![[ครบชุด] T2705108 แม น งรถสองแถวไป_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260527_144631.jpg)
ระบบ Super Cruise ใหม่ล่าสุด: เทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบไม่ต้องใช้มือและไม่ต้องมองพวงมาลัย ท้าทาย Tesla ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป
เจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ได้ก้าวล้ำครั้งสำคัญด้วยการยกระดับระบบ Super Cruise สู่ระดับ 3 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี LiDAR เซ็นเซอร์ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับรถโดยไม่ต้องจดจ่อกับพวงมาลัยได้ โดยจะเริ่มใช้งานครั้งแรกตั้งแต่ปี 2028 สำหรับรถยนต์ระดับพรีเมียม
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ได้ประกาศอัปเกรดเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติด้วยระบบ Super Cruise รุ่นใหม่สู่ระดับ 3 โดยเพิ่มเซ็นเซอร์ LiDAR เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถขับรถได้อย่างมั่นใจแม้จะละสายตาจากพวงมาลัย ซึ่งบริษัทได้เปิดเผยว่าเทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้งานอย่างเป็นทางการในรุ่นรถยนต์ที่จะออกใหม่ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป
ปัจจุบัน ระบบ Super Cruise ได้ถูกนำมาใช้และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางบนทางหลวงกว่า 1.2 ล้านกิโลเมตร (750,000 ไมล์) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับรถโดยไม่ต้องใช้มือในการควบคุมได้อย่างสะดวกสบาย และล่าสุด การอัปเกรดครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมประสบการณ์การขับขี่ในอนาคตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เทคโนโลยี Lidar ปูทางไปสู่ระบบอัตโนมัติระดับ 3
การอัปเกรดที่โดดเด่นที่สุดของระบบ Super Cruise ในครั้งนี้คือการรวมรวมเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) เข้ามาใช้งาน ซึ่งเซ็นเซอร์ชนิดนี้เปรียบเสมือนการช่วยให้รถยนต์มองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการสแกนแสงและสร้างแผนที่สามมิติของโลกภายนอกได้แบบเรียลไทม์
การนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ทำให้ระบบ Super Cruise ถูกยกระดับอย่างเป็นทางการสู่ระดับ 3 ตามมาตรฐานของ SAE International ในระดับนี้ ผู้ขับขี่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยมือและสามารถละสายตาจากพื้นผิวถนนได้ชั่วขณะ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ กลยุทธ์ของ GM ยังมุ่งเน้นการใช้ระบบเซ็นเซอร์แบบผสมผสาน (Multi-Sensor Fusion) โดยรวบรวมการทำงานของกล้อง, เรดาร์ และ LiDAR เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างระบบที่มีความปลอดภัยสูงและสามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำในสถานการณ์ที่อาจเกิดอันตรายได้ยาก ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางการใช้เพียงเซ็นเซอร์กล้องเท่านั้นของ Tesla
| ลักษณะเฉพาะ | GM Super Cruise รุ่นใหม่ (คาดการณ์ปี 2028) | ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ/FSD ของ Tesla | เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไดรฟ์ ไพลอต (Mercedes-Benz Drive Pilot) |
| :— | :— | :— | :— |
| ระดับของระบบอัตโนมัติ | ระดับ 3 | ระดับ 2 | ระดับ 3 |
| ความจำเป็นในการสังเกตถนน | ไม่จำเป็น (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด) | การสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น | ไม่จำเป็น (เนื่องจากข้อจำกัดด้านความเร็ว/สภาพอากาศ) |
| ระบบเซ็นเซอร์ | กล้อง + เรดาร์ + LiDAR | กล้องเท่านั้น | ประสาทสัมผัสหลายด้าน |
Cadillac Escalade IQ รถยนต์รุ่นแรกที่จะบุกเบิกการเปลี่ยนแปลงนี้
Cadillac Escalade IQ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่จะติดตั้งเทคโนโลยีการขับขี่แบบไม่ต้องใช้มือพร้อมกับระบบ LiDAR ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมวงการยานยนต์อย่างแท้จริง ตามรายงานที่ประกาศโดย แมรี บาร์รา (Mary Barra) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GM
สำหรับรถรุ่นอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ของ GM เทคโนโลยีนี้จะได้รับการขยายการใช้งานต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ยังคงปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตเซ็นเซอร์ LiDAR และรายละเอียดราคาเฉพาะของชุดอุปกรณ์เสริมนี้
เพื่อความปลอดภัยและการระบุตำแหน่งของตัวรถ เทคโนโลยีขับเคลื่อนที่สามารถ “มองไปทางอื่น” ใน Escalade IQ จะถูกแสดงผลผ่านแถบไฟสีเขียวอมฟ้าบนแผงหน้าปัดและกระจกมองหลัง ส่วนในส่วนของภายนอกตัวรถ ผู้ใช้สามารถมองเห็นโมดูล LiDAR ที่โดดเด่นออกมาบริเวณหลังคารถได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงนี้
