31 ธ.ค. 2568 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา เปิดเผยว่า ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งตัวทหารกัมพูชาจำนวน 18 นาย ซึ่งอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย กลับสู่ฝ่ายกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด หมู่ที่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
โดยมีผู้แทนจาก International Committee of the Red Cross (ICRC), ASEAN Observer Team (AOT) และผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 2 ร่วมสังเกตการณ์ ฝ่ายกัมพูชา มีผู้แทนรับตัว ได้แก่ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 และผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน
การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ลงนามในการประชุม GBC และเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยและกัมพูชา รวมทั้งข้อตกลงที่มีเงื่อนไขชัดเจน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม โดยยึดมั่นในมาตรฐานสากลและความรับผิดชอบของทุกฝ่าย
ฝ่ายไทยขอยืนยันว่า การดำเนินการนี้ไม่กระทบต่ออธิปไตย ความมั่นคง หรือศักดิ์ศรีของประเทศ โดยกองทัพไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุ้มครองประชาชนและรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการบันทึก ตรวจสอบ และติดตามข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ตามกลไกและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส และความรับผิดชอบของทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินการดังกล่าว สะท้อนจุดยืนของประเทศไทยที่ยึดหลักสันติวิธี ควบคู่กับการปกป้องประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ มีความรับผิดชอบ และมุ่งส่งเสริมสันติภาพอย่างยั่งยืน
สุดยอดขุมพลังแห่งความเร็ว: 5 อันดับ Hypercar ที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025
ในโลกของยานยนต์สมรรถนะสูง คำว่า “Hypercar” คือนิยามของที่สุดแห่งเทคโนโลยี ความหรูหรา และพละกำลังที่เหนือจินตนาการ รถยนต์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อที่ผสานศาสตร์แห่งวิศวกรรมเข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาที่เปรียบไม่ได้ สำหรับปี 2025 นี้ ตลาด Hypercar ยังคงร้อนแรงและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เห็นสถิติความเร็วใหม่ๆ ที่น่าทึ่งเกิดขึ้น การจัดอันดับ “5 อันดับรถที่เร็วที่สุดในโลก” ประจำปี 2025 นี้ รวบรวมสุดยอด Hypercar ที่ไม่เพียงแต่มีพละกำลังมหาศาล แต่ยังสะท้อนถึงนวัตกรรมและการทุ่มเทของแบรนด์ชั้นนำในการผลักดันขีดจำกัดของความเร็ว
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Hypercar มาอย่างใกล้ชิด และตระหนักดีว่า การจะก้าวขึ้นมาเป็น “รถที่เร็วที่สุดในโลก” นั้น ต้องอาศัยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างขุมพลังที่ดุดัน การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่แม่นยำ และเทคโนโลยีอันก้าวล้ำเพื่อการควบคุมที่เหนือชั้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงรายละเอียดของ Hypercar แต่ละรุ่น ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนท้องถนนและสนามแข่ง
SSC Tuatara: ผู้ท้าชิงบัลลังก์ความเร็วระดับโลก
เริ่มต้นการเดินทางของเราด้วย SSC Tuatara สุดยอด Hypercar จาก SSC North America ที่เปิดตัวมาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะโค่นบัลลังก์เจ้าแห่งความเร็วอย่างแท้จริง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก SSC Tuatara ไม่ได้มีดีเพียงแค่ตัวเลขสมรรถนะ แต่ยังมาพร้อมดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง เส้นสายที่เฉียบคม การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ชุดไฟหน้า LED ทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ดูดุดัน ไปจนถึงสปอยเลอร์หลังขนาดมหึมาที่ช่วยเพิ่มแรงกดขณะใช้ความเร็วสูง องค์ประกอบเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงาม แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการรีดอากาศและรักษาเสถียรภาพของรถ
ขุมพลังและความเร็วเหนือชั้น:
หัวใจของ SSC Tuatara คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 5.9 ลิตร ซึ่งสามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร เมื่อใช้น้ำมัน E85 สมรรถนะอันน่าทึ่งนี้ถูกส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ ไปยังล้อหลัง ส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และที่สำคัญที่สุด คือความเร็วสูงสุดที่ทำได้ถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้ SSC Tuatara ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Hypercar ที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย การพัฒนา Tuatara ไม่ใช่เพียงการทดสอบบน Dyno แต่ยังผ่านการทดสอบภาคสนามจริงอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้สภาวะการขับขี่ที่หลากหลาย
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานแห่งความเร็วจาก Molsheim
เมื่อพูดถึง Hypercar ความเร็วสูง ชื่อของ Bugatti ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ Bugatti Chiron Super Sport 300+ คืออีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการยานยนต์ เปิดตัวในปี 2019 พร้อมราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผลิตเพียง 30 คันทั่วโลก เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Bugatti ในการทะลวงกำแพงความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 482.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตัวรถภายนอกได้รับการออกแบบให้ดูดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรถแข่ง F1 โดยเฉพาะการปรับปรุงแอโรไดนามิกส์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด การตกแต่งภายในห้องโดยสารยังคงไว้ซึ่งความหรูหราตามแบบฉบับ Bugatti ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังแท้ชั้นดี และคาร์บอนไฟเบอร์ที่เสริมความแข็งแกร่งและความเบา เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อรองรับผู้ขับขี่ในการควบคุมรถด้วยความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมอบความสบายสูงสุด
ขุมพลัง W16 อันทรงพลัง:
หัวใจของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Bugatti โดยเครื่องยนต์บล็อกนี้สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทนทานต่อแรงบิดมหาศาล ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 2.4 วินาที และทำสถิติความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการไว้ที่ 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Chiron Super Sport 300+ ไม่ใช่เพียงรถที่เร็วที่สุด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศทางวิศวกรรมและความหลงใหลในความเร็วของมนุษย์
