![[ครบชุด] T1007913_EP5 อด ตคนร_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260715_141846.jpg)
Lotus คัมแบ็ก! เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ประเดิม Lotus Evija ไฮเปอร์คาร์ EV ราคาทะลุ 100 ล้านบาท (ฉบับ 2026)
หลังจากที่แบรนด์สปอร์ตคาร์สัญชาติอังกฤษภายใต้ร่มเงาของ Geely (เจลลี่) ได้ห่างหายจากตลาดไทยไปพักใหญ่ ในปี 2564 ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อ เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ (Wernns Automotive) บริษัทเอกชนผู้มีประสบการณ์ด้านยานยนต์ ได้คว้าสิทธิ์ในการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Lotus Cars ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์รถซูเปอร์คาร์จากอังกฤษ การกลับมาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำ “ตำนาน” กลับมาโลดแล่นบนท้องถนนเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณสำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ
แม้ในอดีต Lotus จะโด่งดังจากรถสปอร์ตน้ำหนักเบาที่เน้นความคล่องตัวและประสบการณ์ขับขี่ดิบๆ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมโลกก็ได้ผลักดันให้แบรนด์ต้องปรับตัวอย่างก้าวกระโดด การกลับมาใหม่ในปี 2569 นี้ จึงมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
การกลับมาของ “พลังอังกฤษ” ในปี 2569
แผนธุรกิจในประเทศไทย 2026
บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ได้เปิดตัวศูนย์บริการและโชว์รูมอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2564 ที่ผ่านมา โดยมีการลงทุนปรับปรุงพื้นที่โชว์รูมเดิมในย่านหัวหมากให้รองรับมาตรฐานสากลของ Lotus โดยตัวโชว์รูมตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคารโชว์รูมวอลโว่ ซึ่งบ่งบอกถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างแบรนด์สัญชาติสวีเดนและแบรนด์อังกฤษเจ้าของคนจีน การวางตำแหน่งของ Lotus อยู่ในส่วนที่เน้นความหรูหราและสมรรถนะสูง ยิ่งตอกย้ำทิศทางการทำตลาดของแบรนด์
“ในยุค 2026 ที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราไม่ได้มองแค่การขายรถ แต่เราต้องการสร้างประสบการณ์แบบเต็มรูปแบบให้กับลูกค้า” นายธีรพงศ์ รอดลอย (สมมติ) ผู้จัดการทั่วไป เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ กล่าวถึงกลยุทธ์ในช่วงแรก “เราตั้งเป้าให้ Lotus เป็นมากกว่าสปอร์ตคาร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นที่จะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่”
ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาทำตลาด
แม้แผนระยะยาวของ Lotus จะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2571 แต่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดตลาดในไทย แบรนด์ยังคงนำเสนอรถยนต์รุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป (ICE) เป็นการอำลา “ตำนาน” อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Lotus Exige Sport Final Edition และ Lotus Elise Sport Final Edition ซึ่งทั้งสองรุ่นถือเป็นสปอร์ตคาร์อมตะที่ผลิตในจำนวนจำกัด “รถรุ่นเหล่านี้จะถือเป็นโฉมสุดท้ายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบคลาสสิกอย่างแท้จริง เพราะในอนาคตเราจะโฟกัสไปที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด”
อย่างไรก็ตาม ในแผนระยะสั้นของการทำตลาดในประเทศไทย จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้ขุมพลังเบนซิน (ไม่ใช่ไฮบริด) คือ Lotus Emira ซึ่งเป็นสปอร์ตคาร์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด คาดการณ์ว่ารุ่นนี้จะเข้ามาทำตลาดแข่งขันกับ Porsche 911 อย่างเต็มตัว
Lotus Evija: จุดเริ่มต้นของความแรงแห่งโลก EV
ในฐานะ “ไอคอน” ของการกลับมาใหม่ในยุคไฟฟ้า Lotus Evija ถือเป็นไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบลำแรกที่แบรนด์เตรียมนำเข้ามาจัดแสดงและรับจองในประเทศไทย เพื่อส่งสัญญาณว่า Lotus กำลังเข้าสู่ยุคใหม่แห่งขุมพลังไฟฟ้า “Evija ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์ให้เข้าสู่ยุคใหม่”
วิเคราะห์ทางเลือก: ซื้อ, รอ, หรือเช่า?
สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดรถยนต์ระดับไฮเอนด์และกำลังพิจารณาลงทุนในสปอร์ตคาร์ บทบาทของ Lotus ในปี 2026 นี้ได้สร้างคำถามที่น่าสนใจขึ้นมาหลายประการ
“Lotus Exige และ Elise: การลงทุนในตำนาน?”
สำหรับนักสะสมที่ต้องการเป็นเจ้าของ Lotus Exige และ Lotus Elise รุ่นสุดท้าย ถือเป็นโอกาสที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แม้ว่ารถทั้งสองรุ่นจะสิ้นสุดสายการผลิตแล้ว แต่ในฐานะรถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษที่มีจำนวนจำกัดและความเป็นเอกลักษณ์ในการขับขี่ (Pure Driving Experience) ก็อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต
ข้อควรพิจารณา:
สถานะ Final Edition: การที่รถทั้งสองรุ่นนี้ถูกจัดว่าเป็น “Final Edition” หมายความว่านี่คือรุ่นสุดท้ายที่ไม่มีการพัฒนาต่อ ยิ่งทำให้จำนวนรถในตลาดยิ่งลดลง
สภาพรถและความหายาก: การลงทุนในรถรุ่นเก่าต้องคำนึงถึงสภาพรถเป็นหลัก รถที่ได้รับการดูแลอย่างดีและมีประวัติการบำรุงรักษาที่ชัดเจน มักมีราคาที่สูงกว่า และมีโอกาสที่จะกลับมามีมูลค่าที่น่าพอใจ
ค่าบำรุงรักษา: สปอร์ตคาร์ระดับนี้มักมาพร้อมกับค่าบำรุงรักษาที่สูงมาก แม้จะนำเข้ามาใหม่ แต่อะไหล่บางรายการอาจหายากกว่ารถสปอร์ตยุโรปทั่วไป
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณคือแฟนคลับตัวจริงของ Lotus และชื่นชอบความดิบในการขับขี่ การลงทุนในรถรุ่นเหล่านี้ถือว่าคุ้มค่า แต่ต้องพร้อมรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ตามมา
“Lotus Emira: คู่แข่ง Porsche 911 ตัวจริง?”
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ที่อยู่ระหว่างซูเปอร์คาร์และรถยนต์สมรรถนะสูง Lotus Emira ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง การเข้ามาของรุ่นนี้เปรียบเสมือนกับการท้าชนตรงกับ Porsche 911 ซึ่งเป็นราชาแห่งตลาดนี้มาอย่างยาวนาน
ปัจจัยที่ควรพิจารณา:
ดีไซน์และแบรนด์: Lotus มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นในไทย ซึ่งมักจะให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และความเป็น “รถสปอร์ต” อย่างแท้จริง
ราคาและสมรรถนะ: การเข้ามาของ Lotus Emira ในไทยคาดว่าจะเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับ Porsche 911 ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าสมรรถนะและประสบการณ์ขับขี่ที่ได้รับคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
โครงสร้างพื้นฐาน: เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ได้จัดตั้งศูนย์บริการเฉพาะสำหรับ Lotus ซึ่งจะช่วยลดความกังวลเรื่องการบำรุงรักษาและความพร้อมของอะไหล่ในระยะยาว
สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบ: ก่อนการตัดสินใจซื้อ Lotus Emira ควรเปรียบเทียบกับ Porsche 911 รุ่นใกล้เคียง ทั้งในด้านสมรรถนะ อัตราเร่ง เทคโนโลยี และความประหยัดน้ำมัน (สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการวิ่งระยะยาว)
“Lotus Evija: บทบาทของผู้ลงทุนและกลุ่ม Ultra-High Net Worth (UHNW)”
Lotus Evija ไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าที่มีราคาสูงกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นรถยนต์ที่ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป แต่เป็นของนักสะสมกลุ่ม Ultra-High Net Worth (UHNW) ที่มองหาที่สุดของเทคโนโลยีและสมรรถนะยานยนต์
สำหรับกลุ่มลูกค้านี้ การลงทุนใน Lotus Evija ไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความพิเศษและหายาก “Evija ถือเป็นการประกาศศักดาของแบรนด์ในยุคใหม่” ผู้จัดการทั่วไป เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ กล่าวเสริมถึงการวางตำแหน่งของ Evija
ข้อควรพิจารณาสำหรับนักลงทุน (UHNW):
ความหายากและการลงทุน: Lotus Evija ถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดทั่วโลก การเป็นเจ้าของ Evija อาจเป็นเหมือนการเก็บสะสมผลงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้
เทคโนโลยี: ด้วยกำลังขับเคลื่อนกว่า 2,000 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาที ทำให้ Evija กลายเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่แรงที่สุดในโลก
มูลค่าในอนาคต: การ