เรียกได้ว่าในชั่วโมงนี้ ชื่อของ “จินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังตกเป็นกระแสดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ จากประเด็นคอมเมนต์คุกคามที่โยงถึงนักร้อง–นักแสดงหนุ่มชื่อดัง โดม ปกรณ์ ลัม จนทำให้หลายคนหันมาจับตาเธอมากขึ้น ในฐานะลูกสาวของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
วันนี้เราจึงขอพาไปทำความรู้จัก “น้องจินนี่” ลูกสาวคนเก่งของคุณหญิงสุดารัตน์ ให้ลึกยิ่งขึ้น ว่าเบื้องหลังชื่อที่ถูกพูดถึงนี้ มีโปรไฟล์น่าสนใจเพียงใด
จินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ เป็นลูกสาวคนเล็กและเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคุณสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542 ปัจจุบันอายุ 26 ปี มีพี่ชาย 2 คน คือ บอส ภูมิภัทร และ เบสท์ พีรภัทร
ด้านการศึกษา จินนี่ถือเป็นอีกหนึ่งทายาทคนดังที่มีเส้นทางการเรียนโดดเด่นทั้งในและต่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาจบจาก โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ (BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลังสำเร็จการศึกษา เธอได้ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานในตำแหน่ง Sectional Marketing Manager ของศูนย์การค้าชื่อดังอย่าง ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ดูแลด้านการตลาดกลุ่มแฟชั่นและลักชัวรี ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถและประสบการณ์ในสายธุรกิจระดับพรีเมียม

ยอดม้าศึกสายฟ้าแลบ: 5 ซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025
ในโลกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและสุนทรียศาสตร์ขั้นสูงสุด “ไฮเปอร์คาร์” คือนิยามของสุดยอดสมรรถนะ ดีไซน์อันล้ำเลิศ และมูลค่าที่พุ่งทะยานจนยากจะเอื้อมถึง แต่ในบรรดาสุดยอดเหล่านี้ รถคันใดเล่าที่จะสามารถทะยานไปข้างหน้าได้เร็วที่สุด? สำหรับปี 2025 นี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสมรรถนะยานยนต์ของเรา ได้ทำการวิเคราะห์ เจาะลึก และจัดอันดับ 5 ซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกที่เหนือกว่าให้กับคุณ
ในปี 2025 ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงร้อนแรง ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการรีดพละกำลังเครื่องยนต์ การลดน้ำหนักตัวถังด้วยวัสดุผสมขั้นสูง หรือการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว เราได้คัดสรรสุดยอด 5 ไฮเปอร์คาร์ที่ครองบัลลังก์ความเร็วในปีนี้มาให้ชมกัน
SSC Tuatara: ผู้นำแห่งความเร็วที่ไร้คู่แข่ง
SSC Tuatara ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการพิชิตขีดจำกัดความเร็ว SSC North America ผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกา ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวไฮเปอร์คาร์ที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก และราคาเริ่มต้นที่ราว 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Tuatara รวบรวมเอาความงดงามสง่าเหนือกาลเวลามาไว้ในรูปทรงที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด เส้นสายอันเฉียบคม สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความเรียบหรูและความดุดันอันทรงพลัง ไฟหน้า LED รูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่และช่องดักอากาศที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงบุคลิกที่พร้อมจะพุ่งทะยานอยู่เสมอ ขณะที่ด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED เรียวยาวจรดกัน พร้อมสปอยเลอร์หลังที่ช่วยเสริมแรงกดท้าย (downforce) ทำให้ Tuatara เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่คืองานศิลปะแห่งวิศวกรรม
หัวใจที่เต้นแรงของ SSC Tuatara:
ภายใต้รูปลักษณ์อันน่าเกรงขาม SSC Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.9 ลิตร วางซูเปอร์ชาร์จคู่ (Twin-Supercharged) ที่สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,617 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้จับคู่กับชุดเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ (Dual-Clutch Transmission) ที่ส่งกำลังลงสู่ล้อหลังอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ด้วยขุมกำลังขนาดนี้ Tuatara สามารถทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และที่สำคัญคือ ความเร็วสูงสุดที่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการคือ 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้ SSC Tuatara ยืนยันสถานะการเป็น “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ประจำปี 2025 อย่างไม่ต้องสงสัย การพัฒนา Tuatara ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลข แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการซูเปอร์คาร์
Bugatti Chiron Super Sport 300+: เจ้าแห่งความเร็วที่หรูหรา
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือการยกระดับความเร็วขั้นสุดของตำนาน Bugatti สู่ระดับที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก และราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Chiron Super Sport 300+ ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะที่น่าเกรงขาม แต่ยังเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงความอลังการและความปราณีตของ Bugatti รูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบมาให้ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรถแข่งระดับโลก เส้นสายที่คมชัดและแอโรไดนามิกส์ที่ซับซ้อน สะท้อนถึงความเร็วสูงสุดที่รถคันนี้สามารถทำได้ ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุชั้นเลิศอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ แสดงถึงความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะ เบาะนั่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่อย่างดีเยี่ยม ให้ความสบายและความมั่นคงแม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยี W16 ที่ยังคงแข็งแกร่ง:
หัวใจสำคัญของ Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว (Quad-Turbocharged) ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ที่ทำงานประสานกับเครื่องยนต์อย่างลงตัว ส่งผลให้ Chiron Super Sport 300+ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และทะยานไปสู่ ความเร็วสูงสุดที่ 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่าสถิติความเร็วสูงสุดอาจจะถูกท้าทาย แต่ Chiron Super Sport 300+ ยังคงเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุด และเป็นตัวแทนของความหรูหราสุดขีดที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่ไม่ประนีประนอม
Hennessey Venom F5: พลังดิบจากอเมริกา
Hennessey Venom F5 คือการสำแดงพลังดิบจาก Hennessey Special Vehicles บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากสหรัฐอเมริกา เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 24 คัน และราคาเริ่มต้นประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Venom F5 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อท้าทายทุกขีดจำกัดของความเร็ว รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบให้มีความลื่นไหล ทันสมัย และแฝงไว้ด้วยความดุดันตามหลักอากาศพลศาสตร์สูงสุด การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถจดจ่อกับการควบคุมรถได้อย่างเต็มที่ เบาะนั่งแบบ Bucket Seat ที่ทำจากหนัง Alcantara ช่วยโอบกระชับสรีระ พร้อมพวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้านที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลสำคัญได้อย่างครบถ้วน
ขุมพลัง V8 ที่ให้กำลังเกินคาด:
หัวใจของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 6.6 ลิตร วางซูเปอร์ชาร์จคู่ (Twin-Turbocharged) ที่รีดพละกำลังได้ถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ตัวเลขพละกำลังที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกนี้ ส่งผลให้ Venom F5 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที และสามารถทำ ความเร็วสูงสุดได้ถึง 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Hennessey Venom F5 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของวิศวกรรมยานยนต์อเมริกัน ที่กล้าท้าชนกับผู้ผลิตระดับโลก และยืนยันสถานะการเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
Bugatti Bolide: สนามแข่งบนท้องถนน
Bugatti Bolide คืออีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงวิสัยทัศน์อันก้าวล้ำของ Bugatti Engineering GmbH จากเยอรมนี เปิดตัวในปี 2020 ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 40 คัน และราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Bolide ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการวิ่งบนถนนทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากรถแข่ง Formula 1 โดยเน้นประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไฟหน้า LED ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกันชนหน้าที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศและเพิ่มแรงกด ท้ายรถโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะท้อนถึงความรวดเร็วและการควบคุม ส่วนหลังคาที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักตัวถังโดยรวม ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างยิ่ง
การผสมผสานระหว่างน้ำหนักเบาและพละกำลังมหาศาล:
Bugatti Bolide ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ให้กำลัง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร แต่สิ่งที่ทำให้ Bolide น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ น้ำหนักตัวถังที่เบาเพียง 1,240 กิโลกรัม เท่านั้น ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพละกำลังอันมหาศาลกับน้ำหนักที่เบาหวิว ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และทำ ความเร็วสูงสุดได้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bolide คือนิยามของไฮเปอร์คาร์ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพการขับขี่ขั้นสุด เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในรถแข่งและต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
Devel Sixteen: พลังจากทะเลทราย
Devel Sixteen คือไฮเปอร์คาร์ที่เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานจาก Devel Motors สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัวในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Devel Sixteen ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าพลังและความเร็วสามารถมาบรรจบกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และทรงสปอร์ตอย่างแท้จริง ไฟหน้าทรงกลมพร้อมกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ด้านหน้า สะท้อนถึงความพร้อมในการเผาผลาญทุกเส้นทาง ด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์สุดล้ำ ภายในได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ ผสมผสานกับเบาะนั่งสปอร์ตที่โอบกระชับสรีระผู้ขับขี่ ให้ความรู้สึกถึงการขับเคลื่อนยนตรกรรมแห่งอนาคต
ศักยภาพในการเร่งความเร็วที่น่าจับตามอง:
แม้ว่าข้อมูลจำเพาะอย่างเป็นทางการของ Devel Sixteen อาจมีการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในแต่ละเวอร์ชัน แต่รุ่นที่นำเสนอในตลาดมักมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V16 ขนาด 12.3 ลิตร ที่สามารถผลิตพละกำลังได้มากกว่า 5,000 แรงม้า (ในรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อทำลายสถิติ) อย่างไรก็ตาม สำหรับรุ่นที่จำหน่ายทั่วไปที่เน้นการใช้งานบนท้องถนน เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ก็สามารถให้พละกำลังได้ถึง 1,500 แรงม้า หรือสูงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการปรับแต่ง Devel Sixteen มีศักยภาพในการทำ ความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้มากกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้มันยังคงเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่ทรงพลังและน่าจับตามองมากที่สุดในตลาด
ปี 2025 ยังคงเป็นปีที่ไฮเปอร์คาร์ได้ผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสม ผู้ชื่นชอบในสมรรถนะ หรือเพียงแค่ผู้ที่หลงใหลในความงดงามของซูเปอร์คาร์ รถยนต์เหล่านี้คือบทพิสูจน์ถึงความฝันอันเป็นจริงที่ขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนน
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าใคร หรือต้องการสัมผัสกับสุดยอดเทคโนโลยีแห่งยานยนต์ อย่าพลาดโอกาสในการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฮเปอร์คาร์รุ่นที่คุณสนใจ หรือหากคุณมีความฝันที่จะเป็นเจ้าของหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกเหล่านี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหารถยนต์สมรรถนะสูงจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การเติมเต็มความฝันของคุณ

