
การเปิดตัว Jaguar F-Pace 2016: SUV คันแรกจากแบรนด์ผู้ดีอังกฤษสู่ตลาดโลก
บทความ: สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม
อัปเดต: 15 ก.ย. 58
บทนำ: เสือตัวใหม่ในตระกูล Jaguar
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อของ “Jaguar” มักจะถูกเชื่อมโยงกับรถสปอร์ตเปิดประทุนและซีดานหรูที่ผสมผสานดีไซน์อังกฤษอันไร้กาลเวลาเข้ากับขุมกำลังอันน่าเกรงขาม แฟนคลับของแบรนด์นี้ต่างรอคอยที่จะเห็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมจากเกาะอังกฤษขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดอย่าง SUV (Sports Utility Vehicle)
นับตั้งแต่ข่าวลือครั้งแรกเริ่มแพร่สะพัดในวงการยานยนต์ แฟนพันธุ์แท้ต่างจับจ้องว่าเมื่อ Jaguar จะลงสู่สนามรบของตลาด SUV นั้น จะนำเสนอรถที่มีดีไซน์ที่โดดเด่นและทรงพลังสมศักดิ์ศรีขนาดไหน ซึ่งในที่สุด คำตอบก็ปรากฏชัดขึ้นที่งาน Frankfurt Motor Show ปี 2015 ที่ผ่านมา เมื่อ Jaguar F-Pace เปิดตัวอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาให้กับวงการและเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแบรนด์
Jaguar F-Pace: จากแนวคิดสู่การผลิตจริง
Jaguar ไม่ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด SUV แบบไร้การเตรียมตัว แนวคิดสำหรับรถประเภทนี้เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2013 ด้วยการเปิดตัวรถต้นแบบชื่อ C-X 17 Concept ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากสื่อมวลชนและผู้บริโภค จากการตอบรับเชิงบวกดังกล่าว ทำให้ Jaguar ตัดสินใจเดินหน้าพัฒนารถรุ่นนี้ต่อยอดสู่เวอร์ชันจำหน่ายจริง โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Jaguar F-Pace
รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างอัตลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Jaguar กับความอเนกประสงค์ที่รถยนต์ประเภท SUV พึงมี จากต้นแบบ C-X 17 สู่ F-Pace ผู้ผลิตได้ต่อยอดดีไซน์ให้มีความทันสมัยและแข็งแกร่งมากขึ้น โดยยังคงกลิ่นอายของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงไว้ได้อย่างครบถ้วน
ดีไซน์และโครงสร้าง: มิติใหม่แห่ง SUV สไตล์อังกฤษ
Jaguar F-Pace 2016 ถูกออกแบบภายใต้หลักการ “Ultimate Practical Sports Car” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของวิศวกร Jaguar ที่ต้องการสร้างรถ SUV ที่ไม่เพียงแค่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องให้สมรรถนะในการขับขี่ที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
ตัวถังของ F-Pace ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า iQ Aluminium Platform ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบโมดูลาร์ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในค่ายอย่าง Jaguar XE และ Jaguar XF แพลตฟอร์มนี้ทำให้รถมีน้ำหนักเบาลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับขี่และอัตราการประหยัดเชื้อเพลิง
มิติตัวถังของ Jaguar F-Pace ถือว่ามีความโดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยความยาวโดยรวม 4,731 มม. และฐานล้อขนาด 2,874 มม. ทำให้ห้องโดยสารภายในกว้างขวางโอ่อ่า นอกจากนี้ น้ำหนักของรถในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ อยู่ที่ประมาณ 1,665 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
ในด้านดีไซน์ภายนอก สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ ไฟหน้าแบบ LED ที่ออกแบบอย่างเฉียบคมและทันสมัย พร้อมด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 22 นิ้ว ที่เพิ่มความหรูหราและดุดันให้กับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบ
การตกแต่งภายในและเทคโนโลยี: ความหรูหราผสมผสานความทันสมัย
