![[ครบชุด] T2107101_ลมหายใจส ดท าย_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260722_082641.jpg)
ตำนานยังไม่สิ้น: เมื่อความดุดันของ Lotus Elise และ Exige ปิดฉากในตลาดไทย พร้อมเปิดจอง Emira รถน้ำมันรุ่นสุดท้ายปี 2026
การกลับมาของแบรนด์รถสปอร์ตระดับตำนานจากอังกฤษอย่าง Lotus ในประเทศไทย เป็นมากกว่าการนำรถยนต์เข้ามาทำตลาด แต่คือการส่งต่อ ‘จิตวิญญาณแห่งการขับขี่’ ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยศาสตร์แห่งวิศวกรรมและปรัชญาการออกแบบอันโดดเด่น ภายใต้การบริหารของ Lotus Cars Thailand ในปี 2566-2567 แฟนรถสปอร์ตไทยได้สัมผัสกับรุ่นพิเศษที่อาจนับเป็น ‘การส่งท้าย’ ของยุคเครื่องยนต์สันดาป ก่อนที่แบรนด์จะก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของพลังงานไฟฟ้า
ในขณะที่ตลาดรถหรูและซูเปอร์คาร์ในเอเชียกำลังคึกคักกับการแข่งขันของเทคโนโลยีไฮบริดและพลังงานไฟฟ้า การตัดสินใจของ Lotus ในการนำเสนอ Lotus Elise Sport 220 และ Lotus Exige Sport 350 ซึ่งเป็น “Lot สุดท้าย” ในตลาดประเทศไทย สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมของแบรนด์ในการเปลี่ยนถ่ายพอร์ตโฟลิโอสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิค คุณค่าของรถทั้งสองรุ่น และความสำคัญของการกลับมาของ Lotus Emira ซึ่งเป็นรถน้ำมัน (ICE) รุ่นสุดท้ายของแบรนด์ ที่พร้อมเปิดรับจองสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครองประวัติศาสตร์ก่อนการปฏิวัติครั้งใหญ่ของ Lotus
การจากลาที่งดงาม: Elise และ Exige ในฐานะตำนานที่ถูกจารึก
การประกาศจำหน่าย Lotus Elise Sport 220 และ Exige Sport 350 ในฐานะล็อตสุดท้ายนั้น ไม่ใช่เพียงการประกาศตัวเลขจำนวนสินค้าที่จำกัด แต่เป็นการเชื้อเชิญผู้ศรัทธาในแบรนด์ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการปิดฉากยุคสมัยหนึ่งของ Lotus โดยรถทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับเอกลักษณ์ที่ทำให้ Lotus ได้รับความเคารพนับถือในฐานะแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่เหนือสิ่งอื่นใด
Lotus Elise Sport 220: น้ำหนักเบา ดุจเครื่องบินรบสัญชาติอังกฤษ
Lotus Elise Sport 220 คือตัวแทนของปรัชญา ‘Simplification’ ของ Colin Chapman ผู้ก่อตั้ง Lotus ที่เชื่อว่า “เพิ่มกำลังไม่ใช่การทำให้รถดีขึ้น แต่คือการทำให้รถเบาลง” Elise สร้างขึ้นบนพื้นฐานแชสซีอลูเนียมขึ้นรูปแบบ Extruded Aluminum ที่มีน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อเพียง 68 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่เหนือชั้นในยุคที่รถสปอร์ตส่วนใหญ่ยังคงใช้แชสซีเหล็ก
ขุมกำลังและสมรรถนะ: Elise Sport 220 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ เรียง (Inline-4) ขนาด 1.8 ลิตร ที่มาพร้อมระบบอัดอากาศแบบซูเปอร์ชาร์จ (Supercharged) จาก Toyota พลังงานที่ได้สูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ความสามารถในการเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. นั้นทำได้ภายใน 4.2 วินาที ซึ่งถือว่าน่าทึ่งมากสำหรับรถขนาดเล็กเช่นนี้ อัตราการปล่อยไอเสียที่ 173 กรัมต่อกิโลเมตร เป็นตัวบ่งชี้ว่าแม้จะเป็นรถสปอร์ตที่มีศักยภาพสูง แต่ก็ยังคำนึงถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางของแบรนด์
เทคโนโลยีการยึดเกาะ: รถคันนี้มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ทั้งสี่ล้อ ซึ่งช่วยให้การตอบสนองของตัวรถมีความเฉียบคมและแม่นยำอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ ระบบ Lotus Dynamic Performance Management (Lotus DPM) ยังทำหน้าที่ควบคุมเสถียรภาพของตัวรถในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทาย ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่จะสามารถควบคุมสมรรถนะอันดุดันนี้ได้อย่างปลอดภัย
Lotus Exige Sport 350: ปีศาจจอมพลังแห่งสนามแข่ง
สำหรับผู้ที่ต้องการพลังและความดุดันที่มากกว่า Lotus Exige Sport 350 คือคำตอบที่แท้จริง รถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสมรรถนะสูงสุด โดยยังคงไว้ซึ่งความเบาและความคล่องตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของโลตัส
เครื่องยนต์ V6 ขั้นเทพ: Exige Sport 350 บรรจุขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ที่มาพร้อมซูเปอร์ชาร์จเช่นกัน ให้กำลังสูงสุดถึง 345 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ความสามารถในการพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. นั้นทำได้ภายในเวลาเพียง 3.9 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 274 กม./ชม.
