![[ครบชุด] T2306508 ห วใจ ท ยอมทำท กอย_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/06/fb_natural_20260623_152035.jpg)
Lotus Eletre และ Emeya: ยกระดับตลาดพรีเมียมสปอร์ตไฟฟ้าสู่ยุคใหม่ (2026)
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคทองอย่างแท้จริง นับตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไร้มลพิษ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกต่างกระโดดเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด โดยมีเป้าหมายเพื่อชิงพื้นที่ในกลุ่มยานยนต์ระดับหรูและสปอร์ต ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและสมรรถนะขั้นสูงสุด หนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นและสร้างแรงกระเพื่อมอย่างต่อเนื่องในตลาดนี้คือ Lotus Cars Thailand แบรนด์สปอร์ตคาร์สัญชาติอังกฤษที่มีตำนานยาวนานกว่า 75 ปี ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ในปี 2567 ที่ผ่านมา Lotus สร้างความฮือฮาไปทั่วเอเชียด้วยการเปิดตัว Lotus Eletre ไฮเปอร์เอสยูวีไฟฟ้า 100% ที่ก้าวล้ำกว่าคู่แข่งด้านประสิทธิภาพและเทคโนโลยี และต่อด้วยการเปิดตัว Lotus Emeya สปอร์ตซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ ที่สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถหรูด้วยการผสานสมรรถนะเหนือชั้นเข้ากับการออกแบบที่หรูหราและมีระดับ
ในปี 2568 นี้ Lotus Cars Thailand ไม่ได้หยุดนิ่ง และได้เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวโมเดลเยียร์ใหม่ (Model Year 2026) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และรายละเอียดของยนตรกรรมรุ่นใหม่ ที่จะพา Lotus ก้าวไปอีกขั้นในตลาดเอเชียแปซิฟิก
วิสัยทัศน์ “Lotus for Everyone” กับการก้าวสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Lotus ในปี 2568 นี้คือการประกาศคอนเซปต์ใหม่ “Lotus for Everyone – ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของโลตัสได้แล้ววันนี้” นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการส่วนภูมิภาค เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย อธิบายว่า “หลังจากที่เราได้เปิดตัว Lotus Eletre (โลตัส อี-เลท-ทร้า) ไฮเปอร์ เอสยูวี รถไฟฟ้า 100% ไปถึง 2 รุ่นย่อยในปีที่แล้ว ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างมากในประเทศไทยด้วยฟังก์ชันและสมรรถนะการขับขี่ระดับเวิลด์คลาส พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นโฉบเฉี่ยว ทำให้สามารถดันยอดขายเกินเป้ากว่า 180 คัน ในปี 2566 โดยในไตรมาสสองของปี 2567 เราจะส่งมอบรถได้ตรงตามกำหนดมากกว่า 100 คัน และยังมีออเดอร์จองสะสมเข้ามาต่อเนื่องซึ่งคาดว่าจะส่งมอบได้ในช่วงสิ้นปีอีกกว่า 80 คัน สำหรับในปี 2567 นี้ ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 250 คัน”
นโยบาย “Lotus for Everyone” ถือเป็นการปรับกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่อาจเคยรู้สึกว่ารถสปอร์ตแบรนด์นี้ยังเข้าถึงยากเกินไป โดยการปรับราคาออปชั่นให้เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย และเปิดตัว Lotus Emeya 600 ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.89 ล้านบาท ทำให้ผู้บริโภคที่มีศักยภาพทางการเงิน แต่ยังลังเลในการลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าหรู มีทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น นาย Daniel Balmer, Executive Director Asia Pacific, Group Lotus กล่าวเสริมว่า “นับเป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์จะเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเต็มตัวในปี 2567 กับการเปิดตัว Lotus Emeya (โลตัส อี-เม-ย่า) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยและ South East Asia และเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดรถสปอร์ตหรูด้วยมาตรฐานที่มีความแตกต่างตามแบบฉบับของ โลตัส คาร์ ด้วย Driving Dynamics ที่มาจาก DNA ของแบรนด์ และเพื่อเป็นการย้ำทิศทางของแบรนด์ในการเดินหน้ารุกตลาดรถไฟฟ้ากลุ่ม Premium อย่างเต็มรูปแบบ”