หากภายนอกคือความสวยงามสง่า ภายในห้องโดยสารของ Jaguar F-Pace ก็คือความหรูหราที่แฝงตัวอยู่ไม่แพ้กัน แม้จะเป็นรถในกลุ่ม SUV แต่ Jaguar ก็ยังคงรักษามาตรฐานด้านความประณีตในการตกแต่งภายในไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง พร้อมด้วยการเดินตะเข็บอย่างละเอียดอ่อน ให้ความรู้สึกสบายและโอบรับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ในส่วนของเทคโนโลยี Jaguar F-Pace ได้รับการติดตั้ง หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.2 นิ้ว ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมระบบต่างๆ ทั้งระบบความบันเทิงและระบบการสื่อสาร (Infotainment System) จุดเด่นที่สำคัญคือระบบนี้มาพร้อมกับ Wi-Fi Hotspot ในตัวรถ ทำให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีระบบนำทาง (Navigation System) ที่ทันสมัยและใช้งานง่าย รวมถึง มาตรวัดความเร็วแบบสามมิติ (3D Instrument Cluster) ขนาด 12.3 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มมิติและความล้ำสมัยให้กับแดชบอร์ด
พื้นที่เก็บสัมภาระถือเป็นจุดเด่นสำคัญของรถยนต์ประเภท SUV โดย Jaguar F-Pace มาพร้อมกับช่องเก็บสัมภาระด้านหลังที่มีความจุถึง 650 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการขนสัมภาระจำนวนมาก ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่รักการเดินทางและการผจญภัยเป็นอย่างยิ่ง
ขุมกำลังและระบบส่งกำลัง: ตัวเลือกหลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ
Jaguar F-Pace ถูกออกแบบมาให้มีความหลากหลายในการเลือกเครื่องยนต์ เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการและงบประมาณของผู้บริโภค
เครื่องยนต์ดีเซล (Diesel Engine)
2.0 ลิตร Ingenium: เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเล็กสุดที่ให้กำลัง 180 แรงม้า มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนสองล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เกียร์ที่ใช้มีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา (Manual) และเกียร์อัตโนมัติ (Automatic)
3.0 ลิตร V6 Supercharged: เครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ที่ให้กำลังสูงถึง 300 แรงม้า มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) และเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น
เครื่องยนต์เบนซิน (Petrol Engine)
2.0 ลิตร เทอร์โบ: เครื่องยนต์เบนซินที่ให้กำลัง 240 แรงม้า มีให้เลือกเฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ (Automatic) ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบขับเคลื่อนสองล้อหลัง (RWD)
3.0 ลิตร V6 Supercharged: เครื่องยนต์เบนซินที่มีกำลังให้เลือก 2 ระดับ คือ 340 แรงม้า และ 380 แรงม้า ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) และเกียร์อัตโนมัติ
สมรรถนะและประสิทธิภาพ
อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในรุ่นที่ทรงพลังที่สุด สามารถทำได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์ประเภท SUV
รุ่นย่อยและราคา: ตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค
Jaguar F-Pace มีรุ่นย่อยให้เลือกอย่างครบครัน โดยแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยหลักๆ ได้แก่ Pure, Prestige, Portfolio, R-Sport, S และรุ่นพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อในช่วงแรก First Edition ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมาพร้อมกับความแตกต่างทั้งในด้านดีไซน์และฟีเจอร์เสริมต่างๆ
สำหรับแผนการวางจำหน่ายในตลาดโลกอย่างเป็นทางการ จะเริ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2016 โดยมีการผลิตที่โรงงาน Solihull ประเทศอังกฤษ ในขณะที่ตลาดในประเทศไทย การเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2015 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 4.699 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดกลุ่มพรีเมียม
what this means for you
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV คันแรกจากแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Jaguar การเข้ามาของ Jaguar F-Pace 2016 ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง สิ่งที่น่าพิจารณาคือ แบรนด์ Jaguar มักจะมาพร้อมกับการออกแบบที่เหนือกาลเวลา และให้ความรู้สึกพิเศษแตกต่างจากการขับขี่ทั่วไป
ควรซื้อ, รอ, หรือเช่า/ลงทุน?
ซื้อตอนนี้: หากคุณชอบดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใคร และต้องการเป็นเจ้าของ SUV รุ่นแรกจากแบรนด์นี้ การตัดสินใจซื้อตั้งแต่เนิ่นๆ อาจทำให้คุณได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าของรุ่นพิเศษอย่าง First Edition หรือได้รับข้อเสนอพิเศษก่อนใคร
รอ: หากคุณยังต้องการเปรีย