น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กฝากถึง รศ.ดร.อานนท์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้เขียนข้อความมาถึงพ่อแม่ของ สส.ไอซ์ โดยระบุว่า “แม่เธอน่าจะเป็น sex worker”
โดย สส.ไอซ์ เขียนข้อความว่า “นี่คือสิ่งที่ต้องเจอทุกวันๆ ตั้งแต่เป็นนักการเมือง อย่างเบาหน่อย ก็ด่าว่าเป็นสก๊อย เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ บ้างก็กล่าวหาว่าเป็นกระหรี่ เป็นเด็กเสี่ย หรือเป็นเมียน้อยใครสักคน มีการเอารูปไปตัดต่อให้เสื่อมเสียพร้อมคำเหยียดหยามสาระพัด ใช้ AI ทำเป็นคลิปอนาจาร สร้างข่าวปลอมมาใส่ร้ายป้ายสีทุกวัน หนักขึ้นมาหน่อยก็โดนฟ้อง ฟ้องปิดปาก ถูกขู่ ถูกคุกคาม ถูก sexual harassment ทั้งท่าทีและคำพูด และไม่นานมานี้ก็ถึงขั้นถึงตัวทำร้ายร่างกาย ล่าสุดลามไปกล่าวหาบุคคลอื่นๆในครอบครัว ไม่เข้าใจว่าคุณมีสิทธิ์มากล่าวหาพ่อแม่คนอื่นได้เป็นเรื่องราวขนาดนี้ได้ยังไง
ทุกคนได้อ่านข้อความนี้แล้วทุกคนรู้สึกยังไงบ้างคะ ?
สิ่งที่เราคิดคือทำไมกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มคนรักสถานบัน ถึงได้กล้าพฤติกรรมที่น่ารังเกียจทุกรูปแบบกับคนอื่นโดยอ้างความจงรักภักดี คุณจะไม่ชอบนักการเมืองคนไหน การวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอทำได้เต็มที่กับบุคคลนั้นๆ แต่ถึงขึ้นกล่าวหาพ่อ แม่คนอื่นด้วยถ้อยคำเหยียดหยามลดทอนคุณค่าแบบนี้ ตัวดิฉันเองที่เติบโตมาในสังคมที่แย่มากๆไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน อย่างที่ผู้โพสต์กล่าวหายังไม่คิดทำอะไรแบบนี้กับพ่อแม่ใครเลย ดิฉันสนับสนุนหลักการ เรื่อง free speech เสมอมา แต่อันนี้มันเข้าข่ายเป็น hate speech ทำไมคนที่แอบอ้างตัวเองว่ารักสถาบันกว่าใครและต้องการปกป้องสถาบัน ถึงเลือกใช้วิธีลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคนที่เห็นต่าง แทนที่จะถกเถียงกันด้วยวิธีอย่างคนที่ได้รับการอบรมมาบ้างแล้วใช่กัน เถียงด้วยเห็นผลหักล้างกันด้วยตรรกะ
สุดท้ายดิฉันมีกลุ่มคนที่อยากสื่อสารด้วย อยู่ 3 กลุ่ม

สุดยอดขุมพลังปี 2025: 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ต้องจับตา
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูงที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง คลาสของ “ไฮเปอร์คาร์” คือนิยามของสุดยอดเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเร็วที่มนุษย์สามารถสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ นี่ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อที่ผสมผสานการออกแบบสุดล้ำ สมรรถนะที่เหนือขีดจำกัด และแน่นอน… ราคาที่สะท้อนถึงความพิเศษ สำหรับผู้หลงใหลในความเร็วและความแรง การได้สัมผัสกับไฮเปอร์คาร์สักคัน ถือเป็นความฝันสูงสุด และคำถามที่ว่า “รถคันไหนคือที่สุดของที่สุดด้านความเร็ว” ยังคงเป็นที่ถกเถียงเสมอ วันนี้ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกของไฮเปอร์คาร์ระดับแถวหน้า อัปเดตข้อมูลล่าสุดสู่ปี 2025 เพื่อสำรวจ 5 อันดับรถที่เร็วที่สุดในโลก ที่จะทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงไปกับความเร็วอันน่าทึ่ง
เจาะลึก 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025
การจัดอันดับนี้ พิจารณาจากตัวเลขความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยัน หรือมีศักยภาพในการทำได้จริง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีและวิศวกรรมอันล้ำสมัยที่บรรจุอยู่ในรถแต่ละคัน มาดูกันว่าแบรนด์ใดและรุ่นใดบ้างที่จะเข้ามาเขย่าวงการไฮเปอร์คาร์ในปีนี้
SSC Tuatara: มาตรฐานใหม่แห่งความเร็วสูงสุด
SSC Tuatara ยังคงยืนหยัดในตำแหน่งสุดยอดแห่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประกาศตัวเลขความเร็วที่น่าตื่นตะลึงและได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ รถคันนี้คือผลผลิตจาก SSC North America ที่ได้แสดงให้โลกเห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของการออกแบบและวิศวกรรมยานยนต์ที่มุ่งเน้นไปที่การทำลายทุกสถิติ Tuatara ไม่ใช่แค่รถที่เร็วที่สุด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยี
การออกแบบที่ไร้ที่ติ: รูปลักษณ์ภายนอกของ SSC Tuatara สะท้อนถึงหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง เส้นสายที่เฉียบคมและลู่ลมถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศให้เหลือน้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงกด (downforce) ที่เหมาะสมเพื่อการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม ไฟหน้า LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ดูดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ และสปอยเลอร์หลังที่ปรับระดับได้ ล้วนบ่งบอกถึงความตั้งใจในการสร้างรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใช้วัสดุเกรดพรีเมียม เช่น หนัง Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมการจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างแม่นยำและสะดวกสบาย