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม: โอกาสใหม่สำหรับแบรนด์ระดับโลก
เทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ทั่วโลกในปี 2567 และต่อเนื่องมายังปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (Performance EVs) นาย Daniel Balmer ให้ข้อมูลว่า “ซึ่งในปีนี้โลตัส คาร์ ไทยแลนด์ ได้เดินแผนรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยแนวโน้มตลาดรถไฟฟ้าที่เติบโตต่อเนื่องในทุก Segment โดยเฉพาะ Premium เนื่องจาก มีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ BEV ครองตลาดภาพรวมที่ดีขึ้น อาจขยับไปได้ถึง 47% หรือประมาณ 100,000 คัน ขณะที่เทรนด์ของตลาดรถยนต์ BEV ทั้งในไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัว โดยคาดว่าในปีนี้ยอดขายของรถยนต์ BEV จะพุ่งแตะถึงหลัก 100,000 คัน ขณะที่เดือนมกรา 67 เดือนเดียวยอดขายรถยนต์ BEV ทั่วโลกมากถึง 1 ล้านคัน”
แนวโน้มนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน การที่ภาครัฐสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ การเปิดตัว Lotus Emeya ครั้งแรกใน South East Asia และเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์เชิงรุกของแบรนด์ในการบุกตลาดกลุ่ม Premium พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานของตลาดด้วยรถยนต์ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น (Driving Dynamics) ตามแบบฉบับของ Lotus
Lotus Emeya: ไฮเปอร์-จีทีไฟฟ้า 4 ประตูรุ่นแรกที่เร็วที่สุดในโลก
Lotus Emeya ถูกนิยามว่าเป็นรถสปอร์ตซีดานไฟฟ้าล้วน 100% ในรูปแบบ Hyper-GT 4 Door with Dual-Motor ที่สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.78 วินาที ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ในรถไฟฟ้าซีดานรุ่นแรกของแบรนด์ ที่สะท้อน DNA ของ Lotus อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งด้านสมรรถนะ ความปราดเปรียว และการออกแบบที่ล้ำสมัย
การออกแบบที่ถอดแบบจากสนามแข่งสู่ท้องถนน (Aerodynamic Excellence)
Lotus Emeya ได้รับสมญานามในฐานะ “The World’s Fastest Electric Hyper-GT with Dual-Motor” ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรุ่น LOTUS CARLTON รถซีดานแห่งยุค 90 ที่มีพลังแรงสูงเทียบชั้นรถสปอร์ต ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของการออกแบบและการขับขี่ที่ยังคงรักษาคาแรกเตอร์ความเป็นรถสปอร์ตมาโดยตลอด “นับเป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์จะเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเต็มตัวในปี 2567… ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดรถสปอร์ตหรูด้วยมาตรฐานที่มีความแตกต่างตามแบบฉบับของ โลตัส คาร์ ด้วย Driving Dynamics ที่มาจาก DNA ของแบรนด์…”
โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่มีรูปทรงเฉียบคม มีความโฉบเฉี่ยว ตามแบบฉบับรถสปอร์ต มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Active รูปทรงสามเหลี่ยมเป็นช่องดักอากาศ และ Splitter สร้างแรงกดด้านหน้าของรถ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนให้กับรถได้ดียิ่งขึ้นเมื่ออยู่ช่วงความเร็วสูง
อีกทั้งจุดเด่นของฟังก์ชัน Active Spoiler ด้านหลังขนาดใหญ่ถึง 296 มิลลิเมตร มาในรูปแบบ Dual Layer หรือเรียกว่า Double Wing ช่วยเพิ่มแรงกดถนน (Downforce) ได้มากถึง 215 กิโลกรัม อีกทั้งยังมี Active Rear Diffuser ช่วยลดแรงหมุนของอากาศด้านท้ายรถ และช่วยระบายอากาศใต้ท้องรถให้เร็วขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพในช่วงความเร็วสูง เพิ่มความคล่องตัวได้ทุกรูปแบบในทุกย่านความเร็ว มาพร้อมกับแรงเสียดทานต่ำเพียง 0.21 Cd. มอบอรรถรสการขับขี่อย่างเหนือระดับทุกวินาที
การเปลี่ยนแปลงในรุ่นปี 2026:
ในรุ่นปี 2026 (MY26) Lotus ได้เพิ่มสีภายนอกใหม่ “Zenith White” สีเงินสุดพรีเมียมที่สะท้อนความเรียบหรู ซึ่งเป็นสีพื้นฐานสำหรับทุกรุ่นเริ่มต้น และสีเบาะนั่งภายในใหม่ “K