![[ครบชุด] T2007312_ฮโซปากร าย EP.28 ละคร ว นละม วน_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260720_152656.jpg)
การกลับมาสู่ตำนาน: เปิดหน้าประวัติศาสตร์รถสปอร์ตน้ำหนักเบาแห่งยุค 2026
ตลาดรถยนต์สปอร์ตระดับพรีเมียมในประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ โลตัส คาร์ (Lotus Cars) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย เดินเกมรุกตลาดครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ระดับตำนานที่สะกดทุกสายตา พร้อมวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อรุกตลาดสปอร์ตเมืองไทยในระยะยาว
ภายใต้แนวคิด “Driver to Driver” ซึ่งเป็นจิตวิญญาณที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดของแบรนด์โลตัสมานานกว่า 70 ปี โลตัส คาร์ ไทยแลนด์ ไม่ได้เพียงแต่นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมรถสปอร์ตหรูสมรรถนะสูงและน้ำหนักเบา แต่ยังเป็นการตอกย้ำความเป็น “Racing Heritage” ที่มีดีกรีเป็นแชมป์ Formula 1 ถึง 7 สมัย ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนคลับทั่วโลกเสมอมา
การกลับมาครั้งนี้ ถือเป็นการปรากฏตัวอย่างเป็นทางการของโลตัสต่อหน้าสาธารณชนชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดไม่ได้ต้อนรับแบรนด์นี้อย่างเป็นทางการมานานกว่า 6 ปี การนำเสนอผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์ แต่เป็นการเปิดหน้าต่างสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ ที่พร้อมจะสลัดภาพเดิมทิ้งไปเพื่อก้าวสู่ยุคใหม่แห่งอนาคต
Lotus Emira V6 First Edition: การส่งท้ายขีดสุดแห่งวิศวกรรมเครื่องยนต์สันดาป
หากจะพูดถึง “The Last of its Kind” หรือรุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์สันดาป สปอร์ตคาร์ระดับตำนานอย่าง Lotus Emira V6 First Edition ถือเป็นชิ้นงานชิ้นเอกที่ไม่ควรพลาด ผู้ผลิตยืนยันว่านี่คือรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปคันสุดท้ายที่จะออกจากสายการผลิตที่โรงงาน Hethel ในสหราชอาณาจักรก่อนที่แบรนด์จะเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% เต็มรูปแบบในอนาคต
Lotus Emira ได้รับการออกแบบด้วยดีไซน์ใหม่ที่สวยงามสะดุดตาไม่แพ้รถซูเปอร์คาร์ขนาดเล็ก แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่ง DNA ของโลตัสไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยสโลแกน “For the drivers” ที่เน้นสัมผัสการขับขี่ที่เที่ยงตรงและเหนือชั้น
มร. ธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ในฐานะตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์โลตัสอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแผนการตลาดและการบริการหลังการขายแบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานความเป็นเลิศของแบรนด์รถสปอร์ตหรู”
สำหรับรุ่น First Edition ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 288 กม./ชม. ถือเป็นการตอกย้ำความแรงและสมรรถนะที่โดดเด่น แม้รถยนต์รุ่นนี้จะมาพร้อมราคาที่สูง แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีและจิตวิญญาณแห่งสปอร์ตคาร์ มันคือการลงทุนที่คุ้มค่า
สำหรับผู้ที่สั่งจอง Lotus Emira V6 First Edition จะได้รับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นจำนวนจำกัดเพียง 6 คันเท่านั้น โดยมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 11.9 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นรถระดับพรีเมียมที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด และการเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป
การส่งท้ายมรดกแห่งการขับขี่: Lotus Elise และ Exige ในตำนาน
