• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

สดุดี “11 ทหารกล้า” เสียขา ปกป้องอธิปไตย ไทย ชี้ชัด เขมรละเมิด “ออตตาวา”

admin79 by admin79
December 31, 2025
in Uncategorized
0
สดุดี “11 ทหารกล้า” เสียขา ปกป้องอธิปไตย ไทย ชี้ชัด เขมรละเมิด “ออตตาวา”

สงครามไทย-กัมพูชา ไม่เพียงให้ประเทศชาติต้องสูญเสียนักรบกล้าถึงจำนวน 42 นาย จากศึกปะทะ 2 รอบ รอบแรกระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค.2568 และรอบสองระหว่างวันที่ 7 -27 ธ.ค.2568 แต่ผลพวงของการสู้รบมีทหาร ต้องเสียขา จากการเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ของทหารเขมรที่ลักลอบนำไปวางไว้ตามบริเวณปราสาท แนวรบพระวิหารและพื้นที่ชายแดน จำนวน 11 ขา

แม้จะมีการประชุมทวิภาคี ไทย-กัมพูชา เจรจาหยุดยิง มาถึง 2 รอบ โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในสาระสำคัญของแถลงการณ์ร่วมของการประชุมทวิภาคี ( GBC) ที่ทั้งสองฝ่ายมีพันธะต้องปฏิ บัติตาม คือ การปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์

แต่ข้อเท็จจริงกลับสวนทางสิ่งที่เกิดขึ้น “หยุดยิง” แล้ว ทว่า “ทหารไทย” ที่เข้าเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิด เพื่อเคลียร์พื้นที่ ยังคง “เสียขา” จากทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชานำไปฝังไว้ตามจุดต่าง ๆ จำนวนมาก เพื่อแลกกับการได้มาซึ่งพื้นที่อธิปไตยของไทยกลับคืนมา และยังไม่รวมพฤติกรรมยั่วยุของฝั่งเขมรด้วยการส่ง “โดรน”ขึ้นบิน ในยามวิกาล จำนวน 250 ลำ ข้ามมายังฝั่งไทย ซึ่งเป็นการละเมิดข้อหยุดยิง แม้ล่าสุด ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า ทั้งไทย-กัมพูชา ได้หารือกันแล้ว และจะสอบสวนเหตุเพื่อหาข้อยุติโดยทันที

การใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และอนุสัญญาออตตาวา โดยทุก ๆ ครั้งที่ทหารเหยียบกับระเบิด กองทัพได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อรายงานคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนรับทราบข้อเท็จจริง ตามกรอบการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และให้กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงนานาชาติว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

แน่นอนครับ นี่คือบทความที่ปรับปรุงใหม่ตามความต้องการของคุณ พร้อมการเพิ่มคำค้นหาที่เกี่ยวข้องและปรับปรุงตามสถานการณ์ตลาดปี 2025 ครับ

5 อันดับสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก: ปรากฏการณ์ความเร็วแห่งปี 2025

ในโลกแห่งยนตรกรรมที่ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง “ไฮเปอร์คาร์” คือนิยามของสุดยอดนวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างความเร็ว แรงม้า ดีไซน์ล้ำสมัย และเทคโนโลยีอันไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะสูงสุด การได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็วเกินจินตนาการคือเป้าหมายสูงสุด และในแต่ละปี อุตสาหกรรมยานยนต์ก็มีการพัฒนายานยนต์ที่ทรงพลังขึ้นมาท้าทายขีดจำกัดของฟิสิกส์อย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 อันดับไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นที่ทำให้พวกมันกลายเป็นตำนานแห่งความเร็ว

ในยุคที่เทคโนโลยีการผลิตรถยนต์มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (High-performance cars) และกลุ่มซูเปอร์คาร์ (Supercars) ไปจนถึงระดับ “ไฮเปอร์คาร์” (Hypercars) การแข่งขันเพื่อสร้างสถิติความเร็วใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง ผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลกต่างทุ่มเททรัพยากรในการพัฒนายานยนต์ที่สามารถทะลวงขีดจำกัดของความเร็วที่มนุษย์เคยทำได้ โดยปี 2025 นี้ มีไฮเปอร์คาร์หลายรุ่นที่โดดเด่น และเราได้คัดสรร 5 รุ่นที่น่าจับตาที่สุดมานำเสนอ