เกียร์อลูมิเนียมน้ำหนักเบา: จุดเด่นที่สำคัญของรุ่นนี้คือการเป็นรถโลตัสรุ่นแรกที่ใช้แท่นเกียร์แบบ Manual อลูมิเนียมน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถ และทำให้การตอบสนองในการเปลี่ยนเกียร์มีความคมกริบ แม่นยำ และรวดเร็ว ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับ ‘กลไก’ ที่บริสุทธิ์
ความสำคัญของการกลับมาของ Lotus Emira: จุดเปลี่ยนสู่ยุคไฟฟ้า
ในขณะที่ Elise และ Exige เดินทางมาถึงปลายอายุขัยตามกลยุทธ์ของแบรนด์ Lotus Emira คือความหวังใหม่ที่กำลังจะเข้ามาจุดประกายความตื่นเต้นในตลาดไทยในปี 2566 การเปิดจอง Emira ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะนี่คือรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) รุ่นสุดท้ายที่จะถูกผลิตและจำหน่ายโดยโลตัส ก่อนที่แบรนด์จะเปลี่ยนไปผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ทั้งหมดในอนาคต
Lotus Emira V6 First Edition: อวสานของซูเปอร์คาร์เครื่องน้ำมัน
Lotus Emira V6 First Edition ถูกนำเสนอในฐานะรถสปอร์ตที่มีการออกแบบและวิศวกรรมที่ลงตัวที่สุดของ Lotus การผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ที่งดงามดุดัน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสมรรถนะอันน่าตื่นตา
พละกำลังระดับสูง: Emira รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร (เช่นเดียวกับ Exige Sport 350) แต่มีการปรับจูนให้มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ที่ 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 288 กม./ชม. นับเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากสำหรับรถสปอร์ตเครื่องวางกลางลำ
การออกแบบที่หรูหรา: ต่างจากรุ่นก่อนๆ Emira ได้รับการออกแบบให้มีห้องโดยสารที่กว้างขวางและหรูหรามากขึ้น พร้อมการใช้วัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ด้านน้ำหนักเบา การออกแบบอากาศพลศาสตร์ของตัวรถทำให้เกิดแรงกด (Downforce) ที่ลงตัว เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยม
ยุทธศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของ Lotus
การเปลี่ยนถ่ายสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าของ Lotus ไม่ใช่เพียงแค่การปรับเปลี่ยนขุมพลัง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการวางตำแหน่งของแบรนด์ การเปิดรับจอง Lotus Emira V6 First Edition ในราคาเริ่มต้นประมาณ 11.9 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต้องการสร้าง “ความรู้สึกเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์” ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถสปอร์ตแบบดั้งเดิม ก่อนที่เทคโนโลยีใหม่จะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด
แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ยุคไฟฟ้า (2026)
เพื่อเตรียมรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ Lotus กำลังเร่งพัฒนายนวัตกรรมใหม่ในการผลิตรถยนต์ไลฟ์สไตล์สมรรถนะสูงสำหรับตลาดโลก โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าใหม่ 4 รุ่น ภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อรุกตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว
Type 132 (E-Segment SUV): รถเอสยูวีขนาดกลางรุ่นแรกของ Lotus ที่จะเข้ามาบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบพรีเมียม โดยคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2566-2567 ซึ่งจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านของแบรนด์
Type 133 (E-Segment 4-door Coupe): รถคูเป้ 4 ประตูขนาดกลาง ที่จะเข้ามาเติมเต็มกลุ่มลูกค้าที่มองหาดีไซน์สปอร์ต