
MAXIM THAILAND: เปลี่ยนวิกฤตราคาน้ำมันเป็น “โอกาส” สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว
ตลาดรถยนต์ในประเทศ – 28 เมษายน 2569
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการตลาดรถยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ยุคที่น้ำมันยังคงครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ จนมาถึงปี 2569 ที่เรากำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อประเทศไทยประกาศยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง ทั้งในตลาดรถยนต์โดยรวม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ให้บริการเรียกรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ในระยะเวลาอันสั้น
ทว่า ท่ามกลางวิกฤตนี้ บริษัท MAXIM ประเทศไทย ไม่ได้นิ่งดูดาย แต่กลับมองเห็น ‘โอกาส’ ในการเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อย่างชาญฉลาด ผมมองว่านี่คือจังหวะทองที่แบรนด์จะสามารถสร้างความแตกต่าง และสร้างความผูกพันในระยะยาวกับผู้ใช้บริการ
ภัยคุกคามและมาตรการรับมือเร่งด่วน
หากคุณเป็นหนึ่งในคนขับรถให้บริการ หรือไรเดอร์ที่พึ่งพารายได้จากงานเหล่านี้ คุณคงตระหนักดีว่าต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นหมายถึงอะไร มันคือการที่กำลังซื้อลดลง ผู้โดยสารอาจหันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน หรือเลือกเจ้าอื่นที่ให้ราคาที่ดีกว่า ในภาวะเช่นนี้ คนขับที่รายได้แปรผันตามระยะทาง จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
สิ่งที่ MAXIM ประเทศไทย ทำนั้น ถือเป็นการตอบโต้ที่รวดเร็วและมีกลยุทธ์ มาตรการแรกคือการเยียวยาคนขับปัจจุบัน ผ่านหลากหลายแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจฟรีค่าคอมมิชชัน, แพ็กเกจค่าคอมมิชชันแบบเหมาจ่าย, โบนัสรายวันสำหรับคนขับที่มีใบอนุญาต, และ แคชแบ็กสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
“ในมุมมองของผมที่คลุกคลีกับคนขับมาตลอด การที่แพลตฟอร์มยอมเสียรายได้บางส่วนในระยะสั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพรายได้ของคนขับในระยะยาวนั้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ MAXIM ประเทศไทย กล่าว “เพราะสุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนของธุรกิจอยู่ที่จำนวนคนขับที่เข้มแข็ง และมีความสุขกับการทำงาน”
ผลลัพธ์แรกเริ่มปรากฏให้เห็น คนขับกว่า 3,000 รายได้รับประโยชน์จากแพ็กเกจฟรีค่าคอมมิชชันสำหรับการเดินทางระยะสั้น ส่วนโบนัสรายวันช่วยเพิ่มรายได้ราว 20% ต่อรอบงาน ซึ่งสำหรับคนขับที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนตัวและครอบครัว ตัวเลขเล็กๆ เหล่านี้มีความหมายมหาศาล นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แพลตฟอร์มยังมอบเงินสนับสนุนเฉพาะกิจให้แก่คนขับที่ให้บริการ ซึ่งช่วยลดภาระด้านการเงินในช่วงที่มีความต้องการใช้บริการสูงได้อย่างตรงจุด
ยานยนต์ไฟฟ้า: ก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ผมมองว่ามาตรการระยะสั้นเป็นเพียงการรักษาอาการ แต่กุญแจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว คือ การเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักของ MAXIM ในปี 2569 นี้
ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มได้เปิดให้บริการฟรีค่าคอมมิชชันใน 7 จังหวัด เพื่อจูงใจให้คนขับ EV มาร่วมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนขับที่ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า จะได้รับสิทธิพิเศษในการรับรายได้แบบเต็มจำนวน 100% จากค่าโดยสาร นี่คือข้อเสนอที่แทบจะไม่มีใครกล้าให้ในภาวะที่ตลาดแข่งขันดุเดือด
ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ คือ จำนวนออเดอร์ของคนขับ EV เพิ่มขึ้นถึง 9.8% ในสัปดาห์แรกที่เริ่มใช้มาตรการนี้ ขณะเดียวกัน จำนวนออเดอร์รวมบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงภาวะวิกฤตราคาน้ำมัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์การผลักดัน EV กำลังได้ผล
ปัจจุบัน สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นเป็น 14.6% โดยมีการเติบโตโดดเด่นในจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 11.2% รองลงมาคือกรุงเทพมหานครที่ 8.3% และหาดใหญ่ที่ 7.7% ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์ไฟฟ้าเป็นเพียงทางเลือก แต่เป็น เทรนด์หลัก ที่กำลังมาแรง และแพลตฟอร์มที่ตอบสนองกระแสนี้ก่อน จะเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรสถานีชาร์จ เพื่อสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของคนขับพาร์ตเนอร์ ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของคนขับ EV ได้อย่างมีนัยสำคัญ
การสร้างสมดุลระหว่างราคาและรายได้: หัวใจสำคัญของความสำเร็จ
ในภาวะที่ทุกคนต่างกำลังเผชิญกับวิกฤต การรักษาความสมดุลระหว่างการเข้าถึงบริการในราคาที่เหมาะสมของผู้โดยสาร และรายได้ของคนขับ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
MAXIM ประเทศไทย ได้พยายามรักษาเสถียรภาพของค่าโดยสาร โดยพยายามไม่ปรับราคาขึ้นตามต้นทุนการดำเนินงาน แม้จะแบกรับภาระมากขึ้นกว่า 15% ในบางกรณีก็ตาม “การทำให้ผู้โดยสารยังเข้าถึงบริการได้ในราคาเดิมในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและต่อผู้บริโภค” นายพงศ์พัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อไป แพลตฟอร์มก็พร้อมพิจารณามาตรการทางเลือก เพื่อให้ผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และคนขับยังคงมีโอกาสในการสร้างรายได้ แม้ในท้ายที่สุด อาจมีการปรับราคาในบางกรณีก็ตาม
ในมุมมองของผู้บริโภค การประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังมองหา หลายคนอาจกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าใหม่เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว แต่ในระยะสั้น การใช้บริการแพลตฟอร์มที่มีส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษ ก็ถือเป็นการประหยัดเงินที่ดีเช่นกัน
การเปรียบเทียบ: MAXIM vs. คู่แข่ง
หากเปรียบเทียบกับคู่แข่ง MAXIM ประเทศไทย มีความได้เปรียบตรงที่การเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาร่วมงานตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้สามารถสะสมฐานคนขับ EV ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่หลายแพลตฟอร์มยังคงลังเลและรอดูสถานการณ์
สำหรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าเอง การเลือกแพลตฟอร์มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด คือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณเป็นคนขับรถยนต์ไฟฟ้า การร่วมงานกับ MAXIM อาจเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากมีมาตรการสนับสนุนค่าคอมมิชชันสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ
อนาคต: ความท้าทายรออยู่ข้างหน้า
ปี 2569 เป็นปีที่ท้าทายอย่างแท้จริงสำหรับวงการตลาดรถยนต์และบริการขนส่งส่วนบุคคล แต่ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการวางรากฐานสำหรับอนาคต MAXIM ประเทศไทย กำลังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่พร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และนำพาแพลตฟอร์มไปสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน
What This Means for You (นี่หมายถึงอะไรสำหรับคุณ)
หากคุณเป็นผู้ใช้บริการ: คุณยังสามารถเข้าถึงบริการในราคาที่สมเหตุสมผล ในช่วงที่หลายบริการอาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น นอกจากนี้ หากคุณกำลังมองหา บริษัทให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ไฟฟ้าราคาส่ง เพื่อเข้าร่วมในธุรกิจเรียกรถยนต์ส่วนบุคคล MAXIM ประเทศไทย ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ
หากคุณเป็นผู้ขับขี่: ไม่ว่าคุณจะขับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฟฟ้า คุณควรตรวจสอบโปรโมชั่นและมาตรการสนับสนุนต่างๆ จาก MAXIM เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า การร่วมงานกับแพลตฟอร์มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด จะช่วยให้คุณคืนทุนได้เร็วขึ้น
Should You Buy, Wait, or Rent/Invest? (คุณควรซื้อ, รอ, หรือเช่า/ลงทุน?)
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า: ปี 2569 คือช่วงเวลาทอง เพราะมี โปรโมชั่นรถยนต์ไฟฟ้า 2026 ออกมามากมาย และผู้ผลิต