SSC Tuatara: นักล่าความเร็วเหนือทุกขีดจำกัด

SSC Tuatara ยังคงยืนหยัดในฐานะหนึ่งใน รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก (fastest cars in the world) ด้วยสมรรถนะที่น่าทึ่งและสถิติความเร็วที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผลิตโดย SSC North America บริษัทที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Tuatara ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่ผสานความงามสง่าเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง การออกแบบภายนอกเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน โดยเฉพาะชุดไฟหน้า LED ทรงสามเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ ฝากระโปรงหน้าที่มีเส้นสายเฉียบคม และช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่บ่งบอกถึงพละกำลังอันมหาศาล ด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED ที่เรียวยาวต่อเนื่อง พร้อมสปอยเลอร์หลังปรับระดับได้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงกด (downforce) ที่ความเร็วสูง

ภายใต้รูปลักษณ์อันน่าเกรงขามคือหัวใจอันทรงพลัง เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 5.9 ลิตร ของ Tuatara สามารถรีดพละกำลังได้ถึง 1,750 แรงม้า ด้วยการใช้เชื้อเพลิง E85 ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่ธรรมดาในตลาด รถสปอร์ตหรู (luxury sports cars) แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 1,617 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ (dual-clutch transmission) ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและแม่นยำ Tuatara สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือความเร็วสูงสุดที่ได้รับการบันทึกไว้ถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มันครองตำแหน่ง รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2025 (fastest car in the world 2025) อย่างแท้จริง การผลิตของ Tuatara มีจำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก ทำให้ยิ่งเพิ่มคุณค่าและความพิเศษให้กับไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้

Bugatti Chiron Super Sport 300+: สัญลักษณ์แห่งความเร็วและการผลิตแบบพิเศษ

Bugatti Chiron Super Sport 300+ ยังคงเป็นชื่อที่สร้างความเกรงขามในวงการไฮเปอร์คาร์ การเปิดตัวรุ่นนี้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของ Bugatti และเป็นการแสดงศักยภาพด้านความเร็วสูงสุดของแบรนด์จากฝรั่งเศส ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา รถซูเปอร์คาร์ (supercar) ที่ดีที่สุดในโลก Bugatti Chiron Super Sport 300+ มีการปรับปรุงทางอากาศพลศาสตร์อย่างมากเพื่อรองรับความเร็วสูงเป็นพิเศษ การออกแบบตัวถังที่ยาวขึ้น (long-tail design) และการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาเข้ามาช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพ ลายเส้นสีส้มสดตัดกับสีดำของคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้รถคันนี้ดูดุดันและพร้อมที่จะพุ่งทะยานอยู่เสมอ

หัวใจของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti รุ่นนี้ สามารถผลิตพละกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ซึ่งถูกส่งผ่านเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด อันทรงประสิทธิภาพ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 2.4 วินาที แต่จุดที่สร้างความฮือฮาคือการทดสอบความเร็วสูงสุดที่ Bugatti สามารถทำได้ถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในสนามทดสอบ Ehra-Lessien ประเทศเยอรมนี แม้ว่าสถิตินี้จะไม่ได้ถือเป็น “การผลิต” (production car) อย่างเป็นทางการ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ Bugatti ในการสร้าง รถยนต์ความเร็วสูง (high-speed cars) รุ่นนี้ผลิตขึ้นเพียง 30 คันทั่วโลก ทำให้เป็นหนึ่งใน รถยนต์ที่หายากและแพงที่สุด (rarest and most expensive cars) ในตลาด

