดตัวในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตจำกัดเพียง 40 คันทั่วโลก Bolide ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งที่เหนือระดับให้กับผู้ครอบครอง
ดีไซน์ภายนอกของ Bugatti Bolide นั้นโดดเด่นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่เฉียบคม ดุดัน และได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง Formula 1 ไฟหน้าทรงกลม LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ช่วยลดแรงปะทะของอากาศและเพิ่มแรงกดลงบนพื้น ส่วนด้านข้างมีช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ หลังคารถที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของรถและปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น Bolide คือนิยามใหม่ของไฮเปอร์คาร์ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ในสนามแข่งเป็นหลัก
หัวใจของ Bugatti Bolide คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง สามารถให้กำลังได้ถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาเพียง 1,240 กิโลกรัม ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีรถแข่งมาประยุกต์ใช้ในไฮเปอร์คาร์สำหรับผู้ที่ต้องการที่สุดของสมรรถนะ
Devel Sixteen: สุริยะแห่งความเร็วจากทะเลทราย
Devel Sixteen คือไฮเปอร์คาร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกคันในลิสต์ปี 2025 พัฒนาและผลิตโดย Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นราว 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Devel Sixteen ถือเป็นรถที่สร้างความฮือฮาด้วยดีไซน์อันดุดันและสมรรถนะที่ถูกกล่าวอ้างว่าทรงพลังอย่างมหาศาล
รูปลักษณ์ภายนอกของ Devel Sixteen สะท้อนถึงความดุดัน โฉบเฉี่ยว และความสปอร์ตขั้นสูงสุด ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สวยงามผสานกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลัง ไฟท้ายแบบเรียวยาวและสปอยเลอร์หลังที่เสริมความดุดัน สร้างภาพลักษณ์ที่สะดุดตาอย่างไม่เหมือนใคร ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม เช่น หนังแท้ คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม มอบทั้งความสบายและความรู้สึกสปอร์ต
แม้ข้อมูลทางเทคนิคอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเร็วสูงสุดของ Devel Sixteen อาจมีการเปลี่ยนแปลงและต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม แต่สมรรถนะที่ถูกกล่าวอ้างนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง ด้วยเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อมอบพละกำลังในระดับสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำความเร็วที่เหนือกว่าไฮเปอร์คาร์ส่วนใหญ่ในตลาด Devel Sixteen เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความทะเยอทะยานในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก
บทสรุปแห่งความเร็ว
โลกของไฮเปอร์คาร์คือสนามประลองของสุดยอดวิศวกรรม นวัตกรรม และความฝันอันไร้ขีดจำกัด รถยนต์ทั้ง 5 รุ่นนี้คือตัวแทนของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะและความเร็วไปสู่ระดับใหม่ แต่ละคันล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงปรัชญาและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ผู้สร้าง
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็วอันเร้าใจและเทคโนโลยีแห่งอนาคต การทำความรู้จักกับสุดยอดไฮเปอร์คาร์เหล่านี้ จะจุดประกายความปรารถนาและความใฝ่ฝันของคุณให้ก้าวไปอีกขั้น มาร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความเร็วเหนือระดับ และค้นหาสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้!