ก่อนที่วงล้อแห่งกาลเวลาจะหมุนพาแบรนด์โลตัสไปสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว โมเดลซีรีส์ Elise และ Exige ถือเป็น “Bread & Butter” ของแบรนด์ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่ที่เปรียบเสมือนรถแข่งชั้นดี อย่างไรก็ตาม แบรนด์ได้ประกาศยุติการผลิตรถทั้ง 2 รุ่นนี้ไปแล้วในปี 2021 ทำให้รถยนต์ทั้งสองซีรีส์ได้กลายเป็น “The Last of its Kind” อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับ Elise Sport 220 ยังคงเอกลักษณ์ในด้านสมรรถนะการขับขี่ที่สมดุลทั้งในด้านพลัง ความคล่องตัว และความงดงามของรูปทรง ดีไซน์แบบบริสุทธิ์ ผสานกับนวัตกรรมแชสซีอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาเพียง 68 กิโลกรัม และการออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงที่สร้างแรงกดได้อย่างแม่นยำ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถรักษาเสถียรภาพได้แม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
Elise Sport 220 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร แบบซูเปอร์ชาร์จ (Supercharged Engine) ให้กำลัง 217 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.2 วินาที พร้อมอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำเพียง 173 กรัม/กม. นอกจากนี้ รถยนต์ในซีรี่ส์ Elise ยังมาพร้อมระบบช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบน (Double Wishbone Suspension) ทั้ง 4 มุม และระบบจัดการสมรรถนะยานยนต์โลตัส (Lotus Dynamic Performance Management: Lotus DPM) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ นักขับสามารถเลือกเปิดเมื่อต้องการความสบายในการขับขี่ประจำวัน หรือปิดเมื่อต้องการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถขณะพุ่งทะยาน
แม้จะเป็นรถในตำนาน Elise Sport 220 ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ด้วยราคาขายประมาณ 5.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนถึงความคุ้มค่าของสมรรถนะระดับพรีเมียม
ในส่วนของ Exige Sport 350 ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นที่สุดของรถสปอร์ตพรีเมียมน้ำหนักเบา ด้วยอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่สูงเป็นพิเศษ และแรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์ 3.5 ลิตร แบบซูเปอร์ชาร์จ วี 6 (Supercharged V6) การติดตั้งปีกหลัง (Rear Wing) และดิฟฟิวเซอร์ (Diffuser) ช่วยเพิ่มแรงกดและเสถียรภาพขณะเร่งความเร็ว ส่งผลลัพธ์ที่ได้คือ พลังแห่งการพุ่งทะยานที่น่าตื่นเต้น การตอบสนองที่ฉับไว และสัมผัสการขับขี่ที่เหนือจินตนาการ
Exige Sport 350 ยังเป็นรถยนต์โลตัสรุ่นแรกที่ใช้เกียร์ธรรมดาแบบแมนนวลที่ผลิตจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา มอบความหรูหราสง่างาม และการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้ทุกการขับขี่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ พร้อมด้วยท่อไอเสียน้ำหนักเบาที่มอบเสียงกระหึ่มอันทรงพลังของเครื่องยนต์ V6 ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 9.29 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสมรรถนะและดีไซน์ระดับโลก
กลยุทธ์สู่โลกแห่งรถยนต์ไฟฟ้า: แผน 5 ปีของ Lotus
โลตัสกำลังเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยแผนการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าใหม่ถึง 4 รุ่น ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อรุกตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างครอบคลุม โดยรุ่นหลักๆ ได้แก่:
Type 132: รถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV ในกลุ่ม E-Segment ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์
Type 133: รถยนต์สไตล์คูเป้ 4 ประตู (4-door Coupe) ในกลุ่ม E-Segment
Type 134: รถยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV ขนาดเล็กลงในกลุ่ม D-Segment
Type 135: รถยนต์สปอร์ตคูเป้
“โลตัสกำลังลงทุนเปิด LOTUS TECHNOLOGY HQ แห่งใหม่ในประเทศจีน รวมถึงโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนเพื่อส่งจำหน่ายไปทั่วโลก” มร. ธีรพงศ์ อธิบายเพิ่มเติม “สำหรับรถยนต์โลตัสรุ่นต่อไปที่จะเปิดตัวในปี 2023 จะเป็นเอ