![[ครบชุด] T1009611 ยอมตกงาน ด กว าท_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260710_082007.jpg)
เปิดตัว Lotus Emeya: สปอร์ตซีดานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก กับราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
Lotus Emeya ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 สปอร์ตซีดานไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นนี้ถือเป็นโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นที่สองของแบรนด์อย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทย ต่อจากซูเปอร์เอสยูวีไฟฟ้า Lotus Eletre
ต้นแบบของความเร็ว: กำเนิด Lotus Emeya
Lotus Emeya ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเป็น “สปอร์ตซีดานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก” ชื่อของ Emeya มาจากภาษาโปรตุเกส หมายถึง “ความปรารถนา” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของแบรนด์ในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ขับสนุก เร้าใจ และให้ประสบการณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตแท้ๆ
เมื่อแรกเปิดตัวในระดับโลก Emeya ได้รับการยกย่องอย่างล้นหลามในด้านสมรรถนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นท็อป ซึ่งทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.78 วินาที ทำลายสถิติและก้าวขึ้นแท่นเป็นรถซีดานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกในเวลานั้น ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัยและการเลือกใช้วัสดุขั้นสูง Emeya ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำด้านความเร็ว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมและความหรูหราแห่งอนาคต
สำหรับประเทศไทย การเปิดตัว Lotus Emeya ในงาน Motor Show 2024 ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม โดยเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่สองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดแสดงรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ
ดีไซน์แห่งอนาคต: การผสมผสานความสปอร์ตและอากาศพลศาสตร์
Lotus Emeya ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นการสร้างความประทับใจแรกด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ล้ำสมัย และโฉบเฉี่ยว ตัวถังเป็นแบบซีดานคูเป้ 4 ประตู ที่เน้นเส้นสายที่ดูพลิ้วไหวและ Aerodynamic อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าดีไซน์จะมีความคล้ายคลึงกับ Eletre ซึ่งเป็นซูเปอร์เอสยูวีไฟฟ้า แต่ Emeya ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
องค์ประกอบภายนอกที่น่าจับตามอง
ไฟหน้าและฝากระโปรง: ชุดไฟหน้าของ Emeya ถูกออกแบบให้เรียวบางและคมกริบ วางซ้อนกันเป็นรูปตัว L ที่ดูทันสมัยและดุดัน เสริมด้วยดีไซน์ของฝากระโปรงหน้าที่มีสันนูนอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มมิติและความสปอร์ตให้กับด้านหน้าของรถได้อย่างลงตัว
ระบบ Active Aerodynamics: หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Emeya คือการใช้ระบบ Active Aerodynamics ที่มาพร้อมกับกระจังหน้า ช่องดักลมด้านหน้า และสเกิร์ตหน้า เมื่อเปิดใช้งาน ชิ้นส่วนเหล่านี้จะช่วยลดแรงต้านทานอากาศ (Drag) และเพิ่มแรงกด (Downforce) ให้กับรถ ส่งผลให้รถเกาะถนนได้ดีขึ้นขณะใช้ความเร็วสูง นอกจากนี้ ระบบยังสามารถเปิดออกเพื่อช่วยระบายความร้อนให้กับแบตเตอรี่และระบบเบรกขณะขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องใช้พละกำลังอย่างต่อเนื่อง
ชุดพาร์ทแต่งและรายละเอียดพิเศษ: เพื่อเพิ่มความหรูหราและความดุดันรอบคัน Emeya ถูกเสริมด้วยชุดพาร์ทแต่งที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ เพิ่มความพรีเมียมด้วยมือจับเปิดประตูแบบ Pop-Up และกระจกมองข้างแบบกล้อง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดแรงต้านอากาศแล้ว ยังให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวและทันสมัยไม่แพ้รถระดับไฮเอนด์
ไฟท้ายและสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ: ด้านท้ายรถได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายแบบเส้น LED ที่ทอดยาวเต็มพื้นที่ส่วนท้าย สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรถ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับดิฟฟิวเซอร์และสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟคล้ายกับใน Eletre แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยสปอยเลอร์ของ Emeya มีความกว้างถึง 11.0 นิ้ว หรือกว้างกว่าสปอยเลอร์ของ Eletre ถึง 3.9 นิ้ว ซึ่งช่วยสร้างแรงกดให้กับตัวรถได้มากถึง 474 ปอนด์ การออกแบบนี้ทำให้รถมีค่าสัมประสิทธิ์ต้านแรงเสียดทานอากาศเพียง 0.21 cd เท่านั้น นับเป็นค่าที่ดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในยุคนี้
มิติตัวถังและความจุ
สำหรับมิติตัวถังของสปอร์ตซีดานไฟฟ้าคันนี้ มีความยาวอยู่ที่ 5,139 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,005 มิลลิเมตร และความสูง 1,464 มิลลิเมตร โดยมีระยะฐานล้อที่ยาว 3,069 มิลลิเมตร และมีระยะห่างจากพื้นอยู่ที่ 162 – 212 มิลลิเมตร นอกจากมิติภายนอกที่ดูแข็งแกร่งแล้ว Emeya ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ความจุ 46 ลิตร และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีขนาดใหญ่ถึง 688 ลิตร
ประสบการณ์ภายใน: ห้องโดยสารที่ผสมผสานความหรูหราและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภายในห้องโดยสารของ Lotus Emeya ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารสูงสุด 4 ที่นั่ง โดยอาจมีตัวเลือกเบาะแบบแยกที่นั่งด้านหลังเพิ่มเข้ามา เพื่อยกระดับความสบายและความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร
เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
แผงหน้าปัดและระบบ Infotainment: แผงคอนโซลกลางมาพร้อมกับแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดเล็ก และจออินโฟรเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาดใหญ่ 15.1 นิ้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับใน Eletre เสริมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัด และระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-Up Display) แบบ Augmented Reality (AR) ที่มีขนาดถึง 55 นิ้ว เพิ่มความล้ำสมัยและปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ Lidar เพื่อรองรับเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติในอนาคต
การตกแต่งและวัสดุ: Lotus เลือกใช้การตกแต่งภายในด้วยวัสดุระดับพรีเมียม โดยเฉพาะคาร์บอนไฟเบอร์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง Alcantara และ Nappa คุณภาพสูง ซึ่งมอบความสบายและความนุ่มนวลในการขับขี่
ความยั่งยืน: นอกเหนือจากความหรูหราแล้ว Lotus Emeya ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เศษผ้าฝ้ายจากอุตสาหกรรมแฟชั่น นำกลับมาผ่านกระบวนการผลิตใหม่เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบภายในห้องโดยสาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ระบบเสียง KEF: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบระบบเสียงคุณภาพสูง Emeya มาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง KEF 3D ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถรุ่นนี้ เสริมด้วยฟังก์ชันตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยมราวกับอยู่ในคอนเสิร์ต
สมรรถนะและพละกำลัง: ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า
Lotus Emeya มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motor) ที่ให้พละกำลังและสมรรถนะสูง โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ซึ่งแต่ละรุ่นมีความโดดเด่นในด้านอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดที่แตกต่างกัน
รุ่น S: ความสมดุลระหว่างกำลังและระยะทาง
กำลัง: มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุดรวม 603 แรงม้า
แรงบิด: แรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 4.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม.
แบตเตอรี่: Lithium Ion Polymer ความจุ 112 kWh
ระยะทางขับขี่สูงสุด (WLTP): 610 กิโลเมตร
การชาร์จ: รองรับ AC สูงสุด 22 kW และ DC สูงสุด 355 kW
รุ่น R: สุดยอดแห่งขุมพลังและความเร็ว
กำลัง: มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุดรวม