![[ครบชุด] T1407207_หน งส น,บอด การ (2)_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260715_111532.jpg)
มหากาพย์ Opel / Vauxhall Lotus Carlton/Omega: สปอร์ตซีดานตัวแรง ที่เกือบถูกแบนโดยรัฐบาลอังกฤษ!
เมื่อช่วงปลายปี 1993 ในเขต West Midlands ประเทศอังกฤษ ได้เกิดเหตุการณ์โจรกรรมรถยนต์ขึ้นที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสุดอลังการแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ต! เจ้าของรถผู้สูญเสียได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดเผยว่า รถยนต์ที่หายไปคือ Lotus Carlton รถซีดานสี่ประตูสีเขียวเข้มราวกับรัตติกาล ที่ไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์สง่างาม แต่ยังมีสมรรถนะที่สูงส่งเสียจนน่าตกใจ หากเทียบกับราคารถในปัจจุบัน มูลค่าของ Lotus Carlton คันดังกล่าวอาจเทียบเท่ากับการซื้อ Porsche Taycan GTS ในสหราชอาณาจักรได้เลยทีเดียว!
หลังจากนั้นเป็นเวลาหลายเดือน เหตุการณ์ระทึกขวัญก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตำรวจอังกฤษต้องเผชิญกับคดีโจรกรรมร้านค้าต่าง ๆ ในช่วงกลางคืน ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนใช้รถยนต์คันเดียวกัน นั่นคือ Lotus Carlton ทะเบียน 40 RA ที่ถูกโจรกรรมไป พวกเขาอาศัยความเร็วและความคล่องตัวของรถคันนี้ในการก่อเหตุ ซึ่งนั่นก็คือ “Ram Raid” หรือการใช้รถยนต์พังประตูร้านค้าเพื่อเข้าไปฉกชิงทรัพย์สินจำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหนักใจยิ่งกว่า คือสมรรถนะอันล้นเหลือของ Lotus Carlton แม้ว่าตัวถังรถจะเป็นซีดานขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก เหมาะสำหรับการปะทะและพังกำแพง แต่ความเร็วและอัตราเร่งของมันก็ยังคงสูงลิบลิ่ว โรงงานเคลมไว้ว่าอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 5.2 วินาที และความเร็วสูงสุดประเมินอย่างน้อยที่สุดอยู่ที่ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมันเร็วกว่ารถตำรวจความเร็วสูงในยุคนั้นอย่าง Vauxhall Senator 3.0 24v อย่างขาดลอย
แม้กระทั่งการใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่ติดตาม ก็ยังคงยากที่จะตามรถคันนี้ทัน! ปรากฏการณ์นี้ทำให้สื่อมวลชนในขณะนั้นพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่รถยนต์ซีดานทั่วไปคันหนึ่งจะมีสมรรถนะความเร็วสูงถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษสั่งแบน Lotus Carlton ออกจากตลาดไปเสีย!
แต่สุดท้ายแล้ว คำเรียกร้องนั้นก็มิอาจทำให้ความฝันของเหล่านักเลงซิ่งจบลงได้ เพราะทาง General Motors Europe ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการนี้ ได้เลิกผลิต Lotus Carlton และเวอร์ชันสำหรับตลาดยุโรปแผ่นดินใหญ่อย่าง Lotus Omega ไปเสียตั้งแต่ปี 1992 แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตำนานของ Lotus Carlton ทะเบียน 40 RA ก็ยังคงฝังลึกอยู่ในใจเหล่าคนรักรถในอังกฤษไปอีกนาน และแม้ว่าเจ้าของรถเดิมจะออกมากล่าวว่า รถคันจริงได้ถูกทำลายไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีเจ้าของรถ Lotus Carlton คนอื่นที่พยายามสรรหาทะเบียน 40 RA นี้มาใส่ในรถของตน เพื่อรำลึกถึงสปอร์ตซีดานที่เร็วที่สุดในยุคนั้น ซึ่งไม่มีรถรุ่นอื่นใดสามารถล้มสถิตินี้ไปได้เป็นเวลานานเกินกว่าทศวรรษ!
บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของ Lotus Carlton และ Lotus Omega การร่วมมือระหว่าง Opel/Vauxhall และ Lotus Cars ในการสร้างสรรค์สุดยอดสปอร์ตซีดานที่เร็วที่สุดแห่งยุค!
