![[ครบชุด] T2107104_ใจด ท ร ย_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260722_082656.jpg)
โลตัสส่งไม้สุดท้าย: Elise, Exige ล็อตฉลองสิ้นสุดยุคเครื่องยนต์สันดาป ก่อนกำเนิด Emira และยุคยานยนต์ไฟฟ้า 100%
ในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ชื่อของ “Lotus” ไม่ใช่เพียงแบรนด์รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของวิศวกรรมเบาหวิว สมรรถนะดิบ และปรัชญาการออกแบบที่ว่า “เพิ่มความแรงโดยการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป” แต่เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังก้าวสู่ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ค่ายรถยนต์สัญชาติอังกฤษภายใต้การดูแลของกลุ่ม Geely แห่งประเทศจีน กำลังเตรียมปิดฉากตำนานแห่งเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างเป็นทางการ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทุกสรรพสิ่งจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
สำหรับตลาดประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่นักเลงรถรุ่นเก่าและผู้ที่กำลังมองหาตำนานแห่งความแรง ต้องหันมาใส่ใจอย่างใกล้ชิด เพราะอนาคตกำลังไล่จี้เข้ามาอย่างไม่ลดละ
การโบกมือลาแห่งตำนาน: Lot สุดท้ายจากสปอร์ตคาร์ยอดฮิต
ในช่วงเวลาที่ตลาดรถหรูในประเทศไทยเริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งภายหลังวิกฤตโควิด-19 กลุ่มบริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ (Vern’s Automotive Thailand) ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก Lotus Cars ให้เป็นผู้ดูแลตลาดและบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ได้จัดแคมเปญสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2021 เพื่อนำเสนอการปิดท้ายสายการผลิตรถสปอร์ตเครื่องยนต์กลไกที่เป็นตำนานอย่าง Lotus Elise และ Lotus Exige
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ Lotus การมาถึงของรถยนต์ล็อตสุดท้ายนี้เปรียบเสมือนการรอคอยสิ่งพิเศษที่ใกล้จะกลายเป็นอดีต โดยรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงในงานมีจำนวนจำกัดเพียง 6 คัน แบ่งเป็นสองรุ่นหลัก ซึ่งแต่ละคันต่างก็เป็นมรดกแห่งวิศวกรรมที่หาได้ยาก
Lotus Elise Sport 220: หัวใจกลไกอันงดงาม
Lotus Elise Sport 220 ถือเป็นนิยามของรถสปอร์ตที่เน้นน้ำหนักเบาอย่างแท้จริง จุดเด่นที่ทำให้ Elise แตกต่างจากคู่แข่งคือการเลือกใช้แชสซีอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาเพียง 68 กิโลกรัม การออกแบบอากาศพลศาสตร์ที่พิถีพิถันทั่วทั้งตัวถัง ช่วยลดแรงต้านทานลมและเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
ขุมพลังของ Elise Sport 220 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 1.8 ลิตร อัดอากาศด้วยซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 217 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ซึ่งอาจไม่สูงมากในสเปกปัจจุบัน แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาราวกับขนนก ทำให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที ซึ่งถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง
สิ่งที่ทำให้คอรถยนต์ต้องหันมามองคือระบบกันสะเทือนแบบ Double Wishbone ที่ทั้งสี่ล้อ และระบบ Lotus Dynamic Performance Management (Lotus DPM) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ Lotus ช่วยให้การควบคุมรถมีความแม่นยำ และให้สัมผัสการขับขี่ที่เชื่อมโยงกับพื้นถนนได้อย่างแท้จริง
ในแง่ของความคุ้มค่าสำหรับการซื้อเก็บ “Lotus Elise Sport 220 ล็อตสุดท้าย” จัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 5,390,000 บาท สำหรับแฟนๆ ที่ต้องการสัมผัสกับความคลาสสิกของรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปที่กำลังจะหมดไป นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้เป็นเจ้าของตำนานแห่งวิศวกรรมนี้
Lotus Exige Sport 350: ความสมบูรณ์แบบแห่งพลังและสมดุล
หาก Elise คือการให้ความสำคัญกับน้ำหนักเบา Lotus Exige Sport 350 คือบทสรุปของความสมดุลที่ลงตัวระหว่างขุมพลังที่มหาศาลและน้ำหนักตัวที่ยังคงไว้ซึ่งความเบาแบบฉบับของ Lotus
