
ประวัติศาสตร์อันงดงามสู่ชีวิตยุคดิจิทัล: การเดินทางสู่อาณาจักรม้าลำพองของ Maserati
ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงรถยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่า 1 ทศวรรษ การได้มีโอกาสเยือนถิ่นกำเนิดของแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ตราตรึงใจอย่าง Maserati ถือเป็นความฝันที่กลายเป็นจริง วันนี้ผมกำลังจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับเบื้องลึกเบื้องหลังของแบรนด์ตรีศูล (Trident) ที่ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ผลิตยานยนต์ แต่คือศิลปะแห่งวิศวกรรมและสมรรถนะขั้นสูง ผ่านการเดินทางที่ยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งนำพาเราไปยังดินแดนแห่งอิตาลี ต้นกำเนิดของนวัตกรรมและดีไซน์ที่เหนือระดับ
การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการเหินฟ้าบนเครื่องบิน Boeing 777-300 เที่ยวบิน EK093 มุ่งหน้าสู่สนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี หลังจากที่เราเริ่มต้นทริปนี้ด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 จากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งตรงไปยังนครดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางระดับโลก จากนั้นเราก็ได้ต่อเครื่องเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง
ผมมาถึงอิตาลีอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะต้องยอมรับว่าไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าจะได้เหยียบแผ่นดินที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟรสเข้ม กลิ่นไอศกรีมเจลาโต้ที่ชวนหลงใหล แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสัน และเหนือสิ่งอื่นใดคืออุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ที่กำลังจะนำไปสู่การปฏิวัติในอนาคต ภายใต้กลุ่มบริษัท Stellantis (เดิมทีคือ FCA) ยักษ์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลี
ผมมาถึงเมือง Bologna และ Modena เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2024 พร้อมกับคณะสื่อมวลชนไทยอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงกลุ่ม VIP อีกกลุ่มหนึ่ง ตามคำเชิญของบริษัท MGC-Asia ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati จากประเทศอิตาลีอย่างเป็นทางการ ซึ่งล่าสุดได้ขยายธุรกิจและมีการรวมกลุ่มกับกลุ่มบริษัท Stellantis เพื่อเดินหน้าตลาดในเอเชียอย่างเต็มรูปแบบ
[What This Means for You]
สำหรับคนที่กำลังมองหารถสปอร์ตหรูที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ การตัดสินใจเลือกแบรนด์ Maserati คือการลงทุนในสมรรถนะและดีไซน์ระดับโลก วันนี้เราจะได้เห็นว่าทำไม Maserati จึงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น และมีแผนงานอะไรที่จะตอบสนองตลาดโลก
สำรวจถิ่นกำเนิด: Maserati Headquarters & Manufacturing
เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati นั้น การเดินทางของเราได้เริ่มต้นขึ้นที่สำนักงานใหญ่และโรงงาน ณ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของตำนานแห่งยนตรกรรมสปอร์ตอย่างแท้จริง
แรกเริ่มเดิมที พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นโรงงานเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1939 แม้ว่าในช่วงแรกกำลังการผลิตจะค่อนข้างจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 500 คันต่อปี แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ยานยนต์ชั้นเลิศ ต่อมาอาคารสูง 9 ชั้น สำนักงานใหญ่ โรงงานขนาดใหญ่ และอาคารจอดรถสำหรับพนักงานรวมถึงแขกผู้มาเยือน ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1997 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Ferrari อดีตคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ เข้ามาช่วยกอบกู้กิจการของ Maserati จนเกิดเป็นกลุ่มบริษัท Ferrari-Maserati Group ในช่วงนั้น
ในวันที่เราเดินทางไปเยี่ยมชมนั้น ความตระการตาของ Maserati Gran Cabrio สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำของแบรนด์ตรีศูล ได้จอดเด่นสง่าอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์ ไม่เพียงเท่านั้น เรายังได้เห็นรถ Maserati Levante S ซึ่งเป็นรุ่น SUV สปอร์ตสมรรถนะสูงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีรถแข่งรุ่นตำนานอย่าง Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 12 คันในโลก (และมีรถต้นแบบอีก 3 คันสำหรับทดสอบและโฆษณา) จัดแสดงอยู่ด้วย! (รถจำนวน 12 คัน ได้ถูกส่งมอบให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว)
รถ MC12 Corsa เป็นรถแข่งที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันในสนามตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT โดยมี Frank Stephenson ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบคอนเซปต์ของกลุ่ม Ferrari Maserati ในขณะนั้น เป็นผู้ควบคุมการออกแบบ ขุมพลังของรถคันนี้คือเครื่องยนต์ V12 สูบ ทำมุม 65 องศา, DOHC 48 วาล์ว ความจุ 5,998 ซีซี รหัส M144A อัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 โดยใช้ระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ที่ใช้ในรถ Ferrari Enzo
กำลังสูงสุดของ MC12 Corsa อยู่ที่ 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบต่อนาที เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2006 ด้วยราคา 1,000,000 ยูโร แต่ล่าสุด ผู้แทนจำหน่ายรถ Maserati ในสหรัฐอเมริกากำลังตั้งราคาขาย Maserati MC12 Corsa (รถมือสอง) ไว้สูงถึง 3,000,000 ยูโร!!! เนื่องจากรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการทดสอบส่วนบุคคลในสนามแข่ง หรือจัดแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรอง (homologated) เพื่อการขับขี่บนถนนสาธารณะหรือการแข่งขันรายการใดๆ ทั้งสิ้น
นอกเหนือจากการจัดแสดงเครื่องยนต์รุ่นสำคัญๆ และโครงสร้างตัวถังของรถแข่งในอดีตแล้ว ภายในบริเวณสำนักงานใหญ่ยังมี Maserati Collection Shop ซึ่งเป็นร้านขายของที่ระลึกที่ครบวงจร ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้จุกจิก ไปจนถึงหนังสือขนาดใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Maserati อีกด้วย
[Cost Breakdown / Pricing Impact]
การที่รถรุ่นเก่าอย่าง MC12 Corsa สามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึงสามเท่า แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ Maserati มีความสามารถในการรักษาคุณค่าและกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูงขึ้นในระยะยาว
มรดกแห่งความหลงใหล: Panini Motor Museum
จากนั้น เราได้เดินทางไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตชีสท้องถิ่นรสเลิศอย่าง Parmiggiano Reggiano ซึ่งอาจฟังดูแปลกใจว่าเราจะมาทำอะไรที่นี่ท่ามกลางโรงเลี้ยงวัวและโรงบ่มชีสขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของชีสก้อนโต
เหตุผลก็คือ ที่นี่คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของโรงงานผลิตชีส Hombre ซึ่งมีความรักและชื่นชอบในรถยนต์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Maserati ถึงขนาดที่สะสมรถสปอร์ตโบราณของ Maserati ได้มากถึง 22 คัน โดยมีรายการรถดังต่อไปนี้:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 รุ่นที่ พระองค์เจ้าพีระฯ ทรงใช้คว้าชัยชนะในสนามแข่งระดับโลก!
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
198