![[ครบชุด] T1707619 แต งงานได ไม นาน (3)_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260718_074521.jpg)
Lotus Evija 2026: การกลับมาของตำนานไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ขุมพลังไร้ขีดจำกัดที่โลกต้องตะลึง
ในโลกแห่งยนตรกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ค่ายรถยนต์ระดับตำนานอย่าง Lotus ได้กลับมาเขย่าวงการอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Lotus Evija (อ่านว่า e-vi-ya) ไม่เพียงแต่เป็นการกลับมาของแบรนด์ที่เคยห่างหายไปนาน แต่ยังเป็นการปฏิวัติครั้งสำคัญเมื่อ Lotus หันมาใช้พลังงานไฟฟ้า EV อย่างเต็มตัว โดยที่รถคันนี้มาพร้อมกับขุมพลังมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ชื่อ “Evija” มีรากศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า “Eve” ซึ่งหมายถึง การเริ่มต้น หรือ สิ่งแรกที่เกิดขึ้น สมกับคุณสมบัติของรถยนต์รุ่นนี้ที่เปรียบเสมือนการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของแบรนด์
นับตั้งแต่การเปิดตัว Lotus Evija ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงของแบรนด์ที่ผลิตรถยนต์สปอร์ตมากว่า 80 ปี การออกแบบที่เรียบหรู ผสมผสานกับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ลู่ลม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ Evija ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็น “ยานยนต์แห่งอนาคต” ที่รวมสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นเกินตัวเอาไว้
การออกแบบที่ดุดัน แต่เรียบง่ายตามสไตล์ Lotus
ความโดดเด่นแรกที่สะดุดตาของ Lotus Evija คือการออกแบบที่ลงตัวระหว่างความล้ำสมัยและความเรียบง่าย ด้านข้างตัวถังมีช่องดักลม Venturi ที่ทำหน้าที่ส่งผ่านอากาศที่พุ่งเข้ามาปะทะออกสู่ด้านหลังของตัวรถอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการลดแรงต้านทานอากาศ ไฟหน้าเป็นแบบ Laser ที่ฝังอยู่ในโคมแนวตั้ง ภายในของไฟหน้ามีหลอดไฟ LED รูปทรงปีกนกที่วางซ้อนกันถึง 2 ชั้น ทำให้ดูมีมิติและล้ำสมัยไม่ซ้ำใคร ล้อรถทำจากแมกนีเซียม (Magnesium) เพื่อลดน้ำหนักตัวรถให้ได้มากที่สุด โดยล้อด้านหน้ามีขนาด 20 นิ้ว ส่วนล้อด้านหลังมีขนาด 21 นิ้ว มาพร้อมกับยาง Pirelli Trofeo R สุดไฮเอนด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน
นอกจากนี้ Lotus Evija ยังมีประตูเปิดแบบปีกนก (Dihedral Doors) ที่เปิดขึ้นด้านบน ทำให้รถดูมีเอกลักษณ์และโดดเด่นอย่างมาก สิ่งที่น่าสนใจคือตัวรถไม่มีมือเปิดประตูมาให้ แต่จะสามารถปลดล็อกและเปิดได้ด้วยการกดปุ่มที่กุญแจรีโมท เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสารแล้ว ค่อยกดปุ่มปิดบนแผงควบคุมเหนือศีรษะ ประตูจะปิดลงอย่างสวยงาม ทำให้ภาพรวมของรถดูเนียนตาและโฉบเฉี่ยวอย่างแท้จริง
ห้องโดยสารที่เน้นความเรียบง่าย และเทคโนโลยีล้ำสมัย
สำหรับภายในของ Lotus Evija เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสปอร์ตและความล้ำสมัย โดยใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และหนัง Alcantara เป็นหลัก มีเพียงหน้าจอแสดงผลดิจิตอลเพียงจอเดียวที่อยู่ด้านหน้าพวงมาลัย รอบห้องโดยสารตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์, Alcantara และวัสดุโลหะต่างๆ อย่างลงตัว
พวงมาลัยเป็นแบบ D-Shape ที่มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และมีระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (Drive Modes) ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ Range, City, Tour, Sport และ Track ซึ่งสามารถปรับได้ด้วยแป้นหมุนแบบอนาล็อก ให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่งอย่างแท้จริง ส่วนเข็มขัดนิรภัยมีให้เลือกทั้งแบบ 3 จุด และ 4 จุด เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ
ขุมพลังไฟฟ้า 2,000 แรงม้า ที่ทรงพลังที่สุดในโลก