Hennessey Venom F5: พลังดิบจากอเมริกา

Hennessey Venom F5 เป็นอีกหนึ่ง รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ (hypercar) จากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก ด้วยการออกแบบที่เน้นสมรรถนะสูงสุดอย่างแท้จริง Hennessey Special Vehicles บริษัทผู้ผลิต ได้ตั้งเป้าหมายให้ Venom F5 เป็นรถที่มีความเร็วสูงสุดเกิน 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อการทำลายสถิติ การออกแบบภายนอกมีความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่และดิฟฟิวเซอร์ท้ายที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อน ช่วยเสริมสร้างหลักอากาศพลศาสตร์ได้อย่างดีเยี่ยม

ภายใต้ฝากระโปรงหลัง คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร ที่ Hennessey พัฒนาขึ้นมาเอง ได้รับการขนานนามว่า “Fury” ซึ่งสามารถรีดพละกำลังได้ถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ตัวเลขนี้ทำให้ Venom F5 เป็นหนึ่งในรถที่มีพละกำลังสูงที่สุดในโลก เครื่องยนต์นี้จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ Hennessey Venom F5 สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาประมาณ 2.6 วินาที และมีเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่ตั้งไว้สูงถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (311 ไมล์ต่อชั่วโมง) แม้สถิติดังกล่าวจะยังอยู่ระหว่างการทดสอบอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยพละกำลังและเทคโนโลยีที่ใส่มา ทำให้ Venom F5 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับทุกค่าย และเป็นหนึ่งใน รถซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง (high-performance supercars) ที่ไม่ควรมองข้าม การผลิตจำกัดเพียง 24 คันทั่วโลก ทำให้เป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างยิ่ง

Bugatti Bolide: การผสมผสานระหว่างรถแข่งและไฮเปอร์คาร์

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

Bugatti Bolide คือการตีความใหม่ของ Bugatti ในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่งเป็นหลัก แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและเอกลักษณ์ของแบรนด์ การเปิดตัว Bolide ในปี 2020 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง Formula 1 และ Endurance Racing ที่เน้นความดุดันและประสิทธิภาพสูงสุด รูปทรงของรถมีเส้นสายที่เฉียบคม ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วคัน ช่วยในการระบายความร้อนและเพิ่มแรงกด การออกแบบส่วนหน้ามีไฟหน้าทรงกลม LED อันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจาก Bugatti รุ่นอื่นๆ และเสริมด้วยแผงกันชนที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ทำให้ Bugatti Bolide พิเศษยิ่งขึ้นคือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงในทุกส่วนประกอบ ทำให้มีน้ำหนักเพียง 1,240 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่า Bugatti รุ่นอื่นๆ อย่างมาก หัวใจของ Bolide คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร เมื่อใช้เชื้อเพลิง Race Fuel ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ประมาณ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Bolide เป็นหนึ่งใน รถยนต์ที่เร็วและแรงที่สุด (fastest and most powerful cars) ที่เคยมีมา แม้จะไม่ได้ผลิตเพื่อการวิ่งบนถนนสาธารณะ แต่ Bolide คือสุดยอดวิศวกรรมที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพสูงสุดของ Bugatti ในการสร้าง รถยนต์แห่งอนาคต (future cars) ที่เน้นประสิทธิภาพในสนามแข่งได้อย่างไร้ที่ติ การผลิตมีจำกัดเพียง 40 คันทั่วโลก

Devel Sixteen: ความฝันแห่งดูไบ สู่สถิติความเร็วเหนือจินตนาการ

Devel Sixteen คือหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่สร้างความฮือฮาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยสเปคที่ดูเหนือจริงและเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่ทะเยอทะยาน Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศว่า Devel Sixteen จะสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดัน เร้าใจ สะท้อนถึงความมั่งคั่งและเทคโนโลยีล้ำสมัยของตะวันออกกลาง Devel Sixteen มีการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตา ตั้งแต่ไฟหน้าทรงกลมที่ดูลึกลับ ด้านหน้าขนาดใหญ่พร้อมช่องรับอากาศที่ดุดัน ด้านข้างที่มีเส้นสายเฉียบคม และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ที่เสริมลุคสปอร์ตเต็มพิกัด

