![[ครบชุด] T1607411_ว นท พ อจากไป พ_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260716_163556.jpg)
โลตัส คัมแบ็ก! เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ เปิดตัวโชว์รูม-ศูนย์บริการ พร้อมรับจอง Lotus Evija ไฮเปอร์คาร์ EV ราคากว่า 100 ล้านบาท
ในปี 2026 ตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาอย่างเป็นทางการของแบรนด์สปอร์ตคาร์ในตำนานอย่าง Lotus ที่ได้เซ็นสัญญากับ “เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ” (Wernst Automotive) เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ Lotus ในการบุกตลาดประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากการปรับโครงสร้างองค์กรระดับโลกภายใต้ Geely Group
การกลับมาของ Lotus ในประเทศไทย
เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นดีลเลอร์รายใหญ่ของวอลโว่ในไทย ได้ตัดสินใจขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ตลาดรถหรูสมรรถนะสูงด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่าย Lotus โดยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานของแบรนด์ (CI) และมีกำหนดเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 การเลือกทำเลที่ตั้งบนชั้นสองของโชว์รูมวอลโว่ หัวหมาก ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งสร้างความแตกต่างระหว่างกลุ่มเป้าหมายของวอลโว่ (ตลาดแมส) และโลตัส (ตลาดสปอร์ตไฮเอนด์)
ในระยะแรกของการเปิดตัว เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ได้นำเข้ารถยนต์รุ่นปัจจุบันของ Lotus เพื่อเป็นเรือธงในการบุกตลาด ได้แก่ Lotus Exige และ Lotus Elise รุ่น Final Edition ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายก่อนที่แบรนด์จะยุติการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปเพื่อหันไปพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2567
“เราเชื่อมั่นว่าตลาดสปอร์ตคาร์ในไทยยังมีช่องว่างและกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง” นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการทั่วไปของเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ กล่าวในการแถลงข่าว “การนำเข้า Lotus Exige และ Elise รุ่นสุดท้ายนี้ ถือเป็นการปิดตำนานของเครื่องยนต์สันดาป และเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกค้ารู้ว่า Lotus กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว”
Lotus Evija: อภิมหาไฮเปอร์คาร์ EV ราคากว่า 100 ล้านบาท
นอกจากการนำเข้ารถรุ่นปัจจุบันแล้ว จุดเด่นที่สร้างความฮือฮาในตลาดคือการเปิดรับจอง Lotus Evija ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเภทไฮเปอร์คาร์ที่กำลังเขย่าวงการยานยนต์ระดับโลก Lotus Evija ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นรถสปอร์ตที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีสูงสุดของแบรนด์ ด้วยแรงบันดาลใจจากเครื่องยนต์เจ็ต (Jet Engine) และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
ไฮไลท์สำคัญของ Lotus Evija:
สมรรถนะระดับสุดยอด: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังรวม 2,000 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,700 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม.