Hennessey Venom F5: สมรรถนะที่เหนือกว่าทุกการคาดการณ์
Hennessey Venom F5 คือ Hypercar ที่ได้รับการพัฒนาและผลิตโดย Hennessey Special Vehicles บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการปรับแต่งรถยนต์สมรรถนะสูงมาอย่างยาวนาน การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 พร้อมราคาเริ่มต้นที่ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผลิตจำกัดเพียง 24 คันทั่วโลก Venom F5 ได้รับการออกแบบโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือการเป็น Hypercar ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างน้ำหนักที่เบา พละกำลังที่มหาศาล และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย ตัวรถภายนอกมีรูปลักษณ์ที่ดูหรูหรา ลื่นไหล และทันสมัย เส้นสายถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศให้มากที่สุด ขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายและฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก เบาะนั่งแบบ Bucket Seat ที่ทำจากหนัง Alcantara ช่วยโอบกระชับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม พวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้าน วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมปุ่มควบคุมต่างๆ ที่จัดวางอย่างลงตัว และแผงหน้าปัดดิจิทัลพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว สะท้อนถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ขุมพลัง V8 สุดดุดัน:
Hennessey Venom F5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 6.6 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ด้วยพละกำลังอันมหาศาลนี้ ทำให้ Venom F5 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 2.6 วินาที และมีเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือตัวเลขที่ได้รับการยืนยันในการทดสอบเบื้องต้น) Hennessey Venom F5 ถือเป็น Hypercar ที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่ในด้านตัวเลข แต่ยังรวมถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นการขับขี่ที่บริสุทธิ์และประสบการณ์ที่น่าจดจำ
Bugatti Bolide: สู่สนามแข่งแห่งอนาคต
Bugatti Bolide คือ Hypercar ที่เกิดจากการผนึกกำลังของ Bugatti Engineering GmbH และถูกนำเสนอในฐานะรถต้นแบบที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่งโดยเฉพาะ เปิดตัวในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผลิตจำกัดเพียง 40 คันทั่วโลก Bolide ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิ่งบนถนนสาธารณะ แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสัมผัสขีดจำกัดของความเร็วในสนามแข่ง ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากรถแข่ง Formula 1 ไฟหน้าทรงกลม LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าที่เต็มไปด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่เพื่อลดแรงปะทะและเพิ่มแรงกด ส่วนด้านข้างก็มีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่สำหรับเครื่องยนต์และระบบเบรก หลังคารถทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถให้เหลือเพียง 1,240 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อการปรับปรุงสมรรถนะตามหลักอากาศพลศาสตร์
สมรรถนะสนามแข่งที่ไร้ขีดจำกัด:
Bugatti Bolide ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ซึ่งสามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร เมื่อใช้เชื้อเพลิงพิเศษ (ในการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไป) สมรรถนะที่น่าทึ่งนี้ บวกกับน้ำหนักที่เบา ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และมีตัวเลขความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ที่ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide คือนิยามใหม่ของ Hypercar ที่เน้นประสิทธิภาพการขับขี่ขั้นสูงสุด เป็นรถในฝันของนักแข่งและผู้ที่ชื่นชอบความเร็วบริสุทธิ์
Devel Sixteen: สัตว์ร้ายแห่งทะเลทราย
ปิดท้ายด้วย Devel Sixteen Hypercar สุดล้ำจาก Devel Motors สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Devel Sixteen โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยบุคลิกของรถสปอร์ตขั้นสุด ไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ทำให้ส่วนหน้าดูทรงพลัง ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์ดีไซน์ดุดัน การตกแต่งภายในใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เบาะนั่งสปอร์ตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ
ขุมพลังเหนือจินตนาการ:
แม้ว่าตัวเลขสมรรถนะอย่างเป็นทางการอาจยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ Devel Sixteen ได้รับการกล่าวขานว่ามีเครื่องยนต์ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 5,000 แรงม้า (ในรุ่นเทอร์โบ) ซึ่งจะทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยพละกำลังมหาศาลเช่นนี้ Devel Sixteen ไม่ใช่แค่ Hypercar ที่สวยงาม แต่ยังเป็นตัวแทนของความทะเยอทะยานและความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดในการสร้างสรรค์ยานยนต์สมรรถนะสูง
บทสรุป:
ปี 2025 ยังคงเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการ Hypercar แต่ละรุ่นที่กล่าวมาข้างต้น ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติความเร็ว แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และความหลงใหลในสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด จาก SSC Tuatara ที่มุ่งมั่นท้าทายทุกสถิติ Bugatti Chiron Super Sport 300+ ที่เป็นตำนานแห่งความเร็ว Hennessey Venom F5 ที่พร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง Bugatti Bolide ที่ก้าวสู่สนามแข่งแห่งอนาคต และ Devel Sixteen ที่พร้อมจะปลดปล่อยพละกำลังอันมหาศาล
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสุดยอดยานยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้ การได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Hypercar สักครั้งในชีวิต คือสิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้ โลกของ Hypercar ยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และเราจะได้เห็นสถิติและความเป็นไปได้ใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งความเร็วเหนือระดับ? ติดต่อเราเพื่อพูดคุยและค้นหา Hypercar ที่จะเติมเต็มความฝันของคุณวันนี้!