Exige Sport 350 มาพร้อมกับขุมพลังอันแข็งแกร่งจากเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ที่ติดตั้งซูเปอร์ชาร์จ ทำให้สามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ถึง 345 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 274 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจของ Exige Sport 350 คือการเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ Lotus ที่มาพร้อมกับแท่นเกียร์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สำหรับแฟนคลับของ Lotus ในประเทศไทย Exige Sport 350 ในล็อตสุดท้ายนี้ ถูกจัดจำหน่ายในราคา 9,290,000 บาท ถือเป็นการปิดตำนานของรถสปอร์ตเครื่องยนต์ V6 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแรงและการควบคุมที่เฉียบคมโดยเฉพาะ
ก่อนบทสรุป: การมาถึงของ Lotus Emira – กำปั้นสุดท้ายก่อนเปลี่ยนผ่าน
นอกเหนือจากการเปิดโชว์รถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปที่เป็นตำนาน Lotus ได้ประกาศเปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก นั่นคือ Lotus Emira ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) รุ่นสุดท้ายของแบรนด์ ก่อนที่ Lotus จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เป็นระบบไฟฟ้า 100%
Lotus Emira เป็นรถสปอร์ตระดับพรีเมียมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน Lotus Elise และ Exige โดยใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 288 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 4.2 วินาที
สำหรับตลาดประเทศไทย Lotus Emira ถูกนำมาเปิดให้จองในรุ่น First Edition ในราคาเริ่มต้นที่ 11,900,000 บาท ในจำนวนจำกัดเพียง 6 คันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ Lotus Emira ยังไม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงจริงในงาน Motor Expo 2021 ซึ่งทำให้หลายคนต้องรอชมตัวจริงในโอกาสถัดไป ขณะเดียวกัน Lotus Evija ซึ่งเป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีพละกำลังกว่า 2,000 แรงม้า ซึ่งเปิดจองในมาเลเซีย ก็ยังไม่ถูกนำมาพูดถึงในงานนี้เช่นกัน
ย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมาของ Lotus ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2491 โดย โคลิน แชปแมน (Colin Chapman) ณ เมืองฮีเทล นอร์โฟล์ค ประเทศอังกฤษ โดยมีปรัชญาหลักในการผลิตรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงและรถแข่ง ปัจจุบัน Lotus อยู่ภายใต้เครือ Geely ของประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยผ่านบริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ
ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่: กลยุทธ์การเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
การเปิดตัว Lotus Emira ถือเป็นสัญลักษณ์ของ “การสิ้นสุดยุค” แห่งหนึ่ง แต่ Lotus ก็กำลังเตรียมตัวอย่างหนักสำหรับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่จะเปลี่ยนถ่ายจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะสำหรับตลาดโลก
ตามแผนงานที่เผยแพร่ออกมา Lotus มีแผนที่จะพัฒนารถยนต์ใหม่ 4 รุ่น ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า เพื่อรุกตลาดรถยนต์พรีเมียมทั่วโลก โดยเน้นที่นวัตกรรมในการผลิตและรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่
Type 132: รถยนต์ SUV ระดับ E-Segment ซึ่งมีแผนเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2566
Type 133: รถยนต์คูเป้ 4 ประตู ระดับ E-Segment
Type 134: รถยนต์ SUV ระดับ D-Segment
Type 135: รถยนต์สปอร์ตคูเป้
การมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของ Lotus เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและต้องการรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยไม่สร้างมลพิษ
สิ่งนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร?
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถสปอร์ตหรือรถสมรรถนะสูงในประเทศไทย การมาถึงของล็อต