ขุมพลังที่เหนือคำบรรยาย: หัวใจของ SSC Tuatara คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 5.9 ลิตร ที่สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85 และมีแรงบิดมหาศาลถึง 1,617 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ ทำให้การส่งกำลังทำได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และที่สำคัญคือความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าสามารถทะลุ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายๆ ตัวเลขความเร็วสูงสุดที่เคยทำได้นั้นอยู่ที่ 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการตอกย้ำสถานะ “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ของ SSC Tuatara ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานแห่งความเร็วที่ยังคงอยู่
Bugatti Chiron Super Sport 300+ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นรถโปรดักชั่นคันแรกที่สามารถทำความเร็วเกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 482.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้สำเร็จ และแม้ว่าจะมีรุ่นใหม่ๆ ออกมา แต่สมรรถนะและความพิเศษของรุ่นนี้ก็ยังคงทำให้มันอยู่ในระดับแถวหน้าของการจัดอันดับรถที่เร็วที่สุดในโลกอยู่เสมอ
ดีไซน์ที่ทรงพลังและสง่างาม: Bugatti Chiron Super Sport 300+ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดุดันและแฝงด้วยความสง่างามตามแบบฉบับของ Bugatti การออกแบบที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นช่องรับอากาศขนาดใหญ่ ลิ้นหน้าที่ยื่นออกมา หรือสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบมาเพื่อรีดอากาศให้ไหลผ่านอย่างราบรื่น สีตัวถังพิเศษ “Nocturne” สีดำเงา สลับกับลายสีส้ม “Centenaire” ที่สะท้อนถึงมรดกแห่งความเร็วของแบรนด์ และการใช้คาร์บอนไฟเบอร์อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้รถคันนี้มีน้ำหนักเบาลงแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหนังแท้คุณภาพสูงและคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อให้ความรู้สึกสปอร์ตและเหนือระดับ
เครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์: ขุมพลังของ Chiron Super Sport 300+ มาจากเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่มีเทอร์โบชาร์จถึง 4 ตัว สามารถให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ได้รับการปรับปรุงมาเพื่อรองรับความเร็วสูงสุดโดยเฉพาะ ตัวเลขสมรรถนะที่น่าทึ่งคืออัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 2.4 วินาที และความเร็วสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ได้ถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่า Bugatti จะจำกัดความเร็วของรุ่นโปรดักชั่นที่ขายให้กับลูกค้าที่ 440 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ศักยภาพที่แท้จริงของมันนั้นเกินกว่านั้นไปมาก
Hennessey Venom F5: ปีศาจแห่งความเร็วจากอเมริกา
Hennessey Venom F5 คืออีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการก้าวข้ามขีดจำกัดของความเร็ว และการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้ Venom F5 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับทุกแบรนด์ในตลาดไฮเปอร์คาร์
การออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและดุดัน: Venom F5 มีการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันตามสไตล์อเมริกัน เส้นสายที่ลื่นไหลและทรงพลัง ผสมผสานกับการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาอย่างชาญฉลาด ทำให้ได้ทั้งความสวยงามตามหลักอากาศพลศาสตร์และสมรรถนะที่เหนือกว่า ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ และสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา เบาะนั่ง Bucket Seat ที่โอบกระชับลำตัวผู้ขับขี่ แผงคอนโซลดิจิทัลเต็มรูปแบบ และพวงมาลัยสปอร์ตที่ให้ความรู้สึกถึงการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ
ขุมพลังเหนือจินตนาการ: หัวใจสำคัญที่ทำให้ Hennessey Venom F5 น่าเกรงขามคือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร ที่ได้รับการโมดิฟายโดย Hennessey เอง สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,617 นิวตัน-เมตร ด้วยตัวเลขพละกำลังระดับนี้ ทำให้ Venom F5 สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที และมีศักยภาพในการทำความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ว่าสูงกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การที่ Hennessey ตั้งเป้าหมายที่จะทำลายสถิติความเร็วสูงสุดของโลก ทำให้ Venom F5 เป็นรถที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดในปี 2025
Bugatti Bolide: สัญลักษณ์แห่งสุดยอดสมรรถนะในสนามแข่ง
Bugatti Bolide ไม่ใช่ไฮเปอร์คาร์ธรรมดา แต่เป็นผลผลิตที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีจากรถแข่ง Formula 1 มาสู่รถที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง (แม้จะผลิตจำนวนจำกัดและราคาค่อนข้างสูง) Bolide ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียวคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร็วที่สุดและแม่นยำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง: รูปลักษณ์ภายนอกของ Bugatti Bolide นั้นแตกต่างจาก Chiron อย่างชัดเจน มันถูกออกแบบมาให้ดูดุดัน โฉบเฉี่ยว และมีกลิ่นอายของรถแข่ง Formula 1 อย่างเต็มตัว ไฟหน้าทรงกลม LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงยกและเพิ่มแรงกดที่ด้านหน้า ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และเบรก รวมถึงเส้นสายที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ทำให้ Bolide ดูเหมือนหลุดออกมาจากสนามแข่งจริงๆ การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาอย่างแพร่หลาย ทำให้รถคันนี้มีน้ำหนักเพียง 1,240 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะ
สมรรถนะที่ไร้เทียมทาน: Bugatti Bolide ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัวเช่นเดียวกับ Chiron แต่ได้รับการปรับแต่งให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักที่เบาหวิวและพละกำลังมหาศาล ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในบรรดารถที่มีรายชื่อนี้ และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide คือสุดยอดวิศวกรรมที่มอบทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
Devel Sixteen: ความฝันสุดขีดจากตะวันออกกลาง
Devel Sixteen คือไฮเปอร์คาร์ที่มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นและตัวเลขสมรรถนะที่น่าทึ่ง Devel Sixteen ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการยานยนต์
ดีไซน์ที่ดุดันและสปอร์ต: Devel Sixteen โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สะดุดตา กระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลัง ไฟท้ายเรียวยาว และสปอยเลอร์หลังที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ต ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม เช่น หนังชั้นดี คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะขัดเงา พร้อมเบาะนั่งสปอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ขับขี่ในการเดินทางด้วยความเร็วสูง
พลังที่เกินกว่าจะคาดเดา: Devel Sixteen ถูกกล่าวขานถึงศักยภาพในการทำความเร็วสูงสุดที่สูงถึง 560 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จะทำให้มันกลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าตัวเลขนี้จะยังคงเป็นที่ถกเถียงและรอการพิสูจน์ แต่ด้วยการออกแบบที่เน้นสมรรถนะและเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง (มีรายงานว่าใช้เครื่องยนต์ V16 Quad-Turbo) ทำให้ Devel Sixteen เป็นไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในด้านความเร็ว
อนาคตแห่งความเร็ว: การแข่งขันที่ไม่สิ้นสุด
ปี 2025 จะเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการไฮเปอร์คาร์ การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ยังคงดุเดือด และผู้ผลิตทุกรายต่างทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ระบบอากาศพลศาสตร์ หรือวัสดุที่ใช้ในการผลิต รถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ แต่ยังสะท้อนถึงความฝันและความปรารถนาอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์ในการก้าวข้ามขีดจำกัด
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว แรง และนวัตกรรมแห่งอนาคต การได้สัมผัสกับสุดยอดไฮเปอร์คาร์เหล่านี้สักครั้งในชีวิต ถือเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน และแน่นอนว่า โลกของยานยนต์สมรรถนะสูงจะยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่น่าทึ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดเร้าใจ! หากคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเร็วที่ไม่เคยหลับใหล ติดต่อเราเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของสุดยอดยนตรกรรมแห่งปี 2025 ที่จะเปลี่ยนนิยามของคุณเกี่ยวกับคำว่า “เร็วที่สุด” ไปตลอดกาล