โครงสร้างน้ำหนักเบา: ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ทำให้น้ำหนักรวมของรถไม่เกิน 1,680 กิโลกรัม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ล้ำสมัย: ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 70 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 346 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
สำหรับตลาดในประเทศไทย คาดการณ์ว่า Lotus Evija จะถูกเปิดตัวและจำหน่ายในราคาที่สูงกว่า 100 ล้านบาท สะท้อนถึงความพิเศษของรถยนต์คันนี้ที่ไม่ได้มีเพียงสมรรถนะสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานศิลปะยานยนต์ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด ซึ่งดึงดูดนักสะสมและผู้ที่ต้องการครอบครองสุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต
Lotus Emira: ความหวังใหม่แห่งยุคเบนซิน (ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่ EV)
แม้ว่าในระยะยาว Lotus จะมุ่งเน้นไปที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ก่อนที่จะสิ้นสุดยุคเครื่องยนต์สันดาป แบรนด์ได้เปิดตัว Lotus Emira ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมขุมพลังเบนซิน (ไม่ใช่ไฮบริด) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งชั้นนำอย่าง Porsche 911 ในตลาดได้ Emira มอบความรู้สึกคลาสสิกแบบโลตัสในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น พร้อมกับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือกว่ารถสปอร์ตทั่วไป
เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ได้เตรียมรับจอง Lotus Emira เช่นกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อรับข้อมูลรายละเอียดและเงื่อนไขการสั่งจองได้ที่โชว์รูมหัวหมาก การนำเสนอรถรุ่นนี้เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการรักษาฐานลูกค้าเก่าของโลตัส และดึงดูดผู้ที่ยังคงชื่นชอบประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมของรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป
กลยุทธ์การตลาดและการบริหารจัดการ: ปะทะกับผู้นำตลาด
การเข้ามารับช่วงต่อจากนิชคาร์ (NichCAR) ซึ่งปัจจุบันยังคงดูแลแบรนด์ McLaren เป็นผู้เล่นหลักในตลาดซูเปอร์คาร์ของไทย ถือเป็นความท้าทายใหม่ของเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ Lotus จะต้องสร้างความแตกต่างและวางตำแหน่งทางการตลาดให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ Geely เช่น Polestar หรือ Zeekr ที่อาจเข้าทำตลาดไทยในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การที่เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ เป็นดีลเลอร์วอลโว่รายใหญ่อยู่แล้ว ถือเป็นแต้มต่อสำคัญในการสร้างฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและมีความเข้าใจในตลาดรถพรีเมียม โดยการวางจำหน่าย Lotus บนชั้นสองของโชว์รูมวอลโว่ หัวหมาก ยังช่วยให้ลูกค้าจากทั้งสองแบรนด์สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างสะดวกสบาย
การลงทุนและความคุ้มค่า: Lotus Evija กับตลาดไฮเปอร์คาร์
การตัดสินใจลงทุนใน Lotus Evija ถือเป็นการเดิมพันที่สูงมาก เนื่องจากราคาค่าตัวที่สูงเกิน 100 ล้านบาท แต่ในมุมมองของนักสะสมและตลาดรถหรู การเป็นเจ้าของไฮเปอร์คาร์ EV ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่คันที่มีจำหน่ายในประเทศไทย อาจถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตและความภาคภูมิใจ มากกว่าการลงทุนเพื่อผลกำไรในเชิงพาณิชย์
ในอดีต Lotus Evija เคยเปิดตัวรุ่นพิเศษอย่าง Lotus Evija Fittipaldi Limited Edition ซึ่งผลิตออกมาเพียง 8 คันในโลก เพื่อรำลึกถึงตำนานนักแข่งชาวบราซิล Emerson Fittipaldi การเปิดรับจองรุ่นนี้ในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ Lotus ในศักยภาพของตลาดไทย และความต้องการที่จะนำเสนอรถยนต์ที่อยู่เหนือขอบเขตของความธรรมดา
อนาคตของ Lotus ในตลาดโลกและประเทศไทย
ในระดับสากล Lotus กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ความเป็น “อีโค-ไฮเปอร์คาร์” (Eco-Hypercar) โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงพลังงานไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปรัชญาการออกแบบและการตลาดของแบรนด์อีกด้วย
การที่ Geely Group ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ Lotus ในช่วงปี 2562 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ช่วยให้ Lotus มีเงินทุนในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ซึ่งจะเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับ Porsche Taycan, Tesla Model S หรือรถยนต์ไฟฟ้าจากผู้ผลิตสัญชาติจีนที่มีกำลังการผลิตสูง การจับมือกับเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การตัดสินใจลงทุนในตลาดรถพรีเมียมและซูเปอร์คาร์ในช่วงปี 2566 ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของตลาดรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ในประเทศไทยที่ยังคงดึงดูดนักลงทุนและนักสะสมที่มีกำลังซื้อสูง
บทสรุป: การเดิมพันที่คุ้มค่ากับความท้าทาย
การกลับ