ความลับของสมรรถนะจาก Lotus Evija อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่ถูกพัฒนาให้สามารถเค้นสมรรถนะสูงสุด จนสามารถรีดสมรรถนะได้มากถึง 2,000 แรงม้า (HP) แรงบิด 1,700 นิวตันเมตร ทางบริษัทฯ ได้อ้างว่า ด้วยสมรรถนะที่แรงเกินตัว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้น้อยกว่า 3 วินาที และความเร็วสูงสุดทะลุ 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ด้านแบตเตอรี่นั้นจะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ที่วางไว้ตรงกลางรถ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตร/ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง แถมตัวแบตเตอรี่เองสามารถรองรับการชาร์จความจุได้มากถึง 800 กิโลวัตต์ ซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าใดนักในปัจจุบัน แต่สามารถมาชาร์จไฟได้รวดเร็วมาก ชาร์จได้เต็มในเวลาเพียงเก้านาที ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่มีระบบชาร์จไฟได้เร็วที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ในข้อมูลมาตรฐาน แบตเตอรี่จะมีความจุ 350 กิโลวัตต์ จะสามารถชาร์จจาก 0-80% ภายในใน 12 นาที และชาร์จเต็ม 100% ภายในใน 18 นาที นอกจากนี้ตวแบตเตอรี่ยังมีหม้อน้ำ 4 ตัวที่ช่วยควบคุมความร้อนด้วยตัวแบตเตอรี่ด้วย ทั้งนี้พอร์ทชาร์จไฟฟ้าจะอยู่ท้ายรถ
เทคโนโลยีการควบคุมและระบบเบรกชั้นยอด
Lotus Evija ได้รับการควบคุมน้ำหนักอย่างเข้มงวด ด้วยโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque แบบชิ้นเดียวที่มีน้ำหนักเพียง 129 กิโลกรัม พร้อมชิ้นส่วนที่ผลิตด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ และอื่นๆ ในการควบคุมน้ำหนักตัวรถให้ได้เพียง 1,680 กิโลกรัม โดยที่ยังคงอัดแน่นทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และสมรรถนะ
นอกจากนี้ Lotus Evija ได้พัฒนาช่วงล่างในระดับมอเตอร์สปอร์ต ด้วยระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive spool-valve แบบปรับได้ทั้ง 3 ตัวในแต่ละเพลา, ล้อแมกนิเซียมขนาด 20 และ 21 นิ้ว หุ้มยาง Pirelli Trofeo R, ชุดดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิคพร้อมคาลิเปอร์เบรกอลูมิเนียมจาก AP Racing รวมไปถึงตัวบอดี้รถที่ถูกออกแบบให้รีดอากาศได้ดีไม่แพ้ใคร แถมไฟท้าย LED ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Afterburners ที่ใช้กับเครื่องบินไอพ่น
All NEW Lotus Evija: ขุมพลังไฟฟ้า EV 2,000 แรงม้า เริ่มผลิตปี 2020 จำกัดจำนวน 130 คัน
ห่างหายจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ไปนานสำหรับ Lotus ที่กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่พร้อม Lotus Evija (อ่านว่า e-vi-ya) ครั้งแรกของค่ายที่หันมาใช้พลังงานไฟฟ้า EV และมีกำลังสูงสุดเท่าที่ Lotus เคยผลิตมา ส่วนชื่อมีรากศัพท์มาจาก Eve หมายถึง เป็นครั้งแรก หรือ มีหนึ่งเดียว สมกับคุณสมบัติของรถยนต์คันนี้ ด้านมิติตัวถังมีรายละเอียดดังนี้ : ยาว x กว้าง x สูง : 4,459 x 2,000 x 1,122 มิลลิเมตร
ภายนอกที่โดดเด่น และลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์
ภายนอกของ Lotus Evija มีช่องดักลม Venturi ที่ส่งลมที่เข้ามาปะทะออกหลังรถรอบคัน เพื่อให้รีดลมได้สูงสุด ไฟหน้าเป็นแบบ Laser อยู่ในโคมแนวตั้ง ด้านในมีหลอดไฟ LED ทรงปีกนกซ้อนกัน 2 ชั้น ล้อทำจากแมกนีเซียม เพื่อรีดน้ำหนักสูงสุด มีขนาด 20 นิ้ว ในด้านหน้า และ 21 นิ้ว ในด้านหลัง มาพร้อมยาง Pirelli Trofeo R ปิดท้ายกับประตูเปิดออกแบบปีกนก และไม่มีมือเปิดประตูมาให้
การเข้าห้องโดยสารที่ล้ำสมัย
การเข้าห้องโดยสารทำได้ด้วยการกดกุญแจรีโมท เมื่อเข้าไปแล้ว ค่อยกดปุ่มปิดบนแผงควบคุมเหนือศีรษะ ส่วนการตกแต่งเน้นความเรียบง่าย มีเพียงหน้าจอแสดงผลจอเดียวหน้าพวงมาลัย รอบห้องโดยสารตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์, alcantara และโลหะ ส่วนพวงมาลัยมีระบบปรับรูปแบบการขับขี่ ปรับได้ 5 แบบ คือ Range, City, Tour, Sport และ Track ส่วนเข็มขัดนิรภัยมีให้เลือกทั้งแบบ 3 และ 4 จุด
ขุมพลังและการขับขี่ระดับ Supercar
ขุมพลังของ Lotus Evija เป็นพลังงานไฟฟ้า EV ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว และแบตเตอรี่ ขนาด 2,000 กิโลวัตต์ กำลังสูงสุด 2,000 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 1,7