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Devel Sixteen มีศักยภาพสูงขนาดนี้ คือการเลือกใช้เครื่องยนต์ V16 Quad-Turbo ขนาด 12.3 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยร่วมมือกับบริษัทผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เครื่องยนต์นี้สามารถผลิตพละกำลังได้สูงถึง 5,000 แรงม้า (ในรุ่นที่เน้นสมรรถนะสูงสุด) และแรงบิดมหาศาล โดยรุ่นที่ผลิตเพื่อใช้งานทั่วไปบนท้องถนนจะมีพละกำลังประมาณ 1,500-2,000 แรงม้า ซึ่งก็ยังถือว่าสูงมาก ตัวเลขสมรรถนะที่แท้จริงของ Devel Sixteen ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยสเปคเบื้องต้นและความตั้งใจของ Devel Motors ทำให้มันถูกยกให้เป็นหนึ่งใน สุดยอดรถยนต์ (ultimate cars) ที่มีศักยภาพในการทำลายสถิติความเร็วของโลกได้ การออกแบบภายในยังคงเน้นความหรูหราด้วยการใช้วัสดุพรีเมียมอย่างหนังชั้นดี คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะขัดเงา เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษสำหรับผู้ครอบครอง

สรุป:

ปี 2025 ยังคงเป็นปีที่น่าจับตาสำหรับวงการไฮเปอร์คาร์ ยานยนต์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือตัวแทนของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความหลงใหลในความเร็ว และการผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างสรรค์ได้ SSC Tuatara, Bugatti Chiron Super Sport 300+, Hennessey Venom F5, Bugatti Bolide และ Devel Sixteen คือสุดยอดผลงานที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้ผลิตแต่ละราย

สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันที่จะสัมผัสประสบการณ์ความเร็วเหนือระดับ หรือกำลังมองหา รถยนต์สปอร์ตหายาก (rare sports cars) ที่สุดในตลาด การทำความเข้าใจในสมรรถนะและคุณลักษณะของไฮเปอร์คาร์เหล่านี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็วและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้าของ หรือเพียงแค่ติดตามข่าวสาร นี่คือโลกที่น่าตื่นเต้นและก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

คุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์ความเร็วเหนือจินตนาการแล้วหรือยัง?

Previous Post

สลด! กระบะขนแรงงานเมียนมาไปทำบุญ เสียหลักตกคลอง ดับ 6 ศพ รอด 7 ชีวิต

Next Post

หึงโหด! หนุ่มหวาดระแวงแฟนสาวปันใจให้ชายอื่น ชักมีดแทงดับสลด

Next Post
หึงโหด! หนุ่มหวาดระแวงแฟนสาวปันใจให้ชายอื่น ชักมีดแทงดับสลด

หึงโหด! หนุ่มหวาดระแวงแฟนสาวปันใจให้ชายอื่น ชักมีดแทงดับสลด

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • สลด! เด็ก 14 โดนลูกหลง เศษกระสุนเจาะแก้ม หลังเพื่อนบ้านทะเลาะเดือดยิงปืนขู่
  • อุบาทว์เกินมนุษย์! ทหารกัมพูชาก่อเหตุข่มขืนเพื่อนร่วมหน่วย คดีสะเทือนวงการทหาร
  • ขนลุกทั้งงาน! พระลูกวัดตัวสั่น-เสียงสั่น กลางพิธีรดน้ำศพ อ้างผู้ตายเข้าสิงมาสั่งเสียญาติ
  • ระทึกกลางดึก! ไล่ล่ากระบะตู้ทึบ ขนยาไอซ์ 15 กระสอบ ซิ่งแหกด่าน ก่อนทิ้งรถหนีซ่อนป่าหญ้า
  • ไม่จริง! รมว.สธ. โต้ชัด “อนุทิน” ไม่ได้สั่งปลดหมอสุภัทร เซ่นปมชุดตรวจโควิด

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.