ประวัติโดยย่อของ Lotus Cars: จากเครื่องบินสู่ซูเปอร์คาร์ระดับโลก
สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ Lotus Cars เป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษ ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Hethel มณฑล Norfolk โดยมีผู้ก่อตั้งคือ Colin Chapman ซึ่งในปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Geely ประเทศจีน ที่เข้ามาถือหุ้นสูงสุด โดยผ่านบริษัทแม่ที่เคยถือหุ้นสูงสุดอยู่นานหลายปีอย่าง Proton ของประเทศมาเลเซีย แต่ก่อนที่ Lotus จะกลายเป็นของ Proton นั้น บริษัทเคยผ่านมือเจ้าของมาแล้วมากมาย
Colin Chapman เป็นนักออกแบบอัจฉริยะที่เริ่มต้นจากวิศวกรรมการบิน ก่อนจะผันตัวมาออกแบบรถยนต์ครั้งแรกในปี 1948 เพื่อเข้าแข่งขันในรายการต่าง ๆ ที่เฟื่องฟูหลังสงครามโลกครั้งที่สอง Lotus Cars เติบโตอย่างรวดเร็วจากการสร้างสรรค์รถแข่ง จนสามารถส่งรถเข้าแข่งขันรายการ Formula 1 ได้สำเร็จในปี 1958
นอกเหนือจากรถแข่งแล้ว Lotus ยังออกแบบรถยนต์สำหรับ “กลุ่มคนที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเข้มข้น” ซึ่งต้องแยก Lotus Cars ยุคแรกออกจากรถสปอร์ตทั่วไป เพราะรถอย่าง Lotus 6 และ Lotus 7 ถือเป็น “Kit Car” หรือชุดประกอบสำเร็จรูปที่ลูกค้าสามารถนำไปติดตั้งเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบตามกฎกติกาการแข่งขันหรือตามความต้องการด้านประสิทธิภาพ แม้กระทั่งทุกวันนี้ Lotus 7 ยังคงถูกผลิตโดยบริษัท Caterham โดยดีไซน์แทบไม่แตกต่างจากที่ Colin Chapman เคยออกแบบไว้เลย
จากความรุ่งเรืองสู่ปัญหา: เส้นทางการเงินของ Lotus ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงยุค 1960 และ 1970 Lotus ยังคงผลิต Lotus 7 ออกมาเรื่อย ๆ แต่เพื่อขยายตลาดให้รองรับผู้ใช้งานได้กว้างขวางขึ้น บริษัทได้เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตแบบสำเร็จรูปเพิ่มเติม เช่น Lotus Elan, Lotus Europa และที่โด่งดังเป็นพิเศษคือ Lotus Esprit รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางที่สร้างชื่อกระฉ่อนจากบทบาทพระเอกในภาพยนตร์ชุด James Bond ตอน The Spy Who Loved Me ในปี 1977
แต่ Lotus ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น อีกหนึ่งความเชี่ยวชาญของบริษัทคือ งานวิศวกรรมให้คำปรึกษา ให้กับบริษัทอื่น ๆ ที่เข้ามาจ้าง ซึ่งความน่าสนใจคือ Porsche เองก็เคยมีบริการนี้ในอดีตเช่นกัน เนื่องจากบริษัทรถสปอร์ตที่มียอดผลิตน้อย มักมีทุนทรัพย์จำกัด ไม่สามารถลงทุนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้งบประมาณสูงอย่างเครื่องยนต์ หรือชิ้นส่วนที่ต้องผลิตจำนวนมากเพื่อเพิ่ม Economy of Scale ได้
Lotus Cars จึงรับจ้างออกแบบและพัฒนารถยนต์หรือเครื่องยนต์ให้กับบริษัทอื่น ๆ ในช่วงที่เริ่มผลิตรถของตัวเองแบบสำเร็จรูป Lotus ได้ซื้อเครื่องยนต์ของ Ford มาปรับปรุงฝาสูบใหม่ให้เป็นแบบ Double Overhead Camshaft ความร่วมมือนี้ได้ต่อยอดไปสู่โปรเจกต์แรกที่ Lotus ได้ร่วมมือกับบริษัทใหญ่ นั่นก็คือการจับมือกับ Ford เพื่อสร้าง Lotus Cortina โดยใช้พื้นฐานจากรถครอบครัว Ford Cortina และติดตั้งเครื่องยนต์ของ Lotus-Ford ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมเป้าหมายเพื่อใช้ในการแข่งขันทั้งทางเรียบ Touring Car และทางฝุ่น Rally Car ซึ่งรถรุ่นนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง สร้างชื่อให้กับทั้ง Ford และ Lotus อย่างมาก
แม้ Lotus จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทกลับประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักในช่วงยุค 1980 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้รถสปอร์ตราคาแพงที่เป็นของฟุ่มเฟือยกลายเป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานี้ Lotus จึงเริ่มหันไปพยายามร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การร่วมมือกับ Toyota ในปี 1982 เพื่อช่วยออกแบบ Toyota Celica XX รวมถึงการให้แนวคิดในการสร้าง Toyota MR2 AW11 รุ่นแรกด้วย โดยที่ Lotus สามารถนำระบบเกียร์และชิ้นส่วนอื่น ๆ ของ Toyota มาใช้ในการผลิตรถสปอร์ตของตัวเองอย่าง Lotus Excel และ Lotus Esprit เช่น สวิตช์ปุ่มต่าง ๆ ระบบเกียร์ ไฟท้าย และชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่ต้องใช้ Economy of Scale เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำพอ
นอกจากนี้ Colin Chapman ยังได้ร่วมงานกับ John Z. Delorean ซึ่งหลายท่านอาจนึกถึงรถยนต์ DMC Delorean ที่ใช้แชสซีของ Lotus Esprit เป็นพื้นฐาน แต่สุดท้าย ความร่วมมือกับ Delorean นี้เอง ที่เป็นจุดจบของชีวิต Colin Chapman ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินของรัฐบาลอังกฤษที่นำมาสนับสนุนโรงงานในไอร์แลนด์เหนือ จำนวนหลายสิบล้านปอนด์ Colin Chapman เสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม 1982 จากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
แม้ผู้ก่อตั้งจะจากไป แต่บริษัทก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป กลุ่มทุนอื่น ๆ จึงเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อพยุงบริษัทให้ดำเนินการต่อได้ และในเดือนมกราคม 1986 Lotus Cars ได้ถูกขายกิจการให้กับทาง General Motors เพื่อดึงเงินทุนมาพัฒนาโครงการรถรุ่นใหม่ ๆ ต่อไป เช่น Lotus Esprit รุ่นปรับปรุงโฉมที่ออกแบบโดย Peter Stevens
เมื่อรถซีดานทั่วไปกลายร่างเป็น Supercar Killer: จุดกำเนิดของ Lotus Carlton/Omega
เมื่ออยู่ภายใต้การบริหารของ