การวางแผนการใช้งานที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
GM ได้เปิดเผยข้อมูลการใช้งานจริงบนทางหลวงที่มีระบบ Super Cruise รองรับแล้วมากกว่า 1.12 พันล้านกิโลเมตร (700 ล้านไมล์) ซึ่งถือเป็นจำนวนมหาศาลที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการฝึกฝนระบบขับขี่ AI ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้เองแล้ว บริษัทฯ ยังตั้งใจที่จะนำข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากบริษัท Cruise ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่ไร้คนขับ มาประกอบการพัฒนา AI เพื่อก้าวไปสู่ยานยนต์ไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ GM ยังคงเดินหน้าด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งในเรื่องของข้อบังคับทางกฎหมาย เนื่องจากกฎระเบียบสำหรับการทดสอบและการอนุญาตให้รถยนต์ไร้คนขับขั้นสูงใช้งานในแต่ละรัฐของสหรัฐอเมริกายังมีความแตกต่างกัน บริษัทฯ ยืนยันว่ากระบวนการนำระบบนี้ไปใช้งานจริงจะดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้แน่ใจในเรื่องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ก่อนที่จะขยายขอบเขตการใช้งานไปยังสภาพแวดล้อมในเขตเมือง
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ Mercedes-Benz Drive Pilot เป็นระบบเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานการขับขี่แบบไม่ต้องใช้มือและไม่ต้องมองพวงมาลัย (ภายใต้ข้อจำกัดด้านความเร็วและสภาพอากาศ) จึงมีความคาดหวังอย่างมากว่า Super Cruise ของ GM จะเป็นโซลูชันขนาดใหญ่รายแรกที่จะนำเทคโนโลยีระดับ 3 มาสู่สาธารณชนได้อย่างแพร่หลายในวงกว้าง
GM Super Cruise ใหม่ล่าสุด: ก้าวข้ามข้อจำกัดสู่ระบบขับขี่ระดับ 3 ในปี 2028
General Motors (GM) เตรียมสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการยานยนต์ ด้วยการประกาศอัปเกรดระบบ Super Cruise สู่ระดับ 3 ที่รองรับการขับขี่โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ด้วยเทคโนโลยี LiDAR เซ็นเซอร์ที่จะปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่ให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มติดตั้งและใช้งานครั้งแรกในรถยนต์รุ่นพรีเมียมช่วงปี 2028 เป็นต้นไป
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ได้เผยความก้าวหน้าครั้งสำคัญในเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ด้วยการเปิดเผยระบบ Super Cruise รุ่นใหม่สู่ระดับ 3 ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของเทคโนโลยี LiDAR เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่รถยนต์ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องจดจ่ออยู่กับพวงมาลัยอีกต่อไป ซึ่งทางบริษัทยืนยันว่าจะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงปี 2028 เป็นต้นไป
ปัจจุบัน ระบบ Super Cruise ได้ถูกนำมาใช้งานจริงบนทางหลวงมากกว่า 1.2 ล้านกิโลเมตร (750,000 ไมล์) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างสะดวกสบายด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไม่ต้องใช้มือ ล่าสุด การอัปเกรดระบบ Super Cruise สู่ระดับ 3 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในอนาคตให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น
เทคโนโลยี Lidar: กุญแจสู่การขับขี่ไร้พวงมาลัยระดับ 3
การอัปเกรดครั้งสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในระบบ Super Cruise นี้คือการผนวกเทคโนโลยี LiDAR เข้ามาใช้งาน ซึ่งเซ็นเซอร์ชนิดนี้เปรียบเสมือน “ดวงตา” ของรถยนต์ ที่สามารถรับรู้และสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างแม่นยำผ่านการปล่อยคลื่นแสง และสร้างแผนที่สามมิติของโลกรอบตัวรถแบบเรียลไทม์
การนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ทำให้ระบบ Super Cruise ถูกยกระดับขึ้นเป็นระดับ 3 ตามมาตรฐานของ SAE International ในระดับนี้ ผู้ขับขี่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยมือและสามารถละสายตาจากพวงมาลัยได้ภายใต้เงื่อนไขของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่กำหนดไว้ ซึ่งแตกต่างจากระบบขับเคลื่อนทั่วไปที่ยังคงกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องจับพวงมาลัยและจดจ่ออยู่กับถนนตลอดเวลา
กลยุทธ์ของ GM มุ่งเน้นการใช้ระบบเซ็นเซอร์แบบหลายตัว (Multi-Sensor Fusion) โดยผสานการทำงานของกล้อง, เรดาร์ และ LiDAR เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยที่ซ้ำซ